หน้าหลัก / รักโบราณ / ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์ / ตอนที่ 7 ความขมขื่นของหลินเยี่ยฉือ

แชร์

ตอนที่ 7 ความขมขื่นของหลินเยี่ยฉือ

last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-22 01:00:08

ในขณะที่วังหลังกำลังสั่นสะเทือนด้วยข่าวการเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วของ "หลินเหริน" ทว่าที่จวนโหวตระกูลเซี่ย บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความอัปยศและหยาดน้ำตา หลินเยี่ยฉือ นั่งเหม่อลอยอยู่บนตั่งไม้ในเรือนหอที่บัดนี้ดูซอมซ่อลงในสายตาของนาง แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาไม่ได้ทำให้หัวใจของนางอบอุ่นขึ้น แต่มันกลับตอกย้ำว่านางต้องตื่นมาพบกับความจริงที่โหดร้ายอีกวันหนึ่ง

"ฮูหยินเจ้าคะ... ยาบำรุงที่เหล่าฮูหยินสั่งให้ท่านต้มเสร็จแล้วเจ้าค่ะ" อาชุ่ย สาวใช้ที่ติดตามมาจากจวนราชครูเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา

เยี่ยฉือมองถ้วยยาที่มีควันกรุ่นด้วยสายตาชิงชัง "ยาบำรุงงั้นหรือ? มันคือยาขมที่นางจงใจเคี่ยวให้ข้าดื่มเพื่อประชดประชันที่ข้ายังไม่ตั้งครรภ์ต่างหาก! ข้าแต่งเข้ามายังไม่ถึงเจ็ดวัน แต่นางกลับปฏิบัติกับข้าเหมือนข้าเป็นนางบำเรอราคาถูก"

นางนึกถึงความทรงจำในชาติที่แล้ว... ภาพที่นางเห็นชิงเยียนสวมชุดหรูหรา นั่งเคียงข้างเซี่ยจวินในงานเลี้ยงจวนโหว ท่าทางที่สามีคอยคีบอาหารให้และสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ทำให้เยี่ยฉือฝังใจมาตลอดว่าการได้เป็นสะใภ้ตระกูลเซี่ยคือวาสนาสูงสุด

ข้าคิดว่าถ้าข้าแย่งเขามาได้ ข้าจะได้ครองทุกอย่างที่ชิงเยียนเคยมี... แต่ทำไม... ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้!

"อ้าว... ฮูหยินเอกยังนั่งกินแรงบ่าวไพร่อยู่อีกหรือ?" เสียงแหลมเล็กที่น่ารำคาญดังขึ้นที่หน้าประตู

อนุหวัง สตรีหน้าตาสะสวยแต่กิริยาจองหอง เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมกับสาวใช้พยุงแขน นางจงใจลูบท้องที่ยังแบนราบของตนเองอย่างโอ้อวด

"อนุหวัง! ข้ายังไม่ได้อนุญาตให้เจ้าเข้ามารบกวนในเรือนของข้า!" เยี่ยฉือตวาดเสียงดัง

"อุ๊ยตาย... ฮูหยินโปรดระงับโทสะด้วยเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวจะกระทบถึงสุขภาพ" อนุหวังยิ้มเยาะ "ข้าเพียงแต่นำ 'ข่าวดี' มาบอก เมื่อคืนท่านโหวมาค้างที่เรือนข้า ท่านบอกว่าช่วงนี้งานราชการรัดตัว แต่อยากให้ข้าดูแลตัวเองให้ดี เพราะลูกในท้องของข้าอาจจะเป็น 'บุตรชายคนโต' ของตระกูลเซี่ย... ซึ่งนั่นหมายความว่า หากฮูหยินยังไร้วาสนา ตำแหน่งผู้สืบทอดก็คงหนีไม่พ้นลูกของข้าพะยะค่ะ"

