ใต้หล้าสยบรัก

ใต้หล้าสยบรัก

โดย:  จูน  อัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
9.5
คะแนนไม่เพียงพอ
613บท
120.8Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

Share:  

Report
Overview
Catalog
แสดงความคิดเห็นของคุณในแอพพลิเคชัน

ชื่ออื่น ๆ (แพทย์ยอดพธูแห่งใต้หล้า) (หมอยิ้มงามล่มเมือง) หมออัจฉริยะแห่งวงการแพทย์ผู้ทะลุเวลามากลายเป็นพระชายาที่ถูกทอดทิ้งของอ๋องฉู่ เพิ่งจะมาถึงก็พบกับคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เธอยึดมั่นในจรรยาบรรณของหมอในการเข้าช่วยรักษา จนเกือบจะทำให้ตัวเองเกือบเข้าคุกจักรพรรดิ์ประชวรหนัก เธอพยายามหาทางรักษา แต่ถูกเข้าใจผิด และถูกตำหนิจากตู๋อ๋องผู้น่ารังเกียจ การทำความดีทำได้ยากขนาดนั้นเลยเหรอ?ผู้ชายคนนี้สร้างปัญหาให้เธอตลอด ไม่เป็นไร เธอทนได้ แต่ที่ทนไม่ได้ที่สุดคือ เขายังแต่งอนุเข้ามาเย้ยหยันเธอนี่สิ!“เจ้าคิดว่าเจ้าทำให้ข้าเกลียดเจ้าเช่นนั้นรึ ข้าเกลียดเจ้า เพราะเจ้ามันน่ารังเกียจตั้งแต่แรกพบด้วยซ้ำ” ตู๋อ๋องพูดวาจาทิ่มแทงอย่างไร้เยื่อใย หยวนชิงหลิงคลี่ยิ้มออกมา“ท่านไม่คิดรึว่าข้าเองก็ไม่ได้ชอบท่านเช่นกัน เพียงแต่ทุกคนที่นี่ล้วนมีการศึกษา และข้าเองก็ไม่อยากทำให้ท่านต้องขายหน้าหรอกนะเพคะ”

ดูเพิ่มเติม
ใต้หล้าสยบรัก Novels Online Free PDF Download

Latest chapter

Interesting books of the same period

To Readers

Welcome to Goodnovel world of fiction. If you like this novel, or you are an idealist hoping to explore a perfect world, and also want to become an original novel author online to increase income, you can join our family to read or create various types of books, such as romance novel, epic reading, werewolf novel, fantasy novel, history novel and so on. If you are a reader, high quality novels can be selected here. If you are an author, you can obtain more inspiration from others to create more brilliant works, what's more, your works on our platform will catch more attention and win more adimiration from readers.

