เข้าสู่ระบบสองบุรุษกับอีกหนึ่งสตรีเดินถอยห่างจากโขดหินลับตาผู้คน แล้วมายืนพูดคุยกันอยู่ข้างลำธารในที่โล่งแจ้ง เพื่อป้องกันคำครหานินทา
“ข้าขออภัยที่เดินเข้ามาได้ยินคุณหนูฉีกล่าวเรื่องพื้นหินพอดี เมื่อลองสำรวจดูก็เห็นพ้องตรงกันกับคำกล่าวของคุณหนูฉี”
องค์ชายรองรีบแก้ไขความเข้าใจแรกพบ เมื่อเห็นสีหน้าตกใจของสตรีที่ตนหมายปอง
ยิ่งมองเพ่งพิศดวงหน้าขาวนวลไร้การเติมแต่งสีสัน กายหนุ่มในวัยสิบเก้าปียิ่งตอบสนองรุนแรงรุกเร้า จนเหงื่อกายไหลท่วมแผ่นหลังซึ่งอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ เห็นทีว่าสตรีตรงหน้าคงเป็นได้มากกว่านางสนมธรรมดาอย่างแน่นอน
“ไม่เป็นไรเพคะ หม่อมฉันแค่กล่าวไปตามที่เห็น แต่หากองค์ชายรองนำเสนอเรื่องนี้ในที่ประชุม หม่อมฉันขอถวายความขอบคุณล่วงหน้าเลยเพคะ”
ดวงหน้าหวานเงยขึ้นเล็กน้อยพองาม นางไม่ได้สนใจหว่านเสน่ห์ใส่บุรุษตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่การร้องขอของหญิงงามอาจเป็นประโยชน์ต่อการก่อสร้างครั้งสำคัญ
เพราะในดินแดนแห่งนี้สตรีไม่มีปากเสียงเท่าบุรุษ หากมีคนใหญ่คนโตช่วยนำความไปกล่าวถึง นับว่าเป็นคุณประโยชน์ต่อแว่นแคว้นยิ่งนัก
“ย่อมเป็นเช่นนั้น”
สายตาคมแอบจ้องมองไปทั่วกายบางอย่างแนบเนียน ริมฝีปากซึ่งมักจะแย้มยิ้มเป็นนิจ ขบกัดเข้าหากันเบา ๆ อย่างหมายมาด
“ขอบพระทัยเพคะ”
ภาพสองบุรุษและหนึ่งสตรีพูดคุยกันในที่โล่งแจ้ง ตกอยู่ในสายตาขี้อิจฉาของใครบางคน
“หรือมันจะจำได้เหมือนกัน เลยเลิกแต่งหน้าหนาเตอะ คอยดูเถอะงดงามนักใช่หรือไม่ ข้าจะหาสามีหลายคนให้เจ้าเอง ส่วนที่มันล้นเหลือจะได้ถูกใช้งานจนทรุดโทรม!”
เสียงบ่นพึมพำแผ่วเบากับตนเอง ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินหลบไปอีกทาง
หงุดหงิดเรื่องแผนงานไปแล้วหนึ่งเรื่อง ยังต้องมาหงุดหงิดกับสตรีเจ้าเสน่ห์เกินหน้าเกินตาอีก
เมื่อเดินถอยห่างออกมาจากลำธาร สายตาช่างสังเกตก็มองเห็นบุรุษผู้สวมใส่อาภรณ์สีดำประณีตลวดลายเป็นเอกลักษณ์ กำลังยืนจ้องมองไปยังคนทั้งสาม
“อย่าบอกนะว่าคนผู้นี้ก็หลงเสน่ห์มันเหมือนกัน คงต้องรีบจัดการให้เด็ดขาด ก่อนที่มันจะมาขัดขวางแผนการของข้า”
ร่างบอบบางเดินหายเข้าไปในป่าทึบตามความทรงจำเดิม คนเหล่านั้นกำลังอยู่ในอาการที่เรียกได้ว่าหิวโซยิ่งกว่าสุนัขจรจัด เพราะโง่เขลาทำตำลึงติดกายหล่นหายระหว่างหลบหนี
การมอบความช่วยเหลือให้คนหิวโหยในยามจนตรอก ย่อมเปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นมิตรชั่วคราว
นางรู้จุดอ่อนของพวกมันจึงกล้าเข้ามาจ้างงานถึงกลางป่า!
เมื่อเดินมาถึงจุดหลบซ่อนตัว สตรีผู้สวมหมวกปกคลุมใบหน้าอย่างมิดชิด ได้เอ่ยประโยคที่ทำให้บุรุษทั้งสามคนยอมเดินออกจากที่ซ่อน
“หากอยากมีชีวิตรอดก็ออกมารับงานจากข้า หากไม่ออกมาก็อย่าหวังว่าจะรอดไปได้ คนของข้าล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว”
ถึงจะมาเพียงลำพังแต่สำหรับคนจนตรอกแล้วนั้น แค่เพียงคำขู่ปากเปล่าพวกมันก็กลัวจนหัวหด
เพราะไม่ใช่โจรป่ามืออาชีพ พวกมันเป็นเพียงชาวบ้านที่ขี้เกียจทำไร่ทำสวน จึงหันมาลักขโมยและทำร้ายผู้หญิงเพื่อนำไปปรนเปรอตัวเอง
“แม่นางเจ้ามีงานอะไรให้พวกข้าทำก็แจ้งมาเถิด แต่ขออาหารประทังชีวิตก่อนจะได้หรือไม่ เรื่องอื่นค่อยมาพูดคุยกัน”
น้ำเสียงอ่อนแรงเอ่ยต่อรองกับผู้มาเยือน ก่อนที่พวกมันจะยอมปรากฏตัว
ยามนี้ลำพังเดินให้ตรงยังยากลำบาก จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปทำงานกันเล่า
ตุบ! ตุบ! ตุบ!
