หน้าหลัก / แฟนตาซี / พันธนาการรักใต้เงากระบี่ / บทที่ 75 — เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น

แชร์

บทที่ 75 — เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น

ผู้เขียน: อวี้จวิน (玉君)
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-23 00:43:13

“ยกแขน”

จ้าวเฉิงยกแขน

“สูงกว่านั้น”

เขายกสูงขึ้นจนชายแขนเสื้อเลื่อนลงถึงข้อศอก

อาจารย์ฉินจับข้อมือเขาหมุนช้า ๆ ก่อนให้กำมือ คลายมือ แล้วออกแรงต้านฝ่ามือตน

จ้าวเฉิงทำตามทุกอย่างโดยไม่เถียงสักคำ

หลินเยว่ซียืนมองอยู่ข้างประตูจนอดกระซิบกับเสี่ยวถังไม่ได้

“วันนี้เขาว่าง่ายผิดปกติ”

“ข้าได้ยิน”

“เช่นนั้นหูก็หายดีแล้ว” อาจารย์ฉินกล่าว

เสี่ยวถังรีบก้มหน้า

จ้าวเฉิงเม้มปาก รอจนผู้รักษาคลำรอบแผลเก่าเสร็จจึงถาม

“เป็นอย่างไรขอรับ”

อาจารย์ฉินปล่อยมือ

“แผลสมานดี เส้นเอ็นไม่บวม ขยับได้เต็มช่วง วันนี้ถอดผ้าคล้องได้”

จ้าวเฉิงลุกพรวด

“นั่งลง ข้ายังพูดไม่จบ”

เขานั่งกลับทันที

“กลับไปขยับเบา ๆ ก่อน ถึงวันแข่งข้าจะตรวจซ้ำ หากมีอาการเจ็บ บวม หรือชา ต้องบอก ห้ามกินยากดอาการเพื่อให้ตัวเองผ่าน”

“ขอรับ”

“และแขนหาย ไม่ได้แปลว่าฝีมือที่ทิ้งไปจะกลับมาพร้อมกัน”

รอยยิ้มของจ้าวเฉิงลดลงเล็กน้อย

เขามองมือข้างที่ไม่ได้จับกระบี่เต็มแรงมาหลายวัน แล้วลองกำดูอีกครั้ง

อาจารย์ฉินประทับตราลงบนใบรับรอง

“ไปได้”

คราวนี้จ้าวเฉิงไม่รีบลุก

เขาคำนับเต็มท่า

“ขอบพระคุณขอรับ”

เมื่อออกมาถึงระเบียง เยว่ซีจึงยื่นกระบี่ที่ช่วยถือไว้ให้

ชายหนุ่มรับด้วยมือข้างที่เพิ่งเป็นอิสระ น้ำหนักคุ้นเคยกดลงบนฝ่ามือ เขาหมุนฝักเพียงเล็กน้อย แต่ปลายกลับตกต่ำกว่าที่ตั้งใจ

นิ้วของเขากระชับขึ้นทันที

เยว่ซีเห็น

จ้าวเฉิงก็รู้ว่านางเห็น

“หนักขึ้นหรือ” นางถาม

“เจ้าคงแอบใส่หินไว้ในฝัก”

“ข้าใส่คำชมที่เจ้าฝากไว้ต่างหาก”

เขาหลุดหัวเราะ

“มิน่า หนักถึงเพียงนี้”

จ้าวเฉิงยกกระบี่พาดแขนอีกข้างแทน ก่อนเดินนำลงบันได

ผ้าคล้องแขนถูกพับเก็บไว้ในอกเสื้อ

วันนี้เขาไม่ต้องยืนมองคนอื่นฝึกเพียงอย่างเดียวแล้ว

⸻

เสียงระฆังลูกแรกดังขึ้นขณะทั้งสามเดินถึงลานใหญ่

ธงหลากสีสะบัดเหนือผู้คน แสงเช้าส่องกระบี่และเครื่องประดับจนเป็นประกาย ศิษย์แต่ละสำนักยืนรวมกันตามตำแหน่งที่กำหนด เสียงเรียกชื่อ เสียงหัวเราะ และเสียงทักทายทับซ้อนจนเยว่ซีแทบไม่ได้ยินฝีเท้าตนเอง

นางเคยขึ้นมายืนกลางลานเมื่อคืน

แต่ลานในวันนี้ราวกับเป็นอีกสถานที่หนึ่ง

“ทางนี้!”

