LOGINว่านเย่วอิง สตรีร้ายกาจแห่งแคว้น นางร้ายที่จุดจบนั้นถูกพระเอกวางยาพิษให้ทุกทรมาน เลือดนั้นไหลออกทางทวารทั้งเจ็ดจนตาย ชะตาชีวิตของตัวละครนางนี้แทบทำให้ อิงอิง นั้นอยากร้องไห้ เพราะนางนั้นดันตายแล้วมาอยู่ในร่างของสตรีนางนี้ มันอาจจะดีหากนางย้อนมาแล้วสามารถพลิกชะตาให้ตัวร้ายกลายเป็นนางเอกเช่นในนิยายหลายๆ เรื่องที่เคยอ่าน แต่นางนั้นเป็นตัวโง่งม สวยแต่ไร้สมอง ไร้ความสามารถ จะใช้สิ่งใดมาตะเกียกตะกายให้ร่างนี้ได้เป็นนางเอกกัน คุณหนูเช่นนางทำสิ่งใดไม่เป็นเลย จะใช้ความสามารถใดพาตัวเองให้รอดพ้นจากความตายเช่นในนิยายได้เล่า นางมิได้เป็นหมอ ทำอาหารหรือก็ไม่เป็น ความรู้ใดก็ไม่มี ก็นางเป็นคุณหนูที่ใช้ชีวิตดุจดั่งเจ้าหญิง บ้านนางร่ำรวยล้นฟ้า แล้วนางจะเหนื่อยดิ้นรนไปทำไมกัน แต่เมื่อนางหลุดมาอยู่ในนิยายเรื่องนี้ เห็นทีนางคงต้องอยู่นิ่งๆ ไม่ไปวุ่นวายกับผู้ใด แต่ว่านเย่วอิง เหตุใดเจ้าจึงสร้างเรื่องไว้มากมายถึงเพียงนี้ แล้วข้าจักเอาชีวิตรอดได้อย่างไรกัน นางจะไม่ยอมถูกพระเอกของเรื่องฆ่าตายเป็นอันขาด ในเมื่อยั่วยวนพระเอกไม่สำเร็จ นางก็ต้องหาบุรุษที่จะสามารถปกป้องนางจากพระเอกได้ แต่จะใครกันล่ะที่มีอำนาจเหนือพระเอกที่เก่งกาจออกปานนั้น
View MoreEvelyn Rodriguez setzte sich ruckartig auf und kniff die Augen zusammen, um sie vor dem blendenden Sonnenlicht zu schützen. Verwirrt blickte sie sich um und suchte den Raum ab, in der Hoffnung, etwas Vertrautes zu entdecken.
Sie hatte keine Ahnung, wo sie sich befand. Das Letzte, woran sie sich erinnern konnte, war, dass sie in einer Bar gewesen war, um den Geburtstag ihrer besten Freundin zu feiern – und nun lag sie in einem Kingsize-Bett, Gott weiß wo. Sie hielt sich mit beiden Händen den Kopf und zuckte zusammen, als der Kater-Schmerz ihren Kopf durchbohrte. „Wo zum Teufel bin ich?“, murmelte sie leise vor sich hin. Evelyn versuchte, sich an die Ereignisse der letzten Nacht zu erinnern und daran, wie sie hier gelandet war, doch ihr Blick fiel instinktiv auf ihren mit einer Bettdecke bedeckten Körper. Sie spähte unter die Decke und war bis ins Mark erschüttert, als sie sich selbst nackt unter der Decke sah. Nach Luft schnappend blickte sie abrupt nach oben und dann wieder nach unten, diesmal ganz tief zwischen ihre Schenkel. Hier und da waren Blutspritzer zu sehen, sogar auf der Matratze. „Nein, nein, nein! Das darf nicht wahr sein“, wimmerte sie und drückte die Bettdecke fest an ihre Brust. „Das kann mir doch nicht passieren.