"เจ้า!" เยี่ยฉือลุกขึ้นปรี่จะเข้าไปตบหน้าอนุที่บังอาจสามหาว

"หยุดเดี๋ยวนี้!" เสียงทรงอำนาจของเหล่าฮูหยินเซี่ยดังขึ้นจากเบื้องหลัง นางเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เรียบตึงและเต็มไปด้วยความรังเกียจ "เยี่ยฉือ! เจ้าเป็นถึงบุตรสาวราชครู แต่กลับมีกิริยาตลาดสดเช่นนี้หรือ? อนุหวังกำลังตั้งครรภ์ลูกของลูกชายข้า หากนางเป็นอะไรไป เจ้าจะรับผิดชอบไหวหรือ?"

"ท่านแม่! แต่นางมาหาเรื่องข้าก่อนนะเจ้าคะ!"

"หุบปาก! ในฐานะเมียเอก เจ้าต้องมีเมตตาและใจกว้าง หากเจ้าจัดการเรื่องในเรือนไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าข้าจะมอบกุญแจคลังสินค้าให้เจ้า" เหล่าฮูหยินเซี่ยสะบัดหน้าหนี "วันนี้ข้าจะไปไหว้พระที่อารามท้ายเมือง เจ้าต้องคุกเข่าสวดมนต์ขอพรให้ตระกูลเซี่ยอยู่ที่ห้องพระจนกว่าข้าจะกลับมา ห้ามกินน้ำและอาหารเด็ดขาด!"

เยี่ยฉือยืนนิ่งราวกับถูกสาป นางมองดูแม่สามีพยุงอนุชั้นต่ำเดินจากไปอย่างสนิทสนม น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลอาบแก้ม

ตกบ่าย ณ ห้องพระที่อับชื้น เยี่ยฉือคุกเข่าจนขาทั้งสองข้างเริ่มชาไร้ความรู้สึก กลิ่นธูปทำให้ขมับของนางเต้นตุบๆ ความโหยหิวและหิวน้ำทำให้สติของนางเริ่มเลือนราง ในความมืดสลัวนั้น ภาพของชิงเยียนที่เดินเข้าสู่ขบวนรถม้าไปวังหลวงผุดขึ้นมาในหัว

ชิงเยียน... ป่านนี้เจ้าคงถูกฮ่องเต้ทรราชสั่งโบยจนตาย หรือไม่ก็ถูกกักขังอยู่ในตำหนักเย็นที่หนาวเหน็บล่ะสิ เยี่ยฉือพยายามปลอบใจตัวเองด้วยความริษยา อย่างน้อยข้าก็ยังมีชีวิตรอด... ข้ายังมีโอกาสเอาชนะยายแก่ใจร้ายนี่ได้

ทว่า ความหวังเล็กๆ ของนางก็ถูกทำลายลงเมื่ออาชุ่ยลอบวิ่งเข้ามาแอบกระซิบข่าวที่เพิ่งได้รับมาจากตลาดเมืองหลวง

"คุณหนู... เอ้ย ฮูหยินเจ้าคะ! ข่าวใหญ่จากวังหลวงเจ้าค่ะ!" อาชุ่ยพูดด้วยเสียงสั่น "คุณหนูรอง... ท่านหลินชิงเยียน บัดนี้ได้รับโปรดปรานอย่างยิ่ง ฝ่าบาทสถาปนานางเป็น หลินเหริน และพระราชทานตำหนักฉีเสียงให้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าวังเลยเจ้าค่ะ!"

เคร้ง!

แจกันทองเหลืองที่วางอยู่ข้างตัวเยี่ยฉือถูกนางปัดตกลงพื้นจนเกิดเสียงดังสนั่น ใบหน้าของเยี่ยฉือเบี้ยวบูดด้วยความช็อกและโกรธแค้น

"อะไรนะ?! เป็นไปไม่ได้! ฮ่องเต้เซียวจื่อเซียนเป็นคนเย็นชา เขาเกลียดสตรีตระกูลหลินไม่ใช่หรือ? ชาติก่อนข้าพยายามแทบตายกว่าจะได้เลื่อนขั้น... แต่นาง! นางทำได้อย่างไร!"