เหยียนอวี้หนิงยกมือเรียกจากแถวชิงเสวียน

เยว่ซีเดินเข้าไปหา เสี่ยวถังหยุดจัดสายกระบี่อยู่ข้าง ๆ ส่วนจ้าวเฉิงรีบยื่นใบรับรองให้ผู้ดูแลรายชื่อ

อวี้หนิงมองแขนที่ไม่มีผ้าคล้อง

“ในที่สุดก็เลิกใช้แขนเจ็บเป็นข้ออ้างแล้วหรือ”

“ข้าเคยอ้างสิ่งใด”

“ไม่ต้องขนม้านั่ง”

จ้าวเฉิงมองม้านั่งยาวด้านหลังทันที

“ข้าเพิ่งหายเมื่อครู่เอง”

เยว่ซีหัวเราะ แต่เสียงนั้นค่อยเบาลงเมื่อมองผ่านไหล่อวี้หนิงไปเห็นที่นั่งผู้ชม

ยายหวังอยู่แถวหน้า

หญิงชราสวมเสื้อตัวที่เก็บไว้สำหรับวันสำคัญ ข้างกายมีเสิ่นซูเหอช่วยกันที่นั่งให้ พอเห็นเยว่ซี ยายก็ยกห่อผ้าเล็กขึ้นโบก

ไม่ต้องเปิด นางก็เดาได้ว่าในนั้นมีของกิน

ความตึงในอกคลายลงนิดหนึ่ง

แล้วเสียงฮือจากอีกฟากก็ดึงสายตาทุกคนไป

โม่หลิงยวนกำลังเดินผ่านแนวที่นั่งศิษย์

เขาสวมชุดขาวขลิบสีฟ้าอ่อน กระบี่ห้อยข้างเอว ผมถูกรวบเรียบร้อยกว่าวันฝึก ลมเช้าพัดชายเสื้อขณะเขาหยุดรับคำทักทายจากศิษย์ต่างสำนัก

หญิงสาวสองคนด้านหน้าเยว่ซีลดเสียงลงพร้อมกัน

“ผู้นั้นหรือ”

“ใช่ คนที่ยืนข้างเจ้าสำนักเมื่อวาน”

เยว่ซีมองตามโดยไม่รู้ตัว

อวี้หนิงมองเช่นกัน

จนหลิงยวนหันมาทางแถวของพวกนาง

เขาไม่ได้เดินเข้ามา เพียงสบตาเยว่ซีแล้วพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนแยกไปยังตำแหน่งผู้ลงแข่งกระบี่

นางเผลอยิ้ม

อวี้หนิงก้มจัดสายรัดข้อมือให้แน่นขึ้น

“ระฆังจะดังอีกครั้งแล้ว”

เยว่ซีรีบหันกลับ

“ข้าไม่ได้มองนานเสียหน่อย”

“ข้ายังไม่ได้บอกว่าเจ้ามองอะไร”

จ้าวเฉิงเบือนหน้าไปหัวเราะ

เยว่ซีจึงเหยียบปลายรองเท้าเขาเบา ๆ

⸻

พิธีเปิดไม่ได้ยาวอย่างที่นางกลัว

เจ้าสำนักชิงเสวียนกล่าวต้อนรับ แล้วให้ผู้ตัดสินจากหลายสำนักร่วมประกาศกติกา

การประลองแบ่งเป็นกระบี่ อาคม และปราณ ผู้เข้าแข่งลงได้ตามประเภทที่ผ่านการคัดเลือก แต่ละประเภทตัดสินแยกกัน ไม่มีการนำผลมารวมเป็นอันดับเดียว

ผู้แพ้ออกจากสายของตน

ผู้ยอมแพ้ต้องได้รับการหยุดโจมตีทันที

อาวุธและอุปกรณ์ต้องผ่านการตรวจ ห้ามใช้ยาเร่งปราณ ห้ามซ่อนของทำร้ายคู่ต่อสู้ และห้ามผู้ชมส่งปราณเข้าแทรกแซงการแข่งขัน

