แชร์

จ้างงาน ตอนปลาย

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-01 09:41:53

“พวกเจ้าไปเรียกสองคนนั้นมาพบข้าที”

เมื่อรู้สึกว่าผู้คุ้มกันของหลานสาวต่างแซ่ ทำงานหละหลวมมากเกินไป จึงจำเป็นต้องตักเตือนกันสักหน่อย

“สองคนไหนขอรับ”

“ผู้คุ้มกันตระกูลฉี”

“ผู้คุ้มกันของคุณหนูใหญ่หรือขอรับ”

ผู้คุ้มกันที่อยู่ใกล้ผู้เป็นนายหันไปมองหน้ากันกับสหาย เพราะยังคงสงสัยว่าเหตุใดท่านเสนาบดี จึงอยากพบผู้คุ้มกันของจวนอื่น

“อืม ไปตามมา ส่วนพวกเจ้าอยู่ดูแลความปลอดภัยให้นาง เดินเข้าไปใกล้ ๆ ใกล้จนได้ยินว่ากำลังพูดคุยเรื่องใดกันอยู่”

เขาอยากรู้นักว่าสามคนนั้นพูดคุยเรื่องใดกันนักหนา ถึงได้มีทีท่าสดใสร่าเริงถึงเพียงนั้น

“ได้หรือขอรับ คุณหนูใหญ่จะไม่ตำหนิแน่หรือ”

“บอกว่าบิดาของนางสั่งให้อยู่ใกล้ ๆ” น้ำเสียงห้วนติดหงุดหงิดเอ่ยย้ำอีกรอบ

ใบหน้าหล่อเหลายับย่นยิ่งกว่าคนปวดหนัก ผุ้คุ้มกันทั้งสองคนจึงรีบเดินไปจัดการตามคำสั่ง

ขณะที่ผู้คุ้มกันทั้งสองกำลังเดินถอยห่างออกไป เจ้านายก็เป่าปากเรียกให้มารับคำสั่งบางอย่าง ซึ่งถูกสั่งการด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ซ่งจือหานยืนรออยู่ไม่นานผู้คุ้มกันของหลานสาวก็เดินมาถึง พวกเขารู้จักมักคุ้นกับเสนาบดีจวนข้าง ๆ เป็นอย่างดี เลยยอมเดินตามมาพบอย่างว่าง่าย

“ใต้เท้าซ่งมีธุระอันใดกับพวกข้าน้อยหรือขอรับ”

“เหตุใดไม่ไปยืนอยู่ข้าง ๆ คุณหนูใหญ่ ปล่อยให้นางยืนใกล้ชิดบุรุษถึงสองคนได้อย่างไร” น้ำเสียงหาเรื่องจู่โจมคนมาใหม่ทันที

“เอ่อ…”

“คราวหน้าคราวหลัง พวกเจ้าต้องไปยืนอยู่ข้าง ๆ คนอื่นจะได้ไม่เอาไปพูดในทางเสียหาย ชื่อเสียงของคุณหนูในห้องหอต้องรักษาให้ดี”

“เอ่อ…”

“พวกนั้นพูดคุยเรื่องใดกันอยู่ เล่าให้ละเอียดมัวแต่ยืนทำหน้านิ่งอยู่ได้ หากศิษย์พี่รู้ว่าพวกเจ้าทำงานสะเพร่า คงไม่แคล้วได้เปลี่ยนงาน”

ยิ่งซักถามในเชิงลึก คนที่เอ่ยถามยิ่งรู้สึกหัวร้อนเข้าไปใหญ่

“ทำความรู้จักกันขอรับ”

คำกล่าวรวบรัดตัดตอนเอ่ยโต้กลับทันที เพราะแทบไม่มีช่องว่างให้พวกเขาเอ่ยแทรกเลย

“แค่นั้น?”

