ของขวัญ ในกรงกาม

ของขวัญ ในกรงกาม

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-08-10
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
55Bab
1.4KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ปราชญ์ ตามหาเครื่องเพชรประจำตระกูล ที่ถูกขโมยไปโดยคนรักเก่าของแม่ เฝ้ารอ เพื่อให้ได้ของล้ำค่าชิ้นนั้นกลับสู่อ้อมกอด แต่ระหว่างการเดินทางของแผนการร้ายนั้น เขากลับได้พบของขวัญล้ำค่าของศัตรู ได้สัมผัส ได้แตะต้อง พระเจ้า!!! มันทำให้เขาลืมไม่ลง จนต้องหาทางนำของขวัญชิ้นนั้นมาเป็นตัวประกัน เพื่อแลกกับเครื่องเพชร เก็บของขวัญเอาไว้ในกรงกาม ให้เขาเชยชมจนกว่าจะเหนื่อย “ไอ้คนเลว ไอ้คนป่าเถื่อน ฉันจะกลับบ้าน กลับไปอดตายยังดีกว่า” “ฮ่าๆ เธอเป็นเมียฉัน! ภูมิใจเถอะได้ผัวแก่แต่แซ่บ” เขาตวาดลั่นพลางกระชากเธอตัวปลิว “ฉันไม่ใช่เมียแก ไอ้บ้า! ปล่อย”

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

脳腫瘍と診断された後、白石紗季(しらいし さき)は二つの事実を知ることになった。

一つは黒川隼人(くろかわ はやと)との婚姻届が偽物だったこと。もう一つは実の息子――黒川陽向(くろかわ ひなた)もその事実を知っており、他人を母親として望んでいたこと。

この時紗季は自分の家族を捨て、全てを彼らに捧げた七年間が、まるで茶番だったことを悟った。

そこで紗季は三つのことを実行し、この薄情な父子の前から完全に姿を消すことにした。

一つ目は、一ヶ月前に予約していた結婚七周年記念のキャンドルディナーをキャンセルし、陽向の幼稚園のクラスLINEグループと、父子の健康のために入っていた数十の健康関連のグループから退会すること。

二つ目は、医師からストレステストを受け、特効薬を処方してもらい、海外まで移動できる体調を確保すること。

三つ目は、七年間連絡を絶っていた兄の白石隆之(しらいし たかゆき)に電話をかけ、遠くへ嫁いだことを後悔して、帰りたいと告げること。

――

「紗季さん、がん細胞が脳神経を圧迫しています。早急な決断が必要です」

消毒液の匂いが漂う病院の廊下で、医師の言葉が今も紗季の耳に響いていた。

全身を震わせながら、しわくちゃになった検査結果の用紙を握りしめた。

最近頭痛や嘔吐に悩まされ、時々鼻血も出ていた。

寝不足による単なる体調不良だと思っていたのに、検査結果は恐ろしい事実を突きつけてきた。

医師は治療方針を選択する必要があると言った。

手術をして五十パーセントの生存確率に賭けるか。

それとも保守的な治療を選び、投薬と化学療法で髪の毛は抜け落ちるが、あと数年の命を繋ぐか。

紗季はその五十パーセントという確率に賭けることが怖かった。

幼い頃から注射さえ怖がっていた彼女にとって、冷たい手術台の上で生死を分ける選択をすることは想像もできないほど怖かった。

しかし手術をしなければ、脳の腫瘍は大きくなり、苦しみながら死んでいくという残酷な現実が待っている。

紗季は目を閉じ、隼人のことを考えた。

彼女は隼人と結婚してもう七年になる。彼女は彼を愛していて、まだ長い間一緒に生活したいと思っている。

そして何より、二人は頭がよく、優秀な息子――陽向を一緒に育てている。

人生で最も大切な二人のことを考えると、勇気が湧いてきた。

彼女は立ち上がり、医師の診察室のドアを開けた。

「先生、決心しました。開頭手術の予約をお願いします」

医師は厳かな表情で言った。

「五十パーセントの確率です。怖くないのですか?」

紗季は微笑んだ。「怖くありません。夫と子供が私の側にいてくれると信じています。二人がいれば、何も怖くありません」

医師はゆっくり頷いた。

「分かりました。一ヶ月後の手術を予約しておきます」

紗季は病院を出て、急いで帰宅した。夫と子供の慰めと支えが欲しかった。

家政婦は隼人が会社に行ったと告げた。

紗季は急いで黒川グループへ向かい、社長室の前まで来た。

中に入る前に、男性の声が聞こえてきた。

「隼人、紗季にお前が美琴を秘書にしたことを知られたら、怒るんじゃないか?」

紗季は凍りつき、ドアの隙間から隼人の親友――青山翔太(あおやま しょうた)の姿をはっきりと見た。

美琴?