ความคิดเห็น
ไม่มีความคิดเห็น
613
บทที่ 1
ณ ตำหนักเฟิ่งอี้ จวนอ๋องฉู่แห่งราชวงศ์ถังของทางตอนเหนือ แสงเทียนพริ้วไหวไปมา กระทบกระดาษอักษรมงคลสีแดงค่อนข้างเก่าที่แปะอยู่ทั่วทุกที่ภายในห้อง แสงและเงากระจายเป็นขอบสีทอง เรืองแสงอ่อน ๆ สะท้อนเป็นเงาซ้อนอยู่บนผนังใบหน้าของ หยวน ชิงหลิง มีเพียงความอัดอั้นและไม่พอใจหนึ่งปีแห่งการแต่งงาน เขาไม่เคยแตะต้องนางเลยแม้แต่ปลายนิ้ว และเมื่อวันก่อนไปเข้าเฝ้าในวังหลวง ไทเฮามองดูหน้าท้องแบนราบของนางแล้วก็ถอนหายใจ เพราะทรงผิดหวังมาก พระนางยังตรัสถึงเรื่องการรับพระชายารองของท่านอ๋องเพิ่ม นางจึงอดไม่ได้ที่จะต้องบอกไทเฮาว่า พวกเขาแต่งงานกันมาแล้วหนึ่งปี แต่ยังไม่เคยร่วมหอด้วยกันเลยนางไม่อยากร้องไห้เพื่อเรียกร้องความสนใจ นางเพียงแค่ไม่พอใจตั้งแต่ที่นางเห็นเขาครั้งแรกตอนอายุสิบสาม หัวใจของนางก็ผูกติดอยู่กับเขา นางพยายามทำทุกวิถีทาง และในที่สุดก็แต่งงานกับเขาในฐานะพระชายา นางคิดว่านางทุ่มเทให้ทุกสิ่งทุกอย่าง เขาก็ต้องหวั่นไหวหรือใจอ่อนให้บ้างสักเล็กน้อย แต่นางกลับประเมินค่าตัวเองสูงไปเกินไป ทั้งที่รู้ ๆ กันว่าเขาเป็นสามีของนาง แต่นางไม่เห็นความสงสารแม้แต่น้อยในสายตาของเขา มีเพียงความเกลียดชัง
Read More
บทที่ 2
เธอหมดสติไปหลังจากฉีดยาที่เธอคิดค้นขึ้น พอตื่นขึ้นมาก็อยู่ที่นี่แล้วความทรงจำบางอย่างในสมองของเธอ ที่ไม่ได้เป็นของเธอนั้นค่อย ๆ ไหลทะลักเข้ามาเชื่อมโยงความทรงจำอย่างช้า ๆหยวนชิงหลิงบุตรสาวภรรยาหลวงของขุนนางจิ้ง รอคอยอย่างเงียบ ๆ เธอเฝ้ารออ๋องฉู่ หวี่เหวินห่าวมานาน เมื่ออายุได้สิบห้าปี เธอไปที่บ้านขององค์หญิงเพื่อร่วมงานเลี้ยง และวางแผนจัดฉากว่าอ๋องฉู่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเธอ และการขู่ว่าจะทำร้ายตัวเอง เลยทำให้เธอกลายเป็นพระชายาของอ๋องฉู่น่าเสียดายที่หลังจากอภิเษกสมรสในวังเป็นเวลาหนึ่งปี เธอทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ อ๋องฉู่ก็ไม่เคยชายตามองเธอแม้แต่นิดเดียวสาววิศวะ แม้ว่าจะไม่เคยมีความรัก แต่ร่างกายบอกกับเธอว่า ก่อนเจ้าของเดิมจะเสียชีวิต เธอน่าจะเคยมีพฤติกรรมก้าวร้าวมาก่อนความทรงจำของเจ้าของเดิมในใจของเธอก็ยืนยันสิ่งนี้เช่นกันจากหมออัจฉริยะเลื่อนขั้นเป็นพระชายาอ๋องฉู่แห่งราชวงศ์ที่ไม่รู้จัก สิ่งที่เสียดายเพียงอย่างเดียวของหยวนชิงหลิงคือโครงการวิจัยที่เธอมีอยู่ในมือแต่ไม่สามารถดำเนินการได้อีกต่อไปวิญญาณข้ามมิติทะลุเวลาเป็นเรื่องที่ไม่เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์แบบนี้ได้เกิดข
Read More
บทที่ 3