น้ำเสียงและท่าทีเลิกคิ้วขึ้นสูงคล้ายไม่เชื่อคำกล่าว ทำให้ผู้คุ้มกันอีกคนต้องช่วยสหายอธิบายให้ครบถ้วน

“คุณหนูใหญ่พูดคุยกับองค์ชายรองเรื่องพื้นหินเปราะบาง สมควรถมหินให้แข็งแรงก่อนค่อยก่อสร้างขอรับ คุณหนูใหญ่ขอให้องค์ชายรองช่วยบอกเสนาบดีกรมโยธาในที่ประชุม” 

“ข้าก็ต้องเข้าประชุม เหตุใดไม่มาบอกกล่าว” คนหน้าบึ้งเอ่ยแทรกด้วยท่าทีหงุดหงิด

“ไม่ทราบขอรับ คงเพราะองค์ชายรองกับคุณชายสือเดินมาพบตอนที่คุณหนูกำลังตรวจสภาพพื้นที่”

“ทีหลังไม่ควรปล่อยให้นางอยู่ใกล้กับบุรุษเพียงลำพังอีก เข้าใจหรือไม่”

เมื่อได้รู้ในสิ่งที่อยากรู้แล้ว จึงยอมปล่อยให้คนทั้งคู่กลับไปทำงานตามหน้าที่

“เข้าใจขอรับ”

ผู้คุ้มกันทั้งสองตอบรับด้วยท่าทีงุนงงสงสัยอยู่ไม่น้อย แต่พวกเขาก็ไม่ได้สอบถามสิ่งใดให้มากความ

ส่วนผู้คุ้มกันทั้งสองคนของเสนาบดีฝ่ายขวา ยามนี้กำลังยืนหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์อยู่ข้าง ๆ คุณหนูจวนติดกัน ตามคำสั่งการของผู้เป็นนาย

“ผู้คุ้มกันของคุณหนูฉีหรือ เหตุใดจึงมายืนใกล้พวกเราขนาดนี้” 

คุณชายสือป๋อเหวินเอ่ยถามแทนสหายสูงศักดิ์ ที่กำลังแสดงสีหน้าหงุดหงิดจนเห็นได้ชัด

“เจ้าค่ะ สงสัยท่านพ่อให้มาตาม เช่นนั้นหม่อมฉันคงต้องขอตัวก่อนนะเพคะ ขอตัวนะเจ้าคะ”

โฉมสะคราญก้มหัวลงทำความเคารพบุรุษสูงศักดิ์ แล้วยืนรอให้เขาตอบรับคำกล่าวลา

“เชิญเถิดคุณหนูฉี”

เมื่อเดินห่างออกมาสักระยะฉีเหม่ยหลันจึงเอ่ยซักถามผู้คุ้มกันของเสนาบดีฝ่ายขวา นางรู้จักพวกเขาดีไม่ต่างจากผู้คุ้มกันจากจวนตนเอง

“เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ เหตุใดพวกท่านจึงมาแทนผู้คุ้มกันของข้า”

“สองคนนั้นไม่ค่อยสบายขอรับ พวกข้าอยู่ไม่ไกลเลยรับอาสามาดูแลคุณหนูใหญ่”

“แล้วใต้เท้าซ่งไม่ตำหนิหรือเจ้าคะ แทนที่พวกท่านจะได้คุ้มกันเขาแต่กลับมาคุ้มกันข้าแทนเสียอย่างนั้น”

“ใต้เท้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย เลยเดินกลับกระโจมไปแล้วขอรับ ที่นั่นมีผู้คุ้มกันอย่างแน่นหนาคุณหนูใหญ่ไม่ต้องเป็นกังวล”

ทุกคำกล่าวล้วนแล้วแต่ถูกสั่งการจากผู้เป็นนาย ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่กล้ากล่าวเท็จโดยพลการ

“ไม่สบาย? แต่เมื่อเช้ายังดี ๆ อยู่เลย”

ยังทำหน้าเคร่งขรึมใส่นางอยู่เลย หรือมีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้คนผู้นั้นล้มป่วยกันแน่

“เห็นบ่นปวดท้องมากขอรับ ยาก็ไม่มีเลยกลับไปนอนพักให้หายเอง”

“นอนพักแล้วหายเอง!”