“ Es war doch unmöglich, dass sie ihre 25 Jahre währende Jungfräulichkeit auf einem Nachttisch mit Gott weiß wem verloren hatte. Evelyn, die immer noch fassungslos versuchte, ihre aktuelle Situation zu begreifen, wurde durch ein Stöhnen von der linken Seite des Bettes aus ihren Gedanken gerissen. Sie war zu sehr damit beschäftigt, sich wieder zu fassen, um zu bemerken, dass noch jemand direkt neben ihr schlief. Langsam drehte sie den Kopf in die Richtung, aus der das Geräusch kam. Wer auch immer es war, er war von Kopf bis Fuß von der Bettdecke bedeckt und dafür verantwortlich, dass ihr Körper missbraucht worden war. Voller Wut riss sie ihm die Bettdecke vom Leib und enthüllte seinen durchtrainierten Körper. Er stöhnte erneut, legte den Handrücken auf sein Gesicht und schirmte so das Sonnenlicht ab, das ihm in die Augen schien. Die Sonnenstrahlen küssten seinen tief gebräunten, muskulösen Körper und ließen seine gesamte Gestalt erstrahlen. Die Adern in seinen Armen sahen aus, als würden sie jeden Moment aus seiner Haut herausspringen. Seine fein geformte Nase stand fest, gerade und spitz, und genau an ihrer Spitze befand sich ein winziges Sommerspröschen. Sein kantiges Kinn war so straff, als wäre es gemeißelt. Doch es war sein Mund, der ihr den Atem raubte. Üppige Lippen zuckten sinnlich über seinem hellen Bart. Dieser Mann, wer auch immer er war, war gebaut wie ein griechischer Gott. Seine Brustmuskeln spannten sich leicht an, als er sich aufrichtete, und mit einer einzigen natürlichen Bewegung fuhr er mit den Fingern seiner rechten Hand von der Stirn bis zum Nacken durch sein zerzaustes schwarzes Haar. „Wer bist du?“, murmelte er leise und blinzelte mit seinen grauen Augen, die sich noch immer an die Helligkeit des Raumes gewöhnen mussten. Evelyn starrte ihn völlig fassungslos an. Jason Lyndon?! Der weltberühmte Musiker Jason Lyndon! Der Mann, der ihre einzige Schwester ermordet hatte, lag mit ihr im Bett?!ผ่านไปเพียงหนึ่งเดือนหลังจากงานมงคลสมรสของคุณชายน้อยตระกูลเซี่ย จวนตระกูลเซี่ยก็มีงานมงคลเกิดขึ้นอีกครั้ง เป็นงานมงคลสมรสของท่านแม่ทัพเซี่ยเยี่ยนเฉินนายท่านของจวนกับคุณหนูว่านเย่วอิงคนงาม สตรีผู้อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน และครั้งนี้ก็คล้ายดังจะชื่นมื่นเสียยิ่งกว่างานมงคลของบุตรชาย เพราะแขกที่มาร่วมงานล้วนมีแต่เหล่าคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่เคียงคู่กันมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว สหายของเจ้าสาวที่มาร่วมงานในวันนี้ล้วนไม่มีสตรีคนใดที่ไร้คู่อีกแล้ว เพราะหลังจากงานมงคลของเซี่ยชิงเทียนในวันนั้นภายในเดือนเดียวพวกนางต่างพากันขึ้นเกี้ยว ตบเท้าแต่งงานออกเรือนกันไปตามๆ กัน และเจ้าบ่าวของพวกนางก็หาใช่ใครที่ไหน