ร่างของเจ้าของเดิมอ่อนแอเกินไป เธอจึงหลับไปอย่างเพลีย ๆเธอฝันว่าตัวเองได้กลับไปที่ห้องวิจัยของเธอจริง ๆห้องวิจัยที่บริษัทจัดให้เธอเป็นห้องที่ลึกลับมาก นอกจากประธานบริษัทและผู้ช่วยของเธอ แทบไม่มีใครรู้ที่ตั้งของห้องวิจัยเลยทั้งหมดไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เธอแตะโต๊ะ, คอมพิวเตอร์, กล้องจุลทรรศน์, กระบอกฉีดยาที่เธอเคยฉีด และหลอดทดลองก็ทิ้งไว้ที่ด้านข้างคอมพิวเตอร์เปิดอยู่ เธอล็อกอิน WeChat ในคอมพิวเตอร์ ข้อความมากมายเด้งขึ้นอย่างต่อเนื่องจากคนในครอบครัว ถามเธอว่าอยู่ที่ไหนเธอสัมผัสแป้นพิมพ์ ในใจรู้สึกเศร้า เพราะว่าความตายในยุคปัจจุบันของเธอเธอจะไม่มีวันได้เจอพ่อแม่และครอบครัวอีกแล้วตกใจอยู่ครู่หนึ่ง เธอเห็นขวดยาใส่แผลโพวิโดนวางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งเธอได้เอามันมาด้วยก่อนจะฉีดยา เพราะเธออยู่ในสถาบันวิจัยมานาน ดังนั้นสถาบันวิจัยมักจะมียาหลายชนิดอยู่เธอเปิดกล่องยา ยาแทบจะไม่เคยได้ใช้เลยถ้าเธอมียาเหล่านี้ เด็กคนนั้นอาจจะรอดไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน และทันใดนั้นเธอก็ตื่นจากความฝัน เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูสาวใช้เดินมาพร้อมกับตะเกียง ในมือถือจานหมั่นโถว วางลงบนโต๊ะอย่างแรง แล้วพูดอย่างเ
Read More
บทที่ 4
หยวน ชิงหลิงผงะไปชั่วขณะ ในสมองพลัยผุดภาพความทรงจำนั้น เป็นวันก่อนที่ฮั่วเกอเอ๋อร์จะเกิดเรื่องขึ้น เจ้าของร่างเดิมเคยดุเขาตบเขาอย่างรุนแรง ทั้งยังสั่งให้แน่นหนา ที่เขาเกิดเรื่องขึ้นก็คงเป็นเพราะเกิดพลัดกลิ้งตกลงมา แล้วถูกตะปูตำจนได้รับบาดเจ็บซึ่งจริง ๆ แล้วงานนี้ ไม่ใช่หน้าทีของเขาไม่เพียงแค่นั้น เพราะคนที่เขาแต่งงานด้วยก็ถูกขายออกไป เธอโกรธแค้นคนที่อ๋องฉู่สั่งการมา และมักจะเฆี่ยนตีและดุด่าคนรอบข้างของเธอเสมอ แม่นมฉีก็ถูกเธอทุบด้วยถ้วย เลือดไหลออกมาจำนวนมากเจ้าของเดิมเป็นคนจิตใจไม่ดี ไม่แปลกที่ทุกคนจะเกินความรำคาญ“เจ้าลองถามแม่นมฉีดู ฉันจะไปดูเขาได้ไหม” หยวน ชิงหลิง ถาม“พระชายามีจิตใจที่ดีเช่นนี้ เราก็คงจะไม่ตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ไม่ต้องหน้าซื่อใจคด แม่นมฉี และ ฮั่วเกอเอ๋อร์ไม่อยากเห็นพระชายา” ลู่หยา พูดแล้วหันกลับก่อนจะเดินออกไปประตูปิดอีกครั้งหยวน ชิงหลิง ถอนหายใจเบา ๆ เด็กคนนั้นกำลังจะตาย?เธอไม่รู้ว่าอาการบาดเจ็บของหั่วเกอนั้นร้ายแรงแค่ไหน และก็ไม่รู้ว่าหมอที่นี่รักษาเขาอย่างไร หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เป็นไปได้มากที่กระจกตาจะหลุดออกมา และลูกตาอาจจะติดเชื้อชีวิต
Read More
บทที่ 5