เมื่อกล่าวถึงข้อนี้ เยว่ซีเห็นศิษย์หอวินัยขยับเข้าประจำแนวรอบลาน

นางจำเรื่องเมื่อคืนได้

แต่สายตาของพวกเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่นางคนเดียว

พวกเขากำลังดูแลคนทั้งงาน

เจ้าสำนักยกมือขึ้น

เสียงพูดคุยเงียบลง

“ผู้ที่ชนะจงจำว่าตนชนะด้วยสิ่งใด ผู้ที่แพ้จงนำสิ่งที่ได้เห็นกลับไปฝึก”

เขามองทั่วลาน

“เริ่มการประลอง”

ระฆังทั้งสามลูกดังพร้อมกัน

เสียงกังวานสะท้อนจากหน้าผา ขณะศิษย์ผู้ถือรายชื่อก้าวขึ้นแท่น

เยว่ซีรู้สึกถึงแรงสั่นเล็ก ๆ ในอก

ตั้งแต่เข้าชิงเสวียนมา นางผ่านการทดสอบเพื่อให้ได้อยู่ต่อ ผ่านเหตุอันตรายเพื่อให้มีชีวิตรอด

ครั้งนี้นางกำลังจะขึ้นลานในฐานะผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่ง

⸻

กระบี่คู่แรกเริ่มก่อน

ชายร่างสูงจากสำนักเจ้าภาพรับการโจมตีต่อเนื่องจนถอยเกือบถึงขอบ ผู้ชมฝั่งชิงเสวียนร้องเตือน แต่เขากลับย่อตัวลงในกระบวนท่าสุดท้าย ใช้สันกระบี่เบี่ยงอาวุธคู่ต่อสู้แล้วหมุนผ่านด้านข้าง

เพียงพริบตา คนที่เป็นฝ่ายบุกก็เสียตำแหน่ง

ปลายกระบี่หยุดห่างคอไม่ถึงคืบ

ผู้ตัดสินประกาศผลท่ามกลางเสียงเชียร์

เยว่ซีเผลอกำมือ

“ข้านึกว่าเขาจะตกแล้ว”

“คู่ต่อสู้ก็คิดเช่นเจ้า” อวี้หนิงตอบ

จ้าวเฉิงยืนมองเงียบกว่าปกติ

มือข้างที่เพิ่งถอดผ้าคล้องขยับเลียนมุมกระบี่โดยไม่รู้ตัว เขาลองบิดข้อมือ แล้วหยุดเมื่อพบว่าการเคลื่อนไหวยังฝืดกว่าที่จำได้

เยว่ซีไม่ได้แหย่

นางเพียงขยับเปิดที่ให้เขายืนดูได้ชัดขึ้น

ถัดไป ลานอาคมเริ่มการแข่งขันพร้อมกัน

ศิษย์หญิงสองคนวางแผ่นอาคมบนฐานของตน แต่ละฝ่ายต้องป้องกันดวงไฟกลางวง พร้อมส่งพลังผ่านเส้นทางที่สร้างขึ้นไปดับไฟของอีกฝ่าย

เยว่ซีเห็นฝ่ายหนึ่งสร้างทางตรงยาวจนเกือบถึงเป้าหมาย

แต่อีกคนกลับถอนแผ่นไม้ของตนออกหนึ่งชิ้น

แสงที่กำลังพุ่งมาหักเลี้ยว กลับเข้าวงของผู้ส่งเอง

เสียงอุทานดังขึ้น

“นางยอมเปิดช่องไว้ตั้งแต่แรก” เสี่ยวถังกระซิบ

เยว่ซีหันไป

เพื่อนกำลังมองฐานอาคมอย่างตั้งใจ ความประหม่าเมื่อเช้าถูกแทนด้วยความสนใจจนลืมกำสายกระบี่

“เจ้าดูออกหรือ”

“ตอนแรกไม่ออก พอนางถอนแผ่นจึงเห็น”

เสี่ยวถังชี้เส้นที่เพิ่งดับ

“หากเป็นข้า ข้าคงเติมปราณไปแล้ว”

“เช่นนั้นตอนนี้เจ้าก็รู้ทันอีกอย่างหนึ่ง”

เสี่ยวถังยิ้มบาง ๆ

ก่อนเสียงเรียกจากลานปราณจะดังขึ้น

“ผู้เข้าแข่งขันคู่ถัดไป เตรียมตัวตรวจอาวุธ!”