บุรุษเหล่านั้นล้วนเป็นสหายของคุณชายเซี่ยชิงเทียนทั้งสิ้น ความดีความชอบนี้คงต้องยกให้เจ้าสาวของงานในวันนี้ที่เป็นผู้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ในวันนั้นขึ้น หนุ่มสาวจึงมีโอกาสได้ใกล้ชิดกันแบบถึงพริกถึงขิง เพราะหลังจากที่พากันเต้นระบำคลอเคล้าจอกสุราอย่างที่ไม่เคยได้ทำมาก่อน ตื่นมาอีกทีก็เนื้อตัวเปล่าเปลือยแนบชิดอยู่กับบุรุษเสียแล้วงานในวันนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีท่ามกลางความหวานชื่นของคู่บ่าวสาว และ
แล้ววันมงคลสมรสของเซี่ยชิงเทียนกับจ้าวอี้หลันก็มาถึง จวนแม่ทัพในวันนี้อบอวลไปด้วยความสุขและกลิ่นอายอันเป็นมงคล ภายในจวนนั้นดูมีชีวิตชีวาเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ บ่าวไพร่ต่างมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า เพราะไม่ใช่เพียงแค่คู่บ่าวสาวที่ดูจะมีความสุขและหวานซึ้งต่อกัน แต่ดูจะมีหลายคู่ที่หวานชื่นไม่แพ้คู่บ่าวสาว บรรดาบุรุษจากจวนแม่ทัพต่างพากันหลงเสน่ห์สาวๆ จากจวนตระกูลว่าน ตบเท้าเข้าไปเกี้ยวพาจนประตูจวนท่านหมอว่านแทบจะสึกแต่ดูเหมือนผู้ที่ดูจะคลั่งรักกว่าใครคงจะเป็นนายท่านของจวน ที่ไม่ยอมออกห่างจากคนงามแม้เพียงครึ่งก้าว เพราะวันนี้คุณหนูว่านเย่วอิงงดงามมากเสียจนท่านแม่ทัพตามติดแจ โฉมงามผู้เป็นว่าที่มารดาของเจ้าบ่าว ใบหน้างามประดับไปด้วยรอยยิ้ม ดวงตายังทอประกายแห่งความสุขจนยากที่จะละสายตาได้และยังมีรอยยิ้มหวานที่ถูกส่งไปให้บรรดาแขกที่มาร่วมงานก็ยังหวานหยดย้อย จนท่านแม่ทัพต้องคอยถลึงตามองเหล่าบุรุษหนุ่มๆ ที่เผลอไผลหันมาจ้องมองสตรีของตนจนใบหน้าเลิ่กลั่กไปตามๆ กันเซี่ยเยี่ยนเฉินทอดสายตามองว่าที่ฮูหยินของตนด้วยสายตารักใคร่ชื่นชม ภูมิอกภูมิใจในตัวคนรักอย่างมาก แม้นางจะซุกซนแต่กลับรู้ว่าเ
อิงอิงแอบย่องออกมาจากเรือนของตนด้วยฝีเท้าที่เบาและเงียบกริบ เรือนร่างกลมกลึงแฝงกายไปกับความมืด ใช้เงาไม้ช่วยอำพรางกาย นางต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งเพื่อที่จะหลบให้พ้นสายตาของเหล่าเวรยามที่บิดาได้วางเอาไว้รอบเรือน เพื่อป้องกันมิให้ชายคนรักแอบลอบเข้ามาหานาง แต่หารู้ไม่ว่าตอนนี้กลับเป็นเป็นบุตรสาวของตนเสียเองที่ลักลอบแอบออกมาหาบุรุษ แม้จะรู้สึกผิดต่อบิดาแต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อตอนนี้ความรักความคิดถึงคนรักมันอึดอัดคับแน่นอยู่ในอก นึกเข้าข้างตัวเองว่าอย่างไรนางก็ต้องแต่งให้เขาอยู่แล้ว การกระทำเช่นนี้ก็คงจะไม่ผิดมากนัก เพราะถึงอย่างไรนางกับเขาก็กลายเป็นคนคนเดียวกันแล้ว ยิ่งคิดถึงใบหน้าหล่อเหลาที่มองนางด้วยสายตาตัดพ้อ นางยิ่งไม่อาจที่จะเมินเฉยปล่อยให้อีกฝ่ายแง่งอนได้นาน ยิ่งน้ำคำที่ชายคนรักฝากมากับเสี่ยวม่านม่าน ยิ่งทำให้โฉมงามหัวใจอ่อนยวบจนแทบจะล่องลอยไปหาเขาเสียเดี๋ยวนี้จะรอจนกว่าจะได้พบหน้า แนบชิดเนื้อนวลโถ โถ โถ โถ โถ...พ่อพยัคฆ์เฒ่าของอิงอิง พ่อยอดขมองอิ่ม ทูนหัวทูลกระหม่อมของเมีย คงคิดถึงเมียใจจะขาดแล้วกระมังท่านพ่อเจ้าขา อิงอิงขอโทษนะเจ้าคะ อื้อ...หนูรักเค้า หลงเค้า ให้เค้าไปหมดแล้