美琴!

この名前は彼女にとってあまりにも馴染みがあった。隼人が十年もの間、心の奥底に秘めていた初恋の人だった。

机に向かって座る隼人は目を伏せ、袖をまくり上げた。黒いシャツの襟元は少し開いていて、どこか冷たい既婚者の雰囲気を醸し出していた。

彼はいらだって言った。

「会社のことに口を出すな」

翔太は首をすくめ、苦い顔をした。

「まあね、俺はこの何年もお前の面子を立てて、紗季のことを奥さんって呼んできたけど、周りの人はみんな、お前たちが偽装結婚だって知ってるよ。それに婚姻届は俺が偽造したんだ。ハハハハ!」

これを聞いた紗季は、顔が真っ白になり、その場で凍りついた。

彼女は......何を聞いたのだろう?

隼人との結婚は......偽装だったの?

隼人はオフィスのドアに背を向けて座り、ドアの外に人が立っていることに全く気付いていなかった。

翔太は好奇心に駆られて尋ねた。

「隼人、なんで黙ってるの?今美琴が戻ってきたんだから、早く紗季と別れればいいじゃん?当時紗季がしつこく迫って、お前が酔っ払ってた時に誘惑して妊娠したから、子供の戸籍のために仕方なく偽装結婚したんだろ。その結果、美琴が傷ついて出て行って、今やっと戻ってきたわけだし」

紗季は息を飲んだ。

激しい頭痛が襲ってきて、紗季は口を押さえ、必死に吐き気をこらえた。

あの夜、バーに翔太も確かにいたはずなのに!

自分は隼人にお酒を勧めてなどいなかったのに、隼人はビジネスライバルに薬を盛られていた。翔太はそれを分かっていたはずだ。

自ら「解毒剤」になろうとして、隼人とホテルへ行ったのだ。

なぜすべての責任を自分一人に押し付けるのか?

翔太は軽く笑い、からかうような口調で言った。

「お前はいつ美琴と結婚するつもりだ?当時彼女は重い心臓病にかかって、お前の足手纏いになるのを恐れて去った。紗季にその隙を突かれたんだろう?美琴はもともとお前の妻になるはずだったのに!」