⸻

เยว่ซีเดินไปยังโต๊ะตรวจพร้อมกระบี่ของตน

ผู้ดูแลตรวจคม ฝัก และด้าม ก่อนให้นางส่งปราณผ่านเพียงเล็กน้อยเพื่อดูว่ามีสิ่งอื่นซ่อนอยู่หรือไม่ จากนั้นจึงคืนอาวุธให้พร้อมป้ายรับรอง

คู่ต่อสู้ของนางมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกัน

เป็นหญิงสาวตัวสูงกว่าเล็กน้อย สวมเสื้อสีฟ้าหม่น แขนเสื้อรัดแน่นเพื่อไม่ให้ขวางการเคลื่อนไหว นางใช้กระบี่เช่นเดียวกัน แต่ด้ามสั้นกว่าและมีรอยสึกจากการใช้งาน

“หลินเยว่ซี?”

“เจ้าค่ะ”

“ข้าหานรั่วหลัน”

อีกฝ่ายคำนับ

เยว่ซีคำนับตอบ

หานรั่วหลันมองผ้าบางที่พันฝ่ามือนาง

“มือยังเจ็บหรือ”

“รอยถลอก อาจารย์ตรวจแล้ว”

“เช่นนั้นข้าจะไม่ออมมือ”

เยว่ซีเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนยิ้ม

“ข้าก็ไม่ได้ขอ”

หานรั่วหลันยิ้มตอบเป็นครั้งแรก

“ดี”

อีกฝ่ายเดินขึ้นบันไดไปก่อน เยว่ซีกำลังจะตาม แต่เสี่ยวถังรีบเข้ามาช่วยเก็บชายเสื้อที่ติดข้างฝักกระบี่ให้

“เกือบเหยียบแล้ว”

เยว่ซีก้มมอง

“ขอบใจ”

เสี่ยวถังดึงสายผูกให้กระชับ แล้วตบเบา ๆ ตรงปม

“คราวนี้ไม่หลุดแน่”

จ้าวเฉิงยืนอยู่ข้างอวี้หนิง

“ถ้าชนะ ข้าจะชมให้คนทั้งลานได้ยิน”

“ถ้าแพ้เล่า”

“ข้าจะบอกว่าตอนข้าแพ้ เจ้าห้ามหัวเราะ”

เยว่ซีหัวเราะออกมาทันที

“เจ้าต่อรองล่วงหน้าอีกแล้ว”

อวี้หนิงก้าวเข้ามาใกล้

“หานรั่วหลันใช้ปราณน้ำ ข้าเห็นนางลองสนามเมื่อเช้า”

เยว่ซีหันไปมองแอ่งน้ำสองฟากเวที

คู่ต่อสู้ยืนรออยู่แล้ว

“อย่าคิดว่าน้ำที่เจ้าเรียกมาจะเชื่อฟังเจ้าเพียงคนเดียว” อวี้หนิงกล่าว

เยว่ซีพยักหน้า

นางสูดลมหายใจ แล้วเดินขึ้นลาน

⸻

จากตรงกลางเวที เสียงผู้ชมดังจนแยกคำพูดไม่ออก

เยว่ซีมองเห็นยายหวังก่อน

จากนั้นก็เห็นหลิงยวนนั่งอยู่ข้างทางเดิน ไม่ถูกเสาหรือผืนธงบัง เขาไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะให้นางทำอะไร เพียงวางมือบนเข่า มองมาที่นางอย่างสงบ

อยู่ตรงที่นางมองเห็นจริง ๆ

เยว่ซีถอนหายใจช้า ๆ แล้วหันกลับมาหาคู่ต่อสู้

ผู้ตัดสินย้ำกติกาครั้งสุดท้าย

“ออกนอกเส้นเขต ยอมแพ้ หรือไม่อาจรับการโจมตีต่อ ให้ยุติทันที ห้ามมุ่งทำลายจุดสำคัญ เมื่อข้าสั่งหยุดต้องหยุด”

ทั้งสองรับคำ

ม่านอาคมรอบลานสว่างขึ้นบาง ๆ เพื่อกั้นปราณที่อาจหลุดไปถึงผู้ชม ผู้ตัดสินอีกสองคนยืนประจำคนละด้าน

หานรั่วหลันชักกระบี่

เยว่ซีชักตาม

“เริ่ม!”