ณ เวลานี้คงไม่มีใครไม่กล่าวถึงเรื่องราวของท่านแม่ทัพเซี่ยเยี่ยนเฉินบุรุษผู้กล้าแกร่ง ผู้เป็นยอดบุรุษแห่งแผ่นดิน บุรุษผู้ที่ขณะนี้กลายเป็นที่อิจฉาของบรรดาบุรุษทั่วทั้งเมืองหลวง เพราะนอกจากจะเป็นผู้ที่ฝ่าบาทให้ความไว้วางพระทัยแล้ว อีกฝ่ายยังได้ครอบครองโฉมสะคราญผู้งดงามเป็นหนึ่ง สตรีผู้มีความงามอันเย้ายวนแล้วยังอ่อนเยาว์เป็นสาวน้อยวัยแรกแย้มที่อายุรุ่นราวคราวลูกมาเป็นว่าที่ฮูหยินความสุขใดเล่าจะเทียบเท่าการได้ครอบครองหญิงงาม มันช่างน่าอิจฉาเสียยิ่งนัก ชีวิตคงจะกระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวาไม่ใช่น้อย ไม่รู้ว่าพวกตนต้องทำบุญอีกกี่ชาติจึงจะมีวาสนาเช่นอีกฝ่ายแต่ไหนเลยใครเล่าจะรู้ ว่าบุรุษผู้ที่ทุกคนต่างก็อิจฉาอยู่นั้น ตอนนี้กำลังนั่งใบหน้างอง้ำอย่างคนอดอยากปากแห้ง เนื้อขาวๆ หวานๆ ฉ่ำๆ อยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่ไม่อาจที่จะกัดกินได้ ใบหน้าหล่อเหลาคร้ามคมจึงดูหม่นเศร้าหงอยเหงาราวคนกำลังตรอมใจอย่างหนัก คร่ำครวญอย่างชอกช้ำอยู่ได้เพียงในใจ ไม่อาจที่จะเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้ไหนล่ะรางวัลที่เขาสมควรจะได้รับ รางวัลความดีความชอบของเขาอยู่ที่ใดกัน เพราะตั้งแต่งานเลี้ยงในวังหลวงวันนั้น นี่ก็ผ่านมากว่าสิบวันแ
รถม้าคันใหญ่แล่นมาจอดสนิทริมถนนสายหลักอันเป็นศูนย์รวมของผู้คนเพราะที่แห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมสินค้าต่างๆ มากมายและบริการหลากหลายทั้งข้าวของเครื่องใช้ อาหารและสถานเริงรมย์ บ่าวสตรีหน้าตาจิ้มลิ้มสองนางก้าวลงมาจากรถม้าเพื่อรอรับผู้เป็นนาย เบื้องหลังปรากฏร่างสะโอดสะองของแม่นางน้อยแต่งกายงดงามก้าวตามลงมา
"พวกเขาออกไปกันแล้ว เจ้า ปล่อยขาข้าแล้วออกมาเสียที"เสียงแหบพร่าที่ดังขึ้นทำให้อิงอิงสะดุ้งสุดตัว รอยยิ้มบนใบหน้างามหุบฉับ ความคิดที่กำลังเจิดจ้าสะดุดลงทันใด ฝ่ามือเล็กที่กำลังลูบไล้ต้นขาแกร่งอย่างลืมตัวผละออกราวกับแตะต้องของร้อน แต่ความหนั่นแน่นแข็งกร้าวของกล้ามเนื้อที่ได้สัมผัสเมื่อครู่ยังคงอุ่นซ
".....?"สายตาคู่งามกวาดมองบรรยากาศภายในหอคณิกาแห่งนี้อย่างโง่งม หากไม่กลัวว่าถอยหลังกลับไปแล้วจะจ๊ะเอ๋กับพวกที่ไล่ตามนางมา นางคงถอยกลับไปดูป้ายด้านหน้าอีกครั้งว่านางตาฝาดไปหรือไม่ เพราะภาพตรงหน้าของนางตอนนี้มันไม่เหมือนหอคณิกาในความคิดนางแม้แต่น้อย ไม่เห็นโฉมสะคราญในชุดนุ่งน้อยห่มน้อย ไม่มีเสียงดน
หลังจากมองดูเด็กทั้งสองจูงมือกันกลับไปหาตู้เซิ่ง ใบหน้างามจึงปรากฏรอยยิ้มกว้างขึ้นอย่างระงับเอาไว้ไม่อยู่ จากนี้ก็ถึงเวลาของนางเสียที นางจะเดินเที่ยวให้หนำใจเลยทีเดียวร่างระหงก้าวเดินราวกับกำลังเริงระบำไปตามเส้นทางที่เริ่มจะมีผู้คนหนาตา สายตากวาดมองรอบกายอย่างตื่นตาตื่นใจ หลงลืมเรื่องทุกข์ใจไปหมดส


















reviewsMore