隼人は鋭い視線で翔太を見つめた。

その目は氷のように冷たく、警告が伝わってくる。

「俺と紗季には陽向がいるんだ......」

紗季は全身を激しく震わせ、立っているのがやっとだった。

彼女は彼らの会話に吐き気を催した。聞き続けられなくなり、そのままトイレに駆け込んだ。

そのため隼人が言いかけていた言葉を聞き逃してしまった。

紗季は洗面所で激しく嘔吐した。

残酷な真実に吐き気を催したのか、脳腫瘍による生理反応なのか分からなかった。

女性社員が入ってきて驚き、急いでティッシュを差し出した。

紗季は目を赤くしてティッシュを受け取り、泣くよりも醜い笑顔を作って言った。

「ありがとうございます......隼人には私が来たことを言わないでください」

彼女は振り返り、よろめく足取りで会社を出て、まるで生ける屍のように街をさまよった。頭の中では、隼人との初めての出会いが思い返されていた。

7年前、彼女は海外でも有名なデザイナーで、兄――隆之のジュエリー会社で重要なポジションを担っていた。その頃、隼人とは何の接点もなかった。

ある出張の際、紗季がホテルを出たところで突然スカートが裂けてしまったのだ。

彼女が露出してしまいそうになり、ひどく恥ずかしく慌てていた時、隼人が高級車から降りてきて、彼女の前に歩み寄り、スーツの上着を差し出した。

「腰に巻いてください」

適切な援助が、見知らぬ環境での彼女の窮地と不安を一瞬で解消した。

彼女は顔を上げると、かっこいい顔に一目惚れした。

それ以来紗季は彼のことが忘れられず、隆之を通じてコネを作り、あらゆる手段を尽くして隼人との仕事上の接点を作り、積極的に追いかけた。

隼人の心の中に忘れられない初恋相手がいることを知りながらも、彼女は決して諦めなかった。

その後、酒の席で偶然会ったことがきっかけとなって二人は親しくなった。紗季が妊娠したことで、自然な流れで結婚することになったのだ。

紗季は新婚初夜のことを覚えていた。彼女は隼人に尋ねた。

「私は責任を取れとは言わなかったのに、なぜ私と結婚してくれたの?」

いつも冷淡な隼人が、初めてあんなに真剣に彼女を見つめ、ゆっくりと答えた。

「お前に、そして俺たちの子供に、家族を与えたいんだ」

この一言のために、紗季はこの結婚に全てを捧げた。彼女は隆之の強い反対を押し切って自身のキャリアを捨て、国内に留まり、妻として母として全力を尽くした。

しかし今、彼女が全てを捧げた結婚は最初から最後まで偽りだったのだ!

隼人は最初から彼女を本当の妻とは見ていなかった!この7年間、彼の心には別の女性がいて、彼女とは夫婦のふりをしていただけだった!

紗季の心はまるで血を流すように痛んだ。最初から最後まで完全な笑い物だったことを痛感した。

彼女は決心した。

一ヶ月後、もし手術が成功して生き延びたら陽向を連れて出て行こう。

隼人は陽向のことを遠慮する必要はない。好きな人と結婚すればいい!

子供のことを考えると、紗季に少し力が戻ってきたような気がした。

彼女は家に駆け戻り、階段の入り口まで来たところで、陽向が執事――森下玲(もりした れい)と話しているのが聞こえた。

「パパとママの婚姻届が授与されてないって、ママが知ったらどうなると思う?」

陽向の幼い声が聞こえてきた。

紗季は目を見開き、その場に立ち尽くした。

玲は優しく笑って答えた。

「仕方がないですよ、坊ちゃま。ご主人様は奥様のことをお好きではないですからね、それはご存知でしょう」

陽向は子供らしく鼻を鳴らした。

「実は僕もママのこと、あんまり好きじゃないんだ。僕は美琴さんの方が好き!すっごく優しいんだよ。ママが僕をパパの会社に連れて行くたびに、美琴さんはいっぱいおいしいものとか、面白いものをくれるんだ。ママみたいに、お菓子を食べ過ぎちゃダメだとか、勉強しなさいとか言わないし。うるさくないんだよ!美琴さんがパパと結婚できたらいいのにな!」