แม่นมฉีคุกเข่าลงกับพื้น ขอร้องหมอลี่ หมอลี่มองไปที่องครักษ์ทังหยาง ทังหยางพูดอย่างลำบากใจ: "หมอ ไม่ลองดูเหรอ?"หมอลี่ยิ้มแหย ๆ "ลองดู? คนใกล้จะตายแล้วให้ข้ารับช่วงต่อ มันก็จะทำลายชื่อเสียงของข้าหมดสิ"หลังจากได้ยินแบบนี้ แม่นมฉีร้องไห้เกือบจะเป็นลม หายใจหอบและตะโกนต่อไปว่า: "หลานชายผู้น่าสงสารของข้า!"ลวี่หยาเดินเข้าไปปลอบ ช่วยประคองแม่นมฉีลุกขึ้นนั่งข้าง ๆแต่องครักษ์ทังหยางพูดกับหมอว่า: "เด็กคนนี้มีอาการปวดรุนแรงมาก ไม่ก็หมอช่วยสั่งยาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของเขา ข้างนอกจะไม่พูดถึงท่านแน่นอนว่าเคยช่วยเหลือไว้"ทังหยางพูด ๆ อยู่ พร้อมกับยัดเงินเข้าไปในแขนเสื้อของหมอหมอลี่พูดขึ้นว่า "ถ้าความเจ็บปวดบรรเทาลงก็ถือว่าดี แต่ก็เปล่าประโยชน์ที่จะบรรเทาความเจ็บปวด เพราะเมื่อถึงเวลาก็ต้องไป"“ใช่ ใช่ ใช่!” ทังหยางก็อยากให้หั่วเกอไปอย่างสบาย เด็กคนนั้นน่าสงสารจริง ๆ ก็เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก ๆหมอลี่กำลังจะเข้าไปเขียนใบสั่งยา แต่จู่ ๆ ประตูก็ปิดดังปั้ง ทั้งยังคล้องด้วยสลักประตูลวี่หยาจำลักษณะของเสื้อผ้าที่เห็นก่อนประตูจะปิด และตะโกนว่า "เป็นพระชายา"แม่นมฉีได้เมื่อยินว่าเป็นพระชายา ก็ทั้
Read More
บทที่ 6
ยังไม่ทันได้ตั้งตัว นิ้วที่แข็งราวกับคีมเหล็กบีบคอเธอ ดวงตาของเธอเบิกกว้าง ก็ได้เห็นใบหน้าเหย่อหยิ่งของอ๋องฉู่ที่ระเบิดอารมณ์โกรธออกมาแรงบีบที่ทำให้เกือบขาดอากาศหายใจ ตาของเธอมืดลงจนเกือบจะหมดสติ“แม้แต่เด็กอายุสิบขวบ” เสียงขบกรามแน่นที่ดังอยู่ข้างหูเธอ “เจ้าลงมืออย่างอมหิตถึงเพียงนี้ ทหาร นำตัวพระชายาออกไปโบยสามสิบที!”หยวน ชิงหลิง นอนไม่หลับติดต่อกันมาหลายวัน ร่างกายจึงไม่มีเรี่ยวแรง ทั้งยังโดนตบไปอีก ร่างกายก็ไร้เรี่ยวแรงจนลุกไม่ขึ้น ทันทีที่ท่านอ๋องปล่อยมือ ร่างเธอก็ร่วงฟุบลงไปกับพื้น ทันทีที่ได้รับอากาศ เธออ้าปากกว้างสูดหายใจเข้าปอด จู่ ๆ ร่างก็ถูกหามลากออกไปยามค่ำคืน เธอมองเห็นเพียงแค่ใบหน้าเย็นชาของอ๋องฉู่ในชุดคลุมหรูหราและสายตาที่มองมาด้วยความรังเกียจ…เธอถูกลากไปที่บันไดหิน ศีรษะโขกกระแทกกับขั้นบันไดหินแข็ง ความรู้สึกเจ็บปวดที่ล้นทะลักออกมา แววตาที่มืดลง เธอได้หมดสติไปแล้วเธอหมดสติได้ไม่นาน ความเจ็บปวดก็กลับเข้ามาในสติ เป็นความรู้สึกเจ็บปวดที่แม้แต่ในชีวิตที่แล้วก็ไม่เคยได้รับ แรงฟาดของไม้ที่ฟาดลงมาแต่ละทีบนเอวและขา ทุกครั้งที่ฟาดลงมาเจ็บซึมลึกเข้ากระดูก เธอรู้สึกได้แค่
Read More
บทที่ 7