เสียงโยนห่ออาหารสามห่อไปกองไว้ตรงหน้าซอกโขดหินขนาดใหญ่กลางป่าทึบ นางจดจำได้แม้กระทั่งจำนวนคนที่หลบซ่อนตัว
“กินให้อิ่มแล้วออกมารับตำลึงจากข้า”
ช่วงชีวิตก่อนนางบังเอิญพบเจอและว่าจ้างคนพวกนี้ ให้ไปแสดงงิ้วตบตาคนที่เมืองหลวง เมื่อคดีสิ้นสุดตามกฎของแคว้นซ่ง สตรีโง่เขลาผู้นั้นจึงถูกประหารชีวิตด้วยยาพิษ
แต่ครั้งนี้นางไม่ขอรอคอยอีกต่อไป ขอทำลายเพื่อชำระแค้นกลางป่าเมืองถังนี้เสียเลย รายต่อไปก็บิดาของมันและน้องสาว!
เมื่อผู้หิวโหยทั้งสามคนกินอาหารจนอิ่มท้อง การเจรจาว่าจ้างงานจึงเกิดขึ้น
พวกมันรีบจดจำใบหน้าของสตรีในภาพวาดให้ขึ้นใจ เพราะผู้ว่าจ้างไม่ได้มอบภาพนี้ให้พวกมันเก็บไว้ ด้วยเกรงว่าจะกลายเป็นหลักฐานมัดตัว
“มันทำงานในโรงครัว บางครั้งอาจจะต้องไปตักน้ำในลำธาร ช่วงหัวค่ำของแต่ละวัน พวกบุรุษมักจะถูกหัวหน้าฐานเรียกให้เข้าประชุมเพื่อสรุปผลการทำงาน รวมถึงผู้ติดตามของมันด้วย”
ข้อมูลสำคัญของเป้าหมายถูกบอกกล่าวให้คนร้ายรับรู้ เพราะช่วงเวลาอื่นสตรีผู้นั้นมักจะมีผู้ติดตามคอยตามดูแลอยู่ห่าง ๆ
“ด้านหลังโรงครัวมีลำธารสายหนึ่งและมีจุดลับตาคน พวกเรารอคอยตรงจุดนั้นคงสมหวังเข้าสักวัน”
ชายรูปร่างสูงใหญ่หันไปพูดคุยกับสหายอีกสองคน รูปโฉมของสตรีในภาพวาดทำให้พวกมันตอบรับการว่าจ้างอย่างรวดเร็ว
“เอายานี้ให้มันกิน ต่อให้มียาแก้พิษก็ช่วยไม่ได้ มันต้องร้องขอให้พวกเจ้าช่วยเหลืออย่างแน่นอน หากไม่ทำพิษจะจู่โจมพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจทำให้หายใจไม่ออก”
ก่อนออกเดินทาง นางไปเสาะหายานี้มาอย่างยากลำบาก ในที่สุดก็หาพบถึงแม้จะต้องจ่ายมากถึงหนึ่งร้อยตำลึงทองก็นับว่าคุ้ม
หากสตรีผู้นั้นถูกทำลายด้วยน้ำมือของบุรุษหลายคน เขาคนนั้นย่อมรังเกียจสิ่งแปดเปื้อนอย่างแน่นอน
ตกลงจ้างงานกันแล้วเสร็จร่างบอบบางก็เดินหายเข้าไปในป่า ผู้ถูกว่าจ้างทั้งสามคนไม่มีโอกาสเห็นโฉมหน้าผู้จ้างวานแม้แต่ปลายเส้นผม
…………………..
เสียงพูดคุยกันตามปกติของบุรุษและสตรีตรงข้างลำธาร ทำให้ผู้ที่แอบมองอยู่นานรู้สึกหงุดหงิดในหัวใจ
“เหตุใดผู้คุ้มกันถึงปล่อยให้คุณหนูของพวกตน พูดคุยอยู่กับบุรุษแปลกหน้านานสองนาน”
สายตาเคร่งเครียดพร้อมหาเรื่อง หันไปจ้องมองผู้คุ้มกันทั้งสองคนของคุณหนูใหญ่ตระกูลฉี
“ใต้เท้าถามข้าน้อยหรือขอรับ”
ผู้คุ้มกันเสนาบดีฝ่ายขวารีบเดินเข้ามารับคำสั่งจากผู้เป็นนาย
ฉินเซียวไม่ได้ออกมาด้วยเพราะมีงานให้รับผิดชอบหลายอย่าง เสนาบดีซ่งจือหานจึงออกมาเดินสำรวจเพียงลำพัง แต่รอบ ๆ กายยังคงมีผู้คุ้มกันรอรับคำสั่ง
ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร
“เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน
ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั
หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั
ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ
“เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช






![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางร้าย]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