紗季は掌を強く握りしめたが、気を失いそうになった。

育てた実の子供までもが、隼人と同じように、彼女にこれほど冷たく無情だとは予想していなかった。

紗季は過去の「母子の愛」「夫婦の睦まじさ」という温かな情景を思い出したが、今となってはそれが全て夢だったと感じた。

これは甘美に見えて、実は恐ろしい悪夢だった。

当時、隆之が結婚のことに強く反対したのは、彼女が苦労することを心配してのことだった。彼女は隆之の言葉に耳を傾けるべきだったのだ。

もし隆之が隼人のしたことと陽向の態度を知ったら、きっと怒り狂って刃物を持って殺しに来るだろう。

紗季は胸の痛みで目を瞬かせ、黙って階段を降りた。

彼女は夫と子供のために死を恐れずに、手術台に横たわることを決意したが、今ではその支えとなっていた希望も完全に粉々に砕けてしまった。

彼女はリビングに来て、電話をかけた。

「お兄ちゃん、隼人と離婚したい。家に帰ってもいいかな?」
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
55 Bab
บทที่ 1
โจรสวมโม่ง รีบหนีด้วยการเปิดประตูเข้าไปในห้องเดิมที่เพิ่งผ่านเข้าไปก่อนหน้า แต่คราวนี้เขาต้องชะงัก เมื่อคนบนเตียงดิ้นแรงจนผ้าห่มหลุดลุ่ยมาอยู่ปลายเท้า ซึ่งก่อนหน้าที่เห็นคือเธอนอนคลุมโปง ทำให้เขาตกใจคิดว่าเจ้าหล่อนจะตื่น แต่เปล่าเธอแค่ขยับตัว ทว่าสิ่งทำให้เขาหยุดเดินแล้วตาลุกวาว คือเรือนร่างที่ถูกเผยภายใต้แสงไฟมืดมิด แต่ยังมีแสงสว่างจากหน้าบ้านส่องเข้ามาให้เห็นในห้องเป็นบางส่วน และแสงไฟนั้นสาดผ่านรอยต่อของผ้าม่าน กระทบร่างน้อยที่นอนไม่เอาความสวยงามเลย โจรสวมโม่งยืนตัวแข็งทื่อมอง ร่างกายเริ่มร้อนรุ่มเมื่อแสงไฟสาดมาโดนช่วงสะโพกของสาวน้อยเข้าพอดี จึงได้เห็นว่าเธอใส่เพียงเสื้อกล้ามสีขาว และกางเกงขาสั้นบางจนแนบเนื้อ เขาตะลึงกับสิ่งที่อวดหราจนเผลอเดินเข้าไปชมใกล้ๆ เนินเนื้ออวบอูมนูนเด่นพ้นกางเกงบางออกมาให้เขาเห็นเป็นกลีบส้มผลใหญ่ เขาจ้องและลอบกลืนน้ำตาแทบไม่ลงคอ ก่อนจะคุกเข่าลงตรงปลายเตียง ยื่นหน้าเข้าไปสำรวจกลีบส้ม ราวกับคนหิวกระหายน้ำ ไล่สายตาไปตามสะโพกกลมกลึง เรียวขา หน้าท้องขึ้นไปจนถึงหน้าอก สาวน้อยไม่ได้ร่างบาง แต่มีน้ำมีนวล ไม่ได้อ้วนแต่ไม่ผอมเพรียว เรียกได้ว่ากำลังอยู่ในวัยน่ากิน
Baca selengkapnya
บทที่ 2
“ซี๊ด! อื้อ! อูยยยยย ทำไมเสียวแบบนี้” สิ้นเสียงครางหวานพะแผ่วราวกับคนละเมอ เจ้าร่างน้อยก็หายใจหอบ ทว่ายังแอ่นกลีมส้มให้เขาดูดเลียอย่างไม่อิ่มเอม จมูกโด่งและปลายลิ้นร้อนยังคงซุกไซ้กับกลีบส้มผลใหญ่ “หวานอร่อยเหลือเกินเด็กน้อย” ปากพูดไปพลาง ลิ้นก็ยังคงเลียไปพลางและยังคงสร้างความเสียวสะท้านให้กับร่างน้อยที่หลับใหล “เกิดอะไรขึ้น ซี๊ด! อ่า! หนูเสียว อื้อ” เธอละเมอและครางแผ่วเบา “กำลังจะทำให้หนูขึ้นสวรรค์อีกรอบ”“อ๊ะ! อื้อ!” เสียงครางเบาเปล่งออกมาอีกครั้ง ขณะที่เขายังคงดูดเลียเม็ดเสียวอย่างอ้อยอิ่ง จากที่อารมณ์เพิ่งสงบมันก็ได้เริ่มต้นอีกครั้ง และเสียวมาก“หนูเสียว เกิดอะไรขึ้น อ่า” เธอละเมอออกมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขากลับขยับปากออกแล้วยืดตัวลุกขึ้น พร้อมกับปลดกระดุมกางเกงรูดซิบแล้วงัดท่อนเอ็นออกมาขยับรูดระรัว “ซี๊ด อ่า ฉันอยากเอาหนูเหลือเกิน แต่กลัวหนูตื่น อ่า” เขาครางต่ำและเบา พลางจดจ่อส่วนปลายท่อนเอ็นตรงกลีบเสียว ถูไถบดเบียดไปตามร่องรักฉ่ำแฉะอีกครั้ง สะโพกกลมกลึงก็ยกขึ้นรับความเสียว ขณะที่ท่อนเอ็นถูกับกลีบส้มกระตุ้นอารมณ์“อ่า! อยากยัดเข้าไปเหลือเกิน แม่คุณเอ๊ย” เขาได้แต่อดทนเพราะไม่อย