น้ำจากแอ่งด้านซ้ายพุ่งขึ้นทันที

เยว่ซีเคลื่อนออกจากแนวตรง ยกกระบี่เตรียมรับหานรั่วหลันที่ก้าวเข้ามาพร้อมสายน้ำ

แต่กระบี่ของอีกฝ่ายไม่ได้แทง

มันตวัดผ่านม่านน้ำ

ละอองแตกพราวใส่หน้าเยว่ซีจนต้องหรี่ตา แล้วแรงกระแทกก็เข้าถึงข้อมือ

เคร้ง!

กระบี่นางเฉออก

หานรั่วหลันเข้าประชิดในจังหวะเดียวกัน

เยว่ซีถอยเฉียง รับคมที่สองได้อย่างหวุดหวิด ความหนักจากแขนอีกฝ่ายกดลงจนต้องขยับเท้าเพิ่ม

รองเท้าเหยียบน้ำ

พื้นลื่น!

นางรีบลดน้ำหนักลงขาหลัง แต่น้ำกลับไหลสวนเข้าหาส้นเท้า รั้งจังหวะถอยไว้

เสียงผู้ชมดังขึ้น

เยว่ซีไม่ฝืนดึงเท้า

นางหมุนลำตัวตามแรง ปัดกระบี่คู่ต่อสู้ออกด้านข้างแล้วก้าวข้ามแถบน้ำไป

ชายเสื้อถูกคมกระบี่กรีดขาดเป็นทางสั้น

นางถอยพ้นระยะได้ในที่สุด

หัวใจเต้นแรงจนได้ยินในหู

หานรั่วหลันไม่ได้ตามทันที

หญิงสาวลดกระบี่นิดหนึ่ง น้ำที่เคยอยู่ใต้เท้าเยว่ซีไหลกลับไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

นางไม่ได้สาดทิ้ง

นางใช้มันซ้ำ

เยว่ซีมองเห็นความต่างระหว่างตนกับคนที่ฝึกปราณสายเดียวมานานชัดเจนเป็นครั้งแรก

⸻

ข้างสนาม เสี่ยวถังเผลอก้าวไปติดแนวเชือก

จ้าวเฉิงยกมือกันไว้

“ยังอยู่ในลาน”

“ข้าเห็น”

“เจ้าจะข้ามเชือกอยู่แล้ว”

เสี่ยวถังถอยครึ่งก้าว แต่สายตาไม่ละจากเพื่อน

อวี้หนิงมองน้ำบนพื้น ก่อนเลื่อนสายตาไปยังร่องดินริมเวที

นางไม่ร้องบอก

ระหว่างแข่งขัน ผู้ชมไม่มีสิทธิ์ชี้ทางให้ผู้ลงสนาม

ตรงที่นั่งแขก ชายชุดม่วงเข้มวางถ้วยชาลง

“เด็กคนนี้ฝึกมาไม่นานจริง ๆ”

ผู้อาวุโสที่นั่งข้างกันตอบ

“แต่เท้าไม่เสียตอนถูกกด ถือว่าใช้ได้”

อีกคนหันไปชมศิษย์ของตนที่เพิ่งชนะบนลานกระบี่ ไม่ได้สนใจเยว่ซีต่อ

ผู้คนมาที่นี่ด้วยเหตุผลต่างกัน

บางคนอยากเห็นผู้ชนะ

บางคนอยากเห็นศิษย์ตนเติบโต

ส่วนชายชุดม่วงยังมองเวทีปราณ แม้เสียงเชียร์จากลานข้าง ๆ จะดังขึ้นอีกครั้ง

⸻

เยว่ซีเริ่มขยับเข้าหาร่องดิน

หานรั่วหลันเห็นทันที

สายน้ำฟาดลงขวางทาง

นางยกกระบี่รับแล้วก้าวผ่านละออง แต่คู่ต่อสู้กลับเปลี่ยนมุม บังคับให้นางถอยเข้ากลางลานอีกครั้ง