"บ่าวได้ยินมาว่า... ฝ่าบาทเสด็จไปหานางที่ตำหนักด้วยพระองค์เอง และทรงประทับอยู่จนเกือบเช้าเจ้าค่ะ ตอนนี้ทั้งวังหลังต่างพากันเกรงกลัวอำนาจของพระนางหลินเหรินกันหมดแล้วเจ้าค่ะ"

เยี่ยฉือหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาไหลนองหน้า "ฮ่าๆๆ! สวรรค์ช่างไร้ตา! ข้าอุตส่าห์หนีหลุมศพในวังหลวงมาเพื่อหาความสุข แต่กลับกลายเป็นว่าข้าวิ่งเข้าหากองไฟ ส่วนนังน้องสารเลวนั่นกลับได้ไปเดินบนพรมแดง!"

ความเจ็บปวดจากการถูกแม่สามีกดขี่ ความริษยาที่น้องสาวได้ดีกว่า และความรู้สึกว่าตนเองเลือกทางผิดอย่างมหันต์ ประดังประเดเข้ามาจนเยี่ยฉือแทบจะเสียสติ

ในตอนเย็น เมื่อเซี่ยจวินกลับมาจากที่ทำงาน เยี่ยฉือรีบวิ่งไปดักรอเขาที่หน้าเรือนพัก นางพยายามทำตัวให้อ่อนหวานที่สุดเหมือนที่ชิงเยียนเคยทำในชาติก่อน

"ท่านพี่... ท่านพี่กลับมาแล้วหรือเจ้าคะ เยี่ยฉือเตรียมน้ำล้างเท้าไว้ให้ท่าน..."

เซี่ยจวินมองภรรยาเอกด้วยสายตาที่เหนื่อยหน่าย เขาไม่ได้ดูรักใคร่นางเหมือนที่เคยทำกับชิงเยียนในชาติก่อนเลยแม้แต่นิดเดียว "เจ้าไปพักเถอะ เยี่ยฉือ ข้ามีเรื่องต้องคุยกับท่านแม่"

"แต่ท่านพี่... วันนี้ท่านแม่สั่งให้ข้าคุกเข่าทั้งวัน ข้าเจ็บขาไปหมดแล้ว ท่านพี่ช่วยพูดกับท่านแม่..."

เซี่ยจวินหยุดกะทันหัน แววตาของเขาแข็งกร้าวขึ้น "เยี่ยฉือ! ท่านแม่ทำเพื่อฝึกฝนเจ้าให้เป็นฮูหยินโหวที่สมบูรณ์แบบ เจ้าควรจะขอบคุณท่าน มิใช่มาฟ้องร้องข้าเช่นนี้ ความกตัญญูเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เจ้าเป็นบุตรสาวราชครูแต่กลับมีนิสัยขี้อิจฉาริษยาและไม่รู้จักหน้าที่ ช่างน่าผิดหวังนัก!"

พูดจบเขาก็เดินสะบัดแขนเสื้อผ่านนางไป ทิ้งให้เยี่ยฉือยืนนิ่งค้างท่ามกลางลมหนาว

นางเริ่มเข้าใจแล้วว่า ชาติที่แล้วที่เซี่ยจวินดูรักชิงเยียนมาก เพราะชิงเยียนยอมก้มหัวให้แม่สามีอย่างไม่ปริปากบ่น นางยอมแบกรับความทุกข์ทั้งหมดไว้เพียงลำพังเพื่อรักษาความสงบสุขของครอบครัว เซี่ยจวินจึงเห็นแต่มุมที่งดงามของนาง แต่เยี่ยฉือไม่ใช่... นางมีความทะเยอทะยานและต้องการเป็นผู้ชนะ เมื่อนางทำไม่ได้ นางก็แสดงความอ่อนแอและขี้โกงออกมา จนทำให้ชายหนุ่มที่เคยแสนดีกลายเป็นคนเย็นชา