Baca selengkapnya
บทที่ 3
สาวน้อย เอามือลูบไล้ดูผ่านร่องเสียวเชื่องช้า ไม่มีความเจ็บปวดต่ออย่างใด ทว่ามันพาลทำให้เธอนึกถึงลิ้นร้อนๆ นั้นที่กำลังดูดเลียร่องเสียวนี้ เธอฝันหรือถูกลักหลับ มีใครขึ้นมาบนห้องของเธอ คิดไปพลางก็หลับไปพลาง ทว่าอยู่ๆ น้ำใสๆ ก็ดันซึมไหลออกมาอย่างนั้น “ฝันเหรอ เหมือนจริงมากเลย ตอนนี้ก็ยังเสียวจี๊ดๆ อยู่เลย” ปากเอ่ยลอยๆ แต่นิ้วมืออยู่ไม่สุขทั้งกรีดกรายนวดคลึงเม็ดกระสันจนรู้สึกเสียวซ่าน พร้อมกับเผยประสบการณ์ช่วยตัวเองเป็นครั้งแรก “ซี๊ด! อื้อ!” ปลายนิ้วนวดคลึงพลางหลับตา และอยู่ๆ เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง เธอต้องคิดถึงฉันคนเดียว และต้องมาเป็นของฉัน! ในฝันเขากระซิบบอกเช่นนั้น พร้อมกับสัมผัสจากลิ้นร้อนที่ดูดเลียอย่างไม่ปราณีทำให้เธอเสียวจนน้ำแตก“อ๊ะ! อ๊ะ! เสียว โอ๊ย ลิ้นของเขา” นิ้วนวดคลึงใจก็คิดถึงเจ้าของเงาปริศนานั้น และไม่อาจหยุดนิ้วมือได้อีกแล้ว มันเสียวมากจนเธอยอมช่วยตัวเองจนร่องรักแฉะไปด้วยน้ำเสียวเต็มมือ เธอก้มลงมองที่กลีบส้มพลางแอ่นสะโพกมาด้านหน้า และเอามือลูบไล้น้ำหนืดเหนียวจนกลีบเปื้อนไปหมด เท่านั้นยังไม่พอเธอยกขึ้นเหยียบอ่างล้างหน้าเอาไว้ข้างหนึ่ง ก่อนจะเอามือละเลงลูบร่องรักระรัว
Baca selengkapnya
บทที่ 4
“ค่ะ แล้วมันได้อะไรไปไหมคะ” “ไม่ได้ ก็ยังดี เหมือนมันดูลาดเลามานานแล้วว่าบ้านเราเข้าออกทางไหน ไม่งั้นมันไม่รู้หรอกว่าตู้เซฟอยู่ห้องไหน อาจจะเป็นคนในหมู่บ้านก็เป็นได้เหมือนกัน”“มันรู้ได้ยังไงว่าบ้านเรามีของมีค่าอยู่ในตู้เซฟ” มารดาบอก “แล้วในตู้เซฟมีอะไรเหรอคะ” ของขวัญถามขึ้น“ก็ของมีค่าทั้งนั้นแหละลูก แล้วนี่ดูโทรมๆ อาการไม่ดีขึ้นเหรอลูก ไปหาหมอไหม” “ขวัญ ก็... ยังปวดหัวอยู่เลยค่ะ แล้วเรื่องโจรขึ้นบ้าน เราต้องแจ้งความหรือเปล่าคะ”“ตรวจแล้วยังไม่มีอะไรหาย ทุกอย่างอยู่ครบ คงไม่ต้องแจ้งความหรอก” หารู้ไหมว่าสิ่งที่ไปพร้อมกันไอ้โจรชั่วนั้นคือ สิ่งที่ของขวัญหวงแหนมากที่สุด เห็นเป็นลูกคุณหนูเอาแต่ใจชอบเที่ยงเตร่ก็หวงตัว ยังไม่เคยให้ใครมาแตะต้องเลย แล้วมันเป็นใครมาพรากพรหมจรรย์ของเธอไป แน่นอนเธอคิดว่ามันเสียหายพอๆ กับพรากพรหมจรรย์นั่นแหละ “แล้วหิวไหมลูก กินข้าวเสร็จจะได้กินยา” มารดาบอกอีกครั้ง “ขวัญกินอะไรไม่ลงค่ะ ขวัญอยากออกไปสูดอากาศ” “งั้นเดี๋ยวแม่ให้พี่แมวเอาโจ๊กออกไปให้ที่โต๊ะในสวนละกันนะ” “ค่ะ” ของขวัญรับคำเสียงหม่น ก่อนเดินเลี่ยงออกจากบ้าน ในมือเธอมีโทรศัพท์กับหูฟัง นั่งดูคนสวน