หานรั่วหลันรู้เรื่องปราณไม้ของนางแล้ว

เยว่ซีสูดลมหายใจ

อีกฝ่ายไม่ยอมให้เข้าใกล้ต้นไม้

เช่นนั้นนางต้องทำให้เขาต้องป้องกันสิ่งอื่นก่อน

เยว่ซีพุ่งตรงเข้าหา

กระบี่ฟันเฉียงเข้าข้อมือ ตามด้วยแทงต่ำไปทางสีข้าง หานรั่วหลันรับได้ทั้งสองครั้ง แต่นางยังไม่หยุด

เสียงโลหะกระทบกันถี่ขึ้น

เยว่ซีไม่ได้มีแรงกว่าหรือเร็วกว่า นางเพียงเข้ามาใกล้จนอีกฝ่ายต้องแบ่งความสนใจระหว่างกระบี่กับน้ำ

หานรั่วหลันขยับถอยครึ่งก้าว

เยว่ซีเห็นน้ำด้านหลังคู่ต่อสู้ยกขึ้น

นางหยุดบุกทันที

แทนที่จะไล่ตามช่องว่างที่เปิดไว้ นางย่อตัวลง สายน้ำกวาดผ่านเหนือไหล่ไปอย่างเฉียดฉิว

หานรั่วหลันชะงักนิดหนึ่ง

เยว่ซีใช้จังหวะนั้นพุ่งออกด้านข้าง

ร่องดินอยู่ในระยะแล้ว!

ปราณไม้ไหลผ่านฝ่ามือ

เถาเล็กริมลานยืดยาวขึ้น เลื้อยต่ำไปตามพื้นหิน หมายพันข้อเท้าของหานรั่วหลัน

อีกฝ่ายถอยหลบแล้วเหวี่ยงน้ำลงทับ

เถาถูกกดแนบพื้น

เยว่ซีไม่พยายามยกมันแข่งกับแรงน้ำ นางส่งปลายเถาเลื้อยอ้อมขอบแอ่ง หวังเข้าถึงเท้าอีกข้าง

กระบี่ของหานรั่วหลันตัดลงทันที

ปลายเถาขาด

เสียงถอนหายใจดังจากกลุ่มศิษย์ชิงเสวียน

เยว่ซีถอนปราณกลับก่อนแรงสะท้อนจะย้อนถึงแขน

นางยังยืนอยู่

และหานรั่วหลันก็ต้องใช้ทั้งน้ำทั้งกระบี่เพื่อหยุดนางแล้ว

คราวนี้เยว่ซีเป็นฝ่ายก้าวเข้าไปอีกครั้ง

⸻

หานรั่วหลันเปลี่ยนวิธีรับ

แทนที่จะปัดกระบี่ออก นางปล่อยให้เยว่ซีแทงเข้ามาแล้วเอียงตัวหลบ สายน้ำเส้นเล็กพันรอบใบกระบี่ทันที

เยว่ซีรีบบิดข้อมือ

น้ำหมุนตาม

แรงดึงกระชากกระบี่ไปด้านข้างจนไหล่นางเปิด หานรั่วหลันยกกระบี่ตนขึ้น จ่อเข้ามาโดยไม่ให้เวลาตั้งตัว

เยว่ซีทิ้งน้ำหนักลงต่ำ ใช้สองมือจับด้ามไว้แล้วถอย

เท้าครูดพื้นไปก้าวหนึ่ง

อีกก้าว

นางส่งปราณน้ำเข้าไปพยายามแย่งการควบคุม

ความเย็นแล่นถึงปลายนิ้ว แต่สายน้ำไม่ยอมคลาย

หานรั่วหลันกลับกระชับแรงดึงขึ้นอีก

“อย่าฝืน”

คำเตือนของคู่ต่อสู้ดังชัดท่ามกลางเสียงผู้ชม

เยว่ซีมองกระบี่ที่ถูกยึดด้วยน้ำ

ถ้าดึงต่อ นางจะถูกลากออกนอกเขต

ถ้าปล่อย อาวุธจะตกไปอยู่ในมืออีกฝ่าย

เส้นขาวอยู่หลังส้นเท้าเพียงนิดเดียว

เยว่ซีหยุดส่งปราณน้ำ

หานรั่วหลันรู้สึกถึงแรงต้านที่หายไป จึงดึงกระบี่เข้าหาตัวเต็มที่

ในจังหวะนั้น เยว่ซีกลับปล่อยมือ

เสียงอุทานดังขึ้นรอบลาน

กระบี่ของนางพุ่งตามแรงน้ำไป ขณะที่เจ้าของเดิมพุ่งตามมันเข้าไปด้วยเท้าเปล่าจากอาวุธ