"ข้าไม่ยอม... ข้าไม่มีวันยอม!" เยี่ยฉือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ "ชิงเยียน... ในเมื่อเจ้าอยากเป็นใหญ่ในวังหลวงนัก ข้าก็จะดูซิว่าเจ้าจะทนความอำมหิตของฉินกุ้ยเฟยได้นานแค่ไหน และถ้าข้ามีโอกาส... ข้าจะเป็นคนส่งเจ้าลงนรกด้วยมือของข้าเอง!"

ในคืนนั้น เยี่ยฉือนอนร้องไห้อยู่ในห้องหอที่ว่างเปล่า ความขมขื่นกัดกินใจนางทีละน้อย เปลี่ยนสตรีที่เคยเพียงแค่ทะเยอทะยาน ให้กลายเป็นปีศาจร้ายที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างเพื่อกู้ศักดิ์ศรีที่เสียไปคืนมา

โดยที่นางไม่รู้เลยว่า ที่วังหลวง... น้องสาวของนางกำลังเริ่มวางแผนที่จะจัดการกับตระกูลเซี่ยและครอบครัวหลินที่เคยทอดทิ้งนางอย่างเลือดเย็นที่สุด!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 30 เงาสะท้อนในกาลเวลา (ตอนจบ)

    สิบปีผ่านไป...ท่ามกลางความเงียบสงบของ 'ศาลาคืนวาร' ที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดในอุทยานหลวง หลินชิงเยียนในวัยสามสิบเศษยังคงความงดงามไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่วงท่าของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความสุขุมของมารดาแห่งแผ่นดิน นางกำลังนั่งมองเซียวหมิงอวี่ รัชทายาทวัยสิบห้าปีที่กำลังขะมักเขม้นกับการคัดอักษร และบุตรสาวคนเล็ก องค์หญิงเซียวหลิงเอ๋อร์ วัยแปดขวบที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้ออยู่ไม่ไกล"เสด็จแม่พะยะค่ะ..." หมิงอวี่วางพู่กันลงแล้วเงยหน้าขึ้น "ลูกสงสัยนัก ในตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์บันทึกไว้เพียงว่าเสด็จแม่ทรงฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายจนได้ครองบัลลังก์หงส์ แต่เหตุใด... ในแววตาของเสด็จแม่ยามมองไปยังตำหนักเย็น หรือจวนตระกูลหลินที่ร้างผู้คน ถึงได้ดูเศร้าสร้อยและลึกซึ้งเพียงนั้น?"ชิงเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง นางวางถ้วยชาลงช้าๆ แล้วกวักมือเรียกบุตรชายเข้ามาใกล้ "หมิงอวี่... โลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย ความสงบที่เจ้าเห็นในวันนี้ แลกมาด้วยหยดเลือด น้ำตา และการตัดสินใจที่ยากลำบากในอดีต""ลูกอยากรู้พะยะค่ะ... ว่าแท้จริงแล้ว 'ชัยชนะ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร? คือการกำจัดศัตรูให้พินาศสิ้น หรือคือการครอบครองอำนาจ?"ชิงเย