Baca selengkapnya
บทที่ 5
กริ้ง! กริ้ง! กริ้ง!“ว่าไง” เสียงเข้มเอ่ยทางปลายสาย“นายครับ! นายถึงไหนแล้ว” “กำลังจะกลับ ออกจากกรุงเทพแล้ว มีอะไรเหรอ” “นายแม่! นายแม่แย่แล้ว ตอนนี้ผมกำลังพาไปโรงพยาบาล กำลังจะหาข้าวให้กิน อยู่ๆ ท่านก็หมดสติไปเลย” สิ้นคำบอกเล่าของคนสนิท ชายหนุ่มถึงกับช็อกไปชั่วขณะ กลัวและตกใจ พาลแสบร้าวไปทั้งกระบอกตาจนตาแดงก่ำ มือหนาสั่นเทาเพราะกลัวว่ามารดาจะเป็นอะไรไป “รอก่อน รอฉันก่อน ฉันกำลังไป กำลังจะไปบอกข่าวดีท่าน”“จะรอนะครับนาย” คนสนิทบอกเสียงสั่นเครือ อาการคงไม่สู้ดี“บอกแม่ว่าฉันกำลังไป ไม่นานหรอก” “ครับๆ” สิ้นคำต่างฝ่ายต่างวางสาย ชายหนุ่มก็นั่งนิ่งมีท่าทางเศร้าลงไปถนัดตา“มีอะไรเหรอครับนาย” “แม่เข้าโรงพยาบาล อาการน่าจะไม่สู้ดี” พูดจบเขาก็ถอนใจ ผู้ช่วยก็สังเกตว่าเจ้านายหนุ่มมีน้ำตาคลอ แต่พยายามหลยไม่ให้เห็น ระหว่างนั่งรถกลับ ก็ได้แต่เมินหน้าออกนอกหน้าต่างเพื่อซ่อนน้ำตา “ท่านต้องปลอดภัยเหมือนทุกครั้งนะครับ” “ฉันกลัว กลัวครั้งนี้ แม่จะ... แม่จะไม่ไหว”“ต้องไหวสิครับ” ผู้ชายหนุ่มให้กำลังใจ “รอบนี้ฉันไม่น่าทิ้งท่านมา น่าจะอยู่กับท่าน” “ท่านต้องรอได้ ต้องรอเราได้ ไอ้เก้ามึงขับรถเร็วๆ
Baca selengkapnya
บทที่ 6
“นายถึงไหนแล้วครับ” ชายหนุ่มถามด้วยความร้อนใจ “อยู่นี่ จะถึงห้องแล้ว” ปราชญ์ตอบพลางวิ่งออกจากลิฟต์ ทำให้ผู้ช่วยใจชื้นทว่าเสียงสาวใช้ก็ดังขึ้น“นายแม่! นายแม่! นายแม่ไปแล้ว! ฮือๆๆ” กมลกรีดร้องและซบไปบนร่างของนายแม่ ผู้ช่วยหนุ่มก็หันไปมองที่เครื่องแสดงชีพจร ตู๊ดดดดด เส้นชีพจรแสดงเป็นเส้นตรง จากนั้นเขาก็หันไปมองนายแม่ที่จากไปอย่างสงบ มือถือของเขาแทบร่วงลงพื้นพร้อมกับน้ำตา จังหวะเดียวกันนั้นปราชญ์ก็ผลักประตูเข้ามาพอดี สิ่งที่เห็นคือสัญญาณชีพจรเป็นเส้นตรงแล้ว“แม่!” ปราชญ์เรียกมารดา ก่อนจะวิ่งเข้าไปโอบร่างไร้ลมหายใจเอาไว้ กดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลรินทว่าสุดจะกลั้น แต่ไม่ได้เปล่งเสียงร้องไห้ออกมา มีเพียงหยดน้ำที่ไหลเอ่อ เนื้อตัวสั่นเทา พลางซบหน้าลงไปกับร่างไร้วิญญาณ “แม่ ผมมาแล้ว ทำไมไม่รอผม นิดเดียวแม่ก็ไม่รอ ผมมาบอกข่าวดีแม่แล้วไง ฟื้นสิครับแม่” ปราชญ์ไม่ได้คร่ำครวญ แต่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนจะเงยหน้าขึ้น เอามือประคองใบหน้ามารดาด้วยน้ำตานองหน้า ขณะที่ลูกน้องคนสนิททั้งหมดได้แต่ก้มหน้าน้ำตาร่วง เพราะนายแม่ก็เหมือนแม่ของทุกคน ท่านรักและเอ็นดูเหมือนลูก“ของที่แม่ตามหา ที่มันขโมยไปผมกำลังจะ