หานรั่วหลันรีบยกกระบี่ขวาง

แต่เถาที่ถูกกดอยู่บนพื้นเมื่อครู่กลับขยับอีกครั้ง

มันไม่ได้เลื้อยเข้าหาเท้า

ปลายเถายกขึ้นขวางข้อมือที่กำลังควบคุมน้ำ

หานรั่วหลันต้องบิดแขนหลบ

สายน้ำเสียรูปไปชั่วขณะ

เยว่ซีคว้าด้ามกระบี่ตนได้กลางอากาศ หมุนไหล่ผ่านคมของคู่ต่อสู้ แล้วก้าวเข้าไปด้านในระยะที่สายน้ำจะเหวี่ยงกลับมาถึง

เป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มประลองที่หานรั่วหลันต้องถอยอย่างเร่งร้อน

เสียงเชียร์ฝั่งชิงเสวียนระเบิดขึ้น

เยว่ซีไม่หันไปมอง

นางเห็นเพียงข้อมือคู่ต่อสู้ ช่องว่างใต้แขน และน้ำที่กำลังรวมตัวใหม่ด้านหลัง

นางมีเวลาเพียงหนึ่งกระบวนท่า

ปลายกระบี่พุ่งออกไป

พร้อมกับสายน้ำของหานรั่วหลันที่วกกลับเข้าหาแผ่นหลังนาง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 77 — คนที่อยู่ข้างลาน

    เสียงกระบี่สั้นถูกชักออกจากฝักทำให้ผู้ชมแถวหน้าเงียบลงชายร่างสูงบนลานถือกระบี่ยาวด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายกลับคมกระบี่สั้นให้แนบไปตามท่อนแขน เขาลองขยับเท้าสองครั้ง ก่อนมองโม่หลิงยวนซึ่งเพิ่งหยุดยืนตรงตำแหน่งของตน“ได้ยินชื่อศิษย์พี่โม่มานาน วันนี้ขอรับคำชี้แนะ”หลิงยวนประสานมือ“เชิญ”หลินเยว่ซีขยับนั่งตรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวตอนอยู่บนลานเอง นางยังมีสิ่งที่ต้องคิด มีคมกระบี่ให้มอง มีทางให้เลือก แต่พอนั่งอยู่ตรงนี้กลับทำได้เพียงมองคนที่ตนเป็นห่วงยืนอยู่กลางวงอาคมจ้าวเฉิงนั่งลงข้างเสี่ยวถังแล้วเอ่ยเบา ๆ“เจ้ากำลังจะบีบป้ายผ่านรอบหัก”เยว่ซีก้มมองมือนางคลายนิ้วทันที“ข้าไม่ได้กลัวเขาแพ้”“ข้ายังไม่ได้ถามเลย”เสี่ยวถังหันไปตีแขนข้างที่ไม่เคยบาดเจ็บของจ้าวเฉิงเบา ๆ“ดูการประลองเถิด”บนลาน ผู้ตัดสินยกมือขึ้นแสงอาคมรอบขอบสนามสว่างเป็นเส้นบาง“เริ่มได้!”คู่ต่อสู้ของหลิงยวนพุ่งเข้าหาทันทีกระบี่ยาวฟันเฉียงจากไหล่ลงเอว ขณะที่กระบี่สั้นซึ่งซ่อนอยู่ข้างแขนกลับแทงออกจากมุมต่ำแทบพร้อมกันเสียงโลหะกระทบกันดังเพียงครั้งเดียวหลิงยวนเบี่ยงกระบี่ยาวออก แล้วถอยเท้าข้างหนึ่งให้ปลายกระบี่สั้นผ่านหน้าอกไปห่า

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 76 — อย่าหยุดเพียงเพราะเกือบชนะ