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 29 ใต้ร่มเงาแห่งรัก

    เวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลรินอย่างสงบ ห้าปีผ่านไปนับตั้งแต่พิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้แผ่นดินชิงก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งและร่มเย็นอย่างถึงขีดสุด ราษฎรต่างสรรเสริญการปกครองของมังกรผู้ปรีชาและหงส์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาภายในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะโปรยปราย หลินชิงเยียนในวัยที่สง่างามและสุขุมยิ่งกว่าครั้งใด ประทับนั่งอยู่บนศาลาไม้หอม ทอดพระเนตรดูเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่กำลังฝึกยิงธนูไม้เล็กๆ อย่างขะมักเขม้น โดยมีมังกรหนุ่มอย่าง เซียวจื่อเซียนคอยประคองแขนสอนท่วงท่าอยู่ไม่ห่าง"เสด็จแม่! ลูกยิงถูกเป้าแล้วพะยะค่ะ!" เซียวหมิงอวี่ร้องเรียกด้วยความดีใจพลางวิ่งเข้ามากอดเอวชิงเยียน ใบหน้าถอดแบบมาจากฮ่องเต้ราวกับพิมพ์เดียว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสซื่อและเฉลียวฉลาดเหมือนมารดาชิงเยียนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากของบุตรชายอย่างอ่อนโยน "เก่งมากหมิงอวี่ แต่จำไว้นะลูก ธนูมีไว้เพื่อปกป้อง มิใช่เพื่อทำลาย ยิ่งเจ้ามีอำนาจมากเท่าใด ใจของเจ้าต้องอ่อนน้อมต่อราษฎรมากเท่านั้น""ลูกจะจำไว้พะยะค่ะ" เด็กน้อยรับคำอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งไปหา

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 28 สถาปนาฮองเฮา

    รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์มาถึง ท้องฟ้าเหนือพระราชวังหลวงถูกย้อมด้วยสีทองละมุน เสียงแตรสังข์และกลองศึกดังประโคมกึกก้องไปทั่วทั้งพระนคร เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ — พิธีสถาปนาฮองเฮาคู่บัลลังก์ภายในตำหนักฉีเสียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติและสำรวม หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ นางกำนัลอาวุโสนับสิบคนกำลังปรนนิบัติแต่งกายให้นางด้วยความประณีตสูงสุด ชุดพิธีการสีแดงเข้มที่ปักลวดลายหงส์ทองผงาดฟ้าด้วยดิ้นทองคำแท้ดูงดงามราวกับมีชีวิต ทุกฝีเข็มที่ปักลงบนอาภรณ์ชุดนี้เปรียบเสมือนรอยจารึกแห่งการต่อสู้และการดิ้นรนที่ชิงเยียนผ่านมาตลอดสองชาติภพ"พระนางทรงงดงามเหลือเกินเพคะ" ชุ่ยเอ๋อร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะบรรจงสวมฉลองพระบาทปักลายมงคลให้นาง "จากคุณหนูในเรือนร้าง สู่มารดาแห่งแผ่นดิน... หม่อมฉันดีใจที่ได้อยู่รับใช้พระนางมาจนถึงวันนี้เพคะ"ชิงเยียนยิ้มบางๆ ผ่านคันฉ่อง แววตาของนางมิได้มีความเย่อหยิ่งทระนงทว่าเปี่ยมไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก "ชุ่ยเอ๋อร์... ตำแหน่งนี้มิใช่รางวัลของข้าเพียงคนเดียว แต่มันคือชัยชนะของพวกเราทุกคนที่เชื่อม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 27 บ่วงกรรมที่สิ้นสุด