Baca selengkapnya
บทที่ 7
กรุงเทพฯ โรงแรมระดับสามดาวแห่งหนึ่ง กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก ผลกระทบจากหลายๆ อย่างที่ทำให้นักท่องเที่ยวบางตาลง ตามข่าวคือหนีไปเที่ยวประเทศอื่นกันหมด สถานเคยมีคนพุกพล่านก็เงียบเหงา ไม่ก่อให้เกิดรายได้ พอไม่มีนักท่องเที่ยง ธุรกิจห้องพัก โรงแรมต่างซบเซากันไปถนัดตาเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือโรงแรมสยามวลัย ที่ยอมแพ้ต้องปิดกิจการแบบไม่มีกำหนด เพราะไม่มีรายได้เข้ามา แต่หนี้สินไม่หยุดนิ่ง นักท่องเที่ยวไม่มีสักคน จึงต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายรวมถึงค่าจ้างพนักงาน ปัญหานี้กำลังรุมเร้าโรงแรมหนักหนาเอาการ “เอายังไงดีครับ พนักงานกำลังรอการตัดสินใจของเรา เพราะถ้าเราไม่ทำอะไรเลย มีหวังเรื่องได้กระจายลงโซเชียลแน่ๆ เราปล่อยเขาลอยแพไม่ได้” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการหนุ่มให้ความเห็น“แต่เราไม่มีรายได้ เราก็เลี้ยงพวกเขาไม่ได้เหมือนกันนะคุณรัน” เจ้าของโรงแรมกล่าว “ระหว่างนี้ถ้ารายได้ไม่เกิด ทางที่ดีที่สุด คือปิดทางน้ำไหลของเราเอาไว้ชั่วคราว ขืนเปิดไปเราก็จะเสียค่าใช้จ่ายบานเบอะทุกเดือน โดยรายรับไม่เข้า คราวนี้เงินเราติดลบแน่ๆ ครับ”“คุณจะให้เราปิดโรงแรมไปก่อนเหรอ” “ผมก็คิดอย่างนั้น คิดเหมือนคุณรัน คือปิด
Baca selengkapnya
บทที่ 8
พนักงาน นับร้อยนั่งออกันที่หน้าล๊อปบี้โรงแรม รออย่างมีความหวังว่าจะได้รับข่าวดีจากห้องประชุม และเมื่อทุกคนเห็นผู้ช่วยกรรมการออกมาก็ต่างพากันดีใจ “คุณชรันมาแล้ว! คุณชรัน” พนักงานชายคนหนึ่งเรียกขึ้น ขณะที่เขาเดินมาหาด้วยท่าทีเคร่งขรึม “อุตส่าห์รอกันเป็นชั่วโมง เอาล่ะผมมีเรื่องจะบอกคือ...” ผู้ช่วยกรรมการเว้นวรรคเพื่อดูอาการของทุกคน“ท่านจะจ่ายเงินเดือนพวกคุณทุกคนภายในอาทิตย์นี้” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดี ดีใจแทนพนักงาน ซึ่งทุกคนก็กรีดร้องเฮลั่นด้วยความดีใจ บ้างก็โผเข้ามากอดเขาอย่างขอบคุณ เพราะเขาคือคนที่บากหน้านำเรื่องนี้ขึ้นเสนอผู้บริหาร “เย้!!! คุณชรัน ขอบคุณคุณมาก ถ้าไม่ได้คุณเราแย่แน่ๆ เงินหมื่นกว่าต่อชีวิตเราได้เยอะเลย” “ผมรู้ สบายใจกันแล้วนะครับทุกคน ผมจะติดตามผลเรื่อยๆ ท่านให้ฝ่ายการเงินจัดการนะ”“ขอบคุณมากๆ เลยคุณชรัน คุณดีกับเรามากทั้งที่ผู้บริหารคนอื่นแทบจะไม่สนใจเรื่องนี้” “ผมก็เคยลำบากมาก่อน รู้ว่าเวลาไม่มีน่ะมันเป็นยังไง เอาเป็นว่าทุกคนย้ายแยกกันไปเก็บของ ในแผนกของตัวเอง เคลียร์โรงแรมเพื่อจะได้พร้อมสำหรับการปิดชั่วคราว” “จริงปิดจริงเหรอครับ” “มันจำเป็นครับ เราแบกรับค่า