ฉีเหม่ยหลันเผลอพูดเสียงดังออกไป เมื่อนึกได้ว่าตนอยู่กลางป่าไม่ใช่ที่จวนตระกูลฉี จึงหันไปมองรอบ ๆ บริเวณเพื่อความปลอดภัย จากนั้นค่อยกลับมาสนใจคำกล่าวของผู้คุ้มกันจวนข้าง ๆ

“หากไม่มียาก็ทำได้เพียงแค่นอนพักขอรับ ช่วงค่ำพวกข้าทุกคนต้องเข้าร่วมประชุมกับใต้เท้าเหลียน จึงไม่มีผู้ใดเข้าไปในเมืองถัง”

สีหน้าคนเล่าสลดลง คล้ายกำลังเผชิญหน้ากับเหตุการณ์อันน่าหดหู่อย่างไรอย่างนั้น

“ข้ามียาเดี๋ยวข้ารีบไปต้มให้ พวกท่านก็เอาไปให้ใต้เท้าดื่ม”

“ขอบคุณขอรับคุณหนู หากยังไม่หายป่วย ค่ำนี้ใต้เท้าคงไม่ได้เข้าร่วมประชุม เห็นว่าได้แบบมาจากใต้เท้าเหลียน ซึ่งแบบนั้นไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ เลยอยากเข้าประชุมเพื่อนำเสนอแบบใหม่”

คนเล่าบอกกล่าวไปตามที่เขารู้ และที่รู้ข้อมูลโดยละเอียดเพราะเจ้านายบอกกล่าวมาอีกที

“ใต้เท้าซ่งกล่าวเช่นนั้นหรือเจ้าคะ”

“ขอรับ”

“ข้าจะเอายาต้มไปให้ใต้เท้าเอง พวกท่านไปทำหน้าที่ของตนเองเถิด” 

โอกาสดี ๆ เช่นนี้นางจะปล่อยผ่านไม่ได้อย่างเด็ดขาด

“จะดีหรือขอรับ”

“มีสิ่งใดไม่ดีหรือเจ้าคะ กระโจมก็อยู่ไม่ไกลกัน ใช่ว่าข้าจะไม่เคยเข้าไปในเรือนของคนผู้นั้นเสียหน่อย”

“ขอรับ ๆ พวกข้าขอตัวไปทำหน้าที่ก่อนนะขอรับ ฝากใต้เท้าให้คุณหนูดูแลด้วย”

มุมปากของคนพูดแอบยกขึ้นเพียงชั่วครู่ แล้วเลือนหายกลับไปเป็นปกติอย่างรวดเร็ว โดยที่ฉีเหม่ยหลันไม่ทันได้มองเลยด้วยซ้ำ

เมื่อเดินห่างออกมาไกลจากคุณหนูใหญ่ตระกูลฉี สหายที่เดินมาด้วยกันจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ใต้เท้าปวดท้องตั้งแต่เมื่อไหร่”

หรือที่เขาเห็นหน้าตึง ๆ ตอนออกคำสั่งเพราะขับถ่ายไม่ออกจริง ๆ

“ข้าแค่บอกกล่าวไปตามคำสั่ง” สหายกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย

“หรือว่า…”

“คงเป็นเช่นนั้น เห็นทำตัวแปลก ๆ มาหลายวันแล้ว”

ผู้คุ้มกันกระซิบพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาตามที่ถูกฝึกฝนมาอย่างเคร่งครัด เรื่องส่วนตัวของเจ้านายต้องไม่ให้เล็ดรอดออกไปอย่างเด็ดขาด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเสษ 4 มีแค่สองเรา NC ตอนปลาย

    ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 3 มีแค่สองเราNC ตอนต้น

    “เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 2 เรื่องระหว่างสองเทพ

    ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 1 ยังมีอีกถ้ำ

    หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   บทส่งท้าย (ตอนจบ)

    ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   โอกาส ตอนปลาย NC

    “เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status