    กลิ่นธูปหอมจางๆ อบอวลอยู่ภายในห้องพระลับของตำหนักฉีเสียง หลินชิงเยียนในชุดคลุมสีทองเรียบง่ายนั่งสงบนิ่งอยู่หน้าป้ายวิญญาณของมารดาที่นางแอบนำมาประดิษฐานไว้ บัดนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่องค์ชายน้อยหมิงอวี่ลืมตาดูโลก ร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงและผุดผ่องยิ่งกว่าครั้งใด ทว่าในใจของนางกลับโหยหาความสงบเพื่อปิดฉาก "บ่วงกรรม" ทั้งหมดอย่างแท้จริง"ท่านแม่เพคะ... วันนี้ลูกนำความสำเร็จมาบอกท่าน" ชิงเยียนพึมพำพลางวางดอกบัวขาวลงหน้าป้ายวิญญาณ "ศัตรูที่เคยทำร้ายเราพินาศสิ้นแล้ว เลือดเนื้อเชื้อไขของลูกได้กลายเป็นรัชทายาทแห่งแผ่นดิน บ่วงแค้นที่ลูกแบกมาจากชาติปางก่อน... บัดนี้ลูกขอวางมันลงที่นี่เพคะ"นางหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีต ภาพใบหน้าอันบิดเบี้ยวของเยี่ยฉือ และภาพความโหดร้ายของฉินกุ้ยเฟยค่อยๆ จางหายไปจากห้วงคำนึงราวกับถูกสายน้ำแห่งกาลเวลาชะล้างจนสะอาดณ ลานประหารหน้าประตูเมืองในวันเดียวกันนั้นเอง ราชโองการฉบับสุดท้ายถูกอ่านออกเสียงท่ามกลางพยานนับพัน หลินกั๋วตง อดีตบิดาผู้ทรยศต่อคุณธรรม บัดนี้ร่างกายซูบผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกจากการตรากตรำแรงงานหนักที่ชายแดน เขาถูกคุมตัวกลับ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 26 การประสูติของมังกร

    ลมสารทฤดูพัดโบกผ่านยอดตำหนักฉีเสียง นำพาความเย็นสดชื่นมาสู่บรรยากาศที่แสนจะตึงเครียด ภายในห้องบรรทมที่ถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นสมุนไพรอุ่นๆ และน้ำอุ่นถูกจัดเตรียมไว้โดยนางกำนัลที่คัดเลือกมาอย่างดีที่สุด บัดนี้ถึงเวลาที่ทั่วทั้งแผ่นดินต่างเฝ้ารอคอย — การประสูติของทายาทมังกรหลินชิงเยียนนอนบนแท่นบรรทม ใบหน้าของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อและความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก มือบางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้นางจะเคยผ่านความตายมาแล้ว แต่ความเจ็บปวดจากการให้กำเนิดชีวิตใหม่นั้นช่างเหนือคำบรรยาย"พระสนมเพคะ ทรงอดทนอีกนิดนะเพคะ เห็นพระเศียรแล้วเพคะ!" หมอหลวงซ่งและแม่หมอหลวงตำแยต่างให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้นณ โถงด้านหน้าตำหนักเซียวจื่อเซียนทรงดำเนินกลับไปกลับมาด้วยความกระวนกระวายใจ พระองค์มิอาจนั่งนิ่งบนบัลลังก์ได้ในยามที่สตรีอันเป็นที่รักกำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อบุตรของพระองค์ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชิงเยียนเล็ดลอดออกมา หัวใจของมังกรผู้เกรียงไกรกลับรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบแหลกสลาย"ฝ่าบาททรงใจเย็นลงเถิดพะยะค่ะ หวงกุ้ยเฟยทรงมีบุญบารม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 25 ศึกนอกวังหลัง