ถังหยางสั่งให้ลวี่หยาไปจัดยาและพูดปลอบใจแม่นมฉีเล็กน้อยก่อนจะหันจากไปแม่นมฉีเฝ้าดูแล ยิ่งมืดก็เริ่มหวาดกลัวลวี่หยาก็เข้ามาอยู่เป็นเพื่อน ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกลั้นหายใจเฝ้ามองฮั่วเกอเอ๋อร์ กลัวว่าถ้าหายใจแรงไปเขาจะตื่นขึ้นมาแต่ทว่า ฮั่วเกอเอ๋อร์นอนหลับสนิท จนถึงรุ่งสาง ไม่คิดเลยว่าจะตื่นขึ้นมา ฮั่วเกอเอ๋อร์ลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่งมองแม่นมฉี “ท่านย่า ข้าหิว!”แม่นมฉีแทบจะกระโดดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ หลังจากได้รับบาดเจ็บ เขาก็กินอะไรไม่ได้ แม้แต่นมแพะที่นางไปร้องขอมาอย่างยากลำบากก็ดื่มไม่ลงเลยสักนิดนางเอื้อมมือไปลูบหน้าผากของหลาน คาดไม่ถึงเลยว่าจะไม่ร้อนแล้ว“ยาของท่านหมอได้ผล ได้ผลจริงๆ!” แม่นมพูดกับลวี่หยาด้วยความรู้สึกตื่นตะลึง“ใช่เจ้าค่ะ ยาของท่าหมอได้ผลแล้ว” ลวี่หยาเองก็รู้สึกดีใจมากๆท่านหมอหลี่ที่ถูกเชิญมาในวันรุ่งขึ้นได้มาถึงที่จวนอ๋องฉู่แล้วได้ยินว่าเด็กยังไม่ตาย หมอหลี่ก็ได้แต่คิดมันช่างเป็นเรื่องที่แปลกจริง ๆ “เด็กคนนี้ดวงแข็งจริงๆ โดยปกติคงไม่รอดแล้ว”แม่นมฉีคุกเข่าแล้วก้มหัวลง “ท่านหมอ ท่านจ่ายยาช่วยชีวิตหลานชายข้า”หมอหลี่ชะงักไปสักครู่ เมื่อวานที่ยาที่จ่ายไม่
Read More
บทที่ 8
กินหมั่นโถวไปแล้วครึ่งลูก เธอรู้สึกว่าเริ่มมีแรงขึ้นมาบ้างเล็กน้อย เธอพยายามลุกขึ้นเอนตัวลงไปพักกับโต๊ะ ใช้ร่างกายท่อนบนพยุงร่าง ไม่มีทางที่จะเทน้ำเองได้ จึงทำได้แค่เอนตัวไปดื่มน้ำที่เหลือเท่านั้นรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย เธอค่อย ๆ ขยับขาทั้งสองขาอย่างช้า ๆ ค่อย ๆ พาตัวเองลงมาจากโต๊ะ แต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงมากพอ จึงล้มลงกับพื้นกระเทือนถึงแผลบอบช้ำที่หลังเธอกัดฟันอดทนกับความเจ็บ จากนั้นใช้ศอกทั้งสองคลานหากล่องยาอย่างช้า ๆ ถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็น แต่เธอจำได้ว่ามียาแก้อักเสบและยาลดไข้อยู่ในนั้น ฉีดยาไม่ได้ เธอก็ทำได้แค่เพิ่มปริมาณยาที่กินเท่านั้นผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เธอเทวิตามินซีกินไปสักนิด เมื่อไม่มีน้ำเลยกินแบบกลืนลงไป รสชาติเปรี้ยวจนเธอแทบอยากเอามือทุบพื้นกินยาแล้ว เธอนอนขดตัวกับพื้นแล้วหายใจเข้าลึก ๆ ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยได้รับความทุก์ทรมานขนาดนี้มาก่อนเลย ทำให้เธอรู้ตัวว่ายุคนี้กับยุคปัจจุบันที่เธอเคยอยู่มันต่างกัน คนที่มีอำนาจ สามารถลิขิตสั่งให้ใครอยู่หรือใครตายก็ได้และชีวิตของเธอ อยู่ในกำมือของอ๋องฉู่เธอจำเป็นต้องปรับตัวให้มีชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมเลวร้ายนี้ให้ได้เพียงแต่ก็ไ