Baca selengkapnya
บทที่ 9
“ไม่เป็นไรลูกมีเรื่องอะไร” “เรื่อง คือ...”“เอ่อ ทุกคนไปพักผ่อนนะ เพราะถึงยังไงคุณรันเขาจัดการไปแล้ว เดี๋ยวเราค่อยคุยกันอีกที” เหมือนเป็นการไล่ทางอ้อม ผู้บริหารก็พากันออกไปทันที แม้กระทั่งชรัน “มีอะไรก็ว่ามาลูก” “คือ บัตรเครดิตใช้ไม่ได้อ่ะค่ะ เกิดอะไรขึ้นคะ ขวัญกับเพื่อนกำลังซื้อของอยู่เลย นี่ต้องเอาเงินยัยเกี้ยวจ่าย” “ยืมเกี้ยวจ่ายไปเท่าไหร่เดี๋ยวพ่อโอนให้” “สองแสนค่ะ” “สองแสน! ซื้ออะไรอ่ะลูก ทำไมแพงขนาดนั้น” นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่บิดาบอกว่าแพง“ก็กระเป๋ารุ่นใหม่ที่ดาราเขาใช้กันอ่ะค่ะพ่อ เรื่องนี้ขวัญเคยขอพ่อแล้ว ถ้าเรียนจบก็ขอซื้อ นี่ก็จบมาสักพักแล้วพึ่งซื้อนะเนี่ย” “กระเป๋าอะไรทำไมแพงจัง” “ก็แบรนด์มันก็ราคานี้แหละ ทีแม่ใช้ใบละห้าแสนยังไม่มีใครว่าเลย”“ก็ลูกยังเด็ก แล้วอีกอย่างที่บัตรใช้ไม่ได้เพราะพ่อบอกเขาระงับเองแหละ ประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ละเดือนค่าช้อปปิ้งเราหมดไปตั้งเยอะ”“อะไรนะ ระงับบัตรขวัญเหรอคะ แล้วขวัญจะใช้อะไรล่ะคะ” “ฟังนะลูก ตัวเลขรายได้โรงแรมเราไม่เหมือนกันก่อน สุรุ่ยสุร่ายไม่ได้อีกแล้ว พ่อไม่มีเงินมาแบกรับรายจ่ายทั้งหมดนี้โดยที่ไม่มีรายได้” “ไม่มีรายได้เหรอคะ
Baca selengkapnya
บทที่ 10
“ผมรู้ว่ามันค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปหนึ่งปี สองปี หรือสามปี ก็ไม่ว่ากัน แต่คงไม่มีเงินอีกแล้ว” “ท่านแน่ใจนะครับ” “แน่ใจ ทำเรื่องประกาศขายทีนะ” “ครับท่าน” “คุณช่วยผมมาตลอดเลยคุณรัน ว่าแต่ผู้ใหญ่ใจดีของคุณจะช่วยเรื่องนี้ได้ไหม” “เอ่อ ผมไม่ทราบครับ หากเงินไม่มากท่านช่วยได้ แต่ถ้าถึงขั้นให้เทคโอเวอร์นี่ ก็ท่าจะยาก ท่านชอบสะสมอสังหาริมทรัพย์ตามต่างจังหวัดมากกว่า แล้วท่านเป็นนักสะสมของเก่ามีราคาด้วย” “อืมๆ ก็ค่อยๆ ดูกันไป ผมไม่อยากสติแตก เอาเป็นว่าลองแหย่ๆ ท่านดูก็แล้วกันเผื่อท่านจะสนใจ” “ครับ ผมจะลองดู” “ว่าแต่ท่านเป็นเศรษฐีอยู่แถวไหน” “ท่านอยู่โคราชครับ ผมขอตัวนะครับ เดี๋ยวจะจัดการเรื่องนี้ให้”“อืม ไปเถอะ” ว่าแล้วชรันก็ออกไปจากห้องทำงานอีกครั้ง ทิ้งให้เจ้านายหรือรู้จักกันในชื่อขจร ประสิทธิเวช เจ้าของโรงแรมวัย 68 ปี เขาต้องมานั่งถอนใจกับปัญหาที่เกิด คิดไม่ตกกับหนี้สินหลายสิบล้าน ไหนจะค่าใช้จ่ายพนักงานอีก หรือต้องขนสมบัติเก่าออกมาขายประทังชีวิต เขาคิดอย่างเครียดๆ ต่อมา โรงแรมสยามวลัยได้ปิดกิจการอย่างเป็นทางการ หลังจากจ่ายค่าจ้างพนักงานและผู้บริหาร รวมถึงค่าน้ำค่าไฟต่างๆ หมดสิ้น มองเงิน
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status