    แม้ลมพายุภายในวังหลังจะสงบลงด้วยความตายของพี่สาวและแม่เลี้ยง ทว่าท้องฟ้าเบื้องบนแผ่นดินชิงกลับมิได้ปลอดโปร่งอย่างที่คิด เมื่อข่าวการตั้งครรภ์ของหลินหวงกุ้ยเฟยแพร่สะพัดออกไปนอกกำแพงวังหลวง บรรดาขุนนางเฒ่าหัวแข็งและขั้วอำนาจเก่าที่เหลืออยู่กลับนั่งไม่ติดพื้น พวกเขามองว่าหากชิงเยียนประสูติพระโอรส อำนาจของตระกูลขุนนางดั้งเดิมจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากด้วยน้ำมือของฮ่องเต้ที่ลุ่มหลงในตัวนางณ จวนใต้เท้าเว่ยเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมกำลังพลบางส่วนและเป็นแกนนำขุนนางฝ่ายอนุรักษ์นิยม บรรยากาศภายในห้องลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด"เราปล่อยให้สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนางนั่งบัลลังก์หงส์ไม่ได้!" ใต้เท้าเว่ยทุบโต๊ะเสียงดัง "หากนางมีองค์ชาย ฝ่าบาทจะทรงสถาปนานางเป็นฮองเฮาทันที และเมื่อนั้นหัวของพวกเราคงหลุดจากบ่าด้วยข้อหา 'กังฉิน' ที่นางคอยเป่าหูฝ่าบาททุกวัน""แต่ใต้เท้าพะยะค่ะ กองกำลังองครักษ์เงาของหวงกุ้ยเฟยนั้นเข้มงวดนัก เราเข้าไม่ถึงตัวนางเลย" ขุนนางผู้น้อยเอ่ยเสียงสั่น"ในเมื่อเข้าทางตรงไม่ได้ ก็ต้องเข้าทางอ้อม" ใต้เท้าเว่ยแสยะยิ้ม "ประกาศออกไปว่าชายแดนทิศเหนือถูกเผ่าเร่ร่อนโจมตี และให้กลุ่มพ่อค้าที่เราร

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 16 ความพ่ายแพ้ของนางพญา

    บรรยากาศภายในตำหนักฉีเสียงในยามเย็นวันนี้ดูขรึมขลังกว่าทุกวัน แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มจัดอาบชโลมยอดหลังคากระเบื้องเคลือบจนดูราวกับถูกชุบด้วยทองคำแท้ หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่ในฉลองพระองค์สีแดงเข้มปักลายโบตั๋นด้วยดิ้นทองนูนเด่น ซึ่งเป็นชุดสำหรับตำแหน่ง "หวงกุ้ยเฟย" ที่พระองค์เพิ่งได้รับสถาปนาอย่างเป็น

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 15 พลิกวิกฤตเป็นโอกาส

    ท่ามกลางเสียงหวีดร้องและกลิ่นคาวเลือดที่ยังเจือจางอยู่ในอากาศของตำหนักจิ่งเหริน หลินชิงเยียนเดินออกมาด้วยท่วงท่าที่สง่างามทว่าเยือกเย็น แสงแดดยามบ่ายที่ฉาบลงบนอาภรณ์สีขาวของนางทำให้ดูราวกับนางเซียนผู้ไร้ราคี ทว่าในใจของนางกลับกำลังคำนวณหมากกระดานต่อไปอย่างรวดเร็ว"พระสนมเพคะ... ฉินกุ้ยเฟยพ่ายแพ้แล้

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 14 แผนร้ายทำลายลูกในครรภ์

    เช้าวันแห่งการตัดสินมาถึง บรรยากาศภายในตำหนักจิ่งเหรินเคร่งเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ กลิ่นกำยานหอมอวลถูกจุดเพื่อกลบกลิ่นยาต้มที่โชยออกมาจากห้องบรรทมของฉินกุ้ยเฟย เหล่านางกำนัลต่างเดินก้มหน้าด้วยความหวาดระแวง เพราะวันนี้คือวันที่ฮ่องเต้ทรงนัดหมายให้มีการ "ตรวจครรภ์ต่อหน้าพระที่นั่ง" โดยมีหมอหลวงสามท่าน

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 13 พี่สาวผู้ริษยา

    ท่ามกลางกระแสคลื่นลมแรงในวังหลวงที่กำลังจะมีการพิสูจน์ "ครรภ์มังกร" ทว่าที่จวนโหวตระกูลเซี่ย ความมืดมนกลับทับถมลงบนใจของหลินเยี่ยฉือจนแทบมิดหัว สภาพของอดีตคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์บัดนี้ไม่ต่างจากนางกำนัลชั้นล่าง ผิวพรรณที่เคยบำรุงด้วยเครื่องหอมราคาแพงกลับหยาบกร้านจากการต้องตรากตรำทำงานหนักในเรือนซักล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status