Read More
บทที่ 9
หยวน ชิงหลิง ปรับตัวให้ชินกับความมืดได้แล้ว ทันใดนั้นเองแสงสว่างที่เข้ามาโดนตาเธอทำให้เธอต้องยกมือบังแสงนั้น เธอได้ยินเสียงคุกเข่ากับพื้น แม่นมฉีคุกเข่าลง “พระชายา หม่อมฉันไม่รู้ จึงเข้าใจพระชายาผิดไป ได้โปรดช่วยฮั่วเกอเอ๋อร์ด้วย”“พยุงข้าขึ้น!” หยวน ชิงหลิง พูดอย่างช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงแหบแห้งแม่นมฉีวางตะเกียงลงแล้วไปช่วยพยุง หยวน ชิงหลิง นางมองเห็นรอยเลือดที่ด้านหลังของหยวนชิงหลิงแล้ว อาการบาดเจ็บช่างสาหัสจริง ๆ นางเกิดความลังเลขึ้นมาในใจเล็กน้อย นางเกลียดผู้หญิงคนนี้จากก้นบึ้งของหัวใจ แต่ทว่าสิ่งที่ฮั่วเกอเอ๋อร์พูดอาจจะเป็นความจริง?“พระชายา พระองค์ยืนได้ไหมเพคะ?”“ไปนำกล่องยาข้ามา!” หยวน ชิงหลิง รู้ว่าแม่นมฉีเกลียดเธอยังกับอะไรดี แต่ก็ยังยอมคุกเข่าขอร้องให้เธอช่วยแบบนี้ คาดว่าอาการของฮั่วเกอเอ๋อร์ดูท่าคงไม่ดีแล้ว ไม่ใช่เวลามาสนใจว่าใครจะเห็นกระเป๋ายาอีกแล้ว“พะ เพคะ!” แม่นมฉีรีบเข้าไปเอากระเป๋ายาหลังจากนั้นก็กลับมาพยุงเธอหยวน ชิงหลิง เดินไปไม่กี่ก้าวรู้สึกเจ็บปวดที่ขาและสะโพกจนเหงื่อไหลหยดออกมา เมื่อก้าวออกจากประตู มันเจ็บมากเสียจนฟันกระทบกัน“พระชายา...”“อย่าพูดไร้สาระ รี
Read More
บทที่ 10
หลังจากทำแผลเสร็จแล้ว เธอเหนื่อยล้าจนถึงขีดสุด เธอเอนกายพักผ่อน เธอรู้ตัวเองดีกว่ากระทำของตัวเองไม่ได้น่าภูมิใจมากนัก แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรมันอีกแล้วพักอยู่ครู่หนึ่ง ได้ยินเสียงแม่นมฉีบ่นด้วยความกังวลใจ “พระชายา เป็นอย่างไรบ้างเพคะ?”หยวน ชิงหลิง ดันตัวเองขึ้นจากโต๊ะอย่างช้า ๆ แล้วยืนให้เรียบร้อย ก่อนเรียกแม่นมฉี “เข้ามาเถอะ”เสียงผลักประตูดังขึ้น แม่นมฉีกับลวี่หยาเมา ทั้งสองคนรีบวิ่งไปดูฮั่วเกอเอ๋อร์ พบว่าลมหายใจสม่ำเสมอดี แม่นมฉีจึงถอนหายใจได้อย่างโล่งอกหยวน ชิงหลิง ยกกล่องยาขึ้นแล้วพกกับทั้งคู้ว่า “เรื่องในคืนนี้ พวกเจ้าทั้งสองจงเก็บเป็นความลับ อย่าได้บอกอ๋องฉู่หรือคนในจวนแม้แต่คนเดียว” แม่นมฉีและลวี่หยามองหน้ากันและคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายลวี่หยาเข้าไปพยุง หยวน ชิงหลิง “พระชายา หม่อมฉันพยุงพระองค์กลับไปนะเพคะ” “ไม่เป็นไร เจ้าเฝ้าเขาเถอะ ที่หัวเตียงข้าวางยาเอาไว้ สองชั่วยามให้เขากินหนึ่งครั้ง ถ้ากินหมดแล้ว ค่อยมาหาข้า” หยวน ชิงหลิง ปล่อยมือลวี่หยาแล้วเดินออกไปข้างนอกอย่างยากลำบาก “พระชายาเพคะ!” จริง ๆ แล้วนางอยากพูดขอบคุณสักคำ แต่พอนึกเรื่องเมื่อก่อนที่
Read More
DMCA.com Protection Status