    เสียงน้ำฉีกผ่านอากาศดังอยู่ข้างหูหลินเยว่ซีเห็นหานรั่วหลันถอย เห็นช่องว่างใต้แขน และรู้ว่าหากแทงต่อ ปลายกระบี่จะถึงตัวอีกฝ่ายก่อนน้ำด้านหลังจะกระแทกนางเต็มแรงแต่ถึงก่อน…ไม่ได้แปลว่านางจะรับแรงกระแทกหลังจากนั้นไหวเยว่ซีเปลี่ยนมุมกระบี่คมที่พุ่งตรงพลิกเข้าขัดอาวุธของหานรั่วหลัน นางก้าวเฉียงผ่านไหล่อีกฝ่ายแทนที่จะตามแทงสายน้ำกระแทกเฉียดสะบักความเจ็บแล่นวาบ ร่างนางเซไปครึ่งก้าว แต่แรงส่วนใหญ่พุ่งผ่านช่องว่างที่นางเพิ่งหลบออกมาน้ำตรงเข้าหาเจ้าของปราณเองหานรั่วหลันยกมือซ้ายหยุดมันเพียงชั่วจังหวะนั้น เยว่ซีก็กดกระบี่อีกฝ่ายลงแล้วหมุนเข้าด้านข้างได้สำเร็จเสียงฮือดังขึ้นทว่าหานรั่วหลันกลับใช้ศอกขวาดันแขนเยว่ซีออก พลิกด้ามกระบี่แล้วถอนตัวพ้นระยะทั้งสองแยกจากกันไม่มีเสียงประกาศผลเยว่ซีหอบหนัก ปลายกระบี่สั่นเล็กน้อย สะบักข้างหนึ่งปวดตุบจนรู้สึกได้ทุกครั้งที่หายใจหานรั่วหลันยกกระบี่ขึ้นใหม่“ข้านึกว่าเจ้าจะแลก”เยว่ซีไม่ละสายตาจากมือซ้ายอีกฝ่าย“ข้ายังอยากแข่งรอบหน้า”หานรั่วหลันยิ้มบาง ๆ“ข้าก็เช่นกัน”น้ำบนพื้นเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง⸻คราวนี้หานรั่วหลันไม่ส่งน้ำพุ่งสูงนางแยกมันเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 75 — เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น

    “ยกแขน”จ้าวเฉิงยกแขน“สูงกว่านั้น”เขายกสูงขึ้นจนชายแขนเสื้อเลื่อนลงถึงข้อศอกอาจารย์ฉินจับข้อมือเขาหมุนช้า ๆ ก่อนให้กำมือ คลายมือ แล้วออกแรงต้านฝ่ามือตนจ้าวเฉิงทำตามทุกอย่างโดยไม่เถียงสักคำหลินเยว่ซียืนมองอยู่ข้างประตูจนอดกระซิบกับเสี่ยวถังไม่ได้“วันนี้เขาว่าง่ายผิดปกติ”“ข้าได้ยิน”“เช่นนั้นหูก็หายดีแล้ว” อาจารย์ฉินกล่าวเสี่ยวถังรีบก้มหน้าจ้าวเฉิงเม้มปาก รอจนผู้รักษาคลำรอบแผลเก่าเสร็จจึงถาม“เป็นอย่างไรขอรับ”อาจารย์ฉินปล่อยมือ“แผลสมานดี เส้นเอ็นไม่บวม ขยับได้เต็มช่วง วันนี้ถอดผ้าคล้องได้”จ้าวเฉิงลุกพรวด“นั่งลง ข้ายังพูดไม่จบ”เขานั่งกลับทันที“กลับไปขยับเบา ๆ ก่อน ถึงวันแข่งข้าจะตรวจซ้ำ หากมีอาการเจ็บ บวม หรือชา ต้องบอก ห้ามกินยากดอาการเพื่อให้ตัวเองผ่าน”“ขอรับ”“และแขนหาย ไม่ได้แปลว่าฝีมือที่ทิ้งไปจะกลับมาพร้อมกัน”รอยยิ้มของจ้าวเฉิงลดลงเล็กน้อยเขามองมือข้างที่ไม่ได้จับกระบี่เต็มแรงมาหลายวัน แล้วลองกำดูอีกครั้งอาจารย์ฉินประทับตราลงบนใบรับรอง“ไปได้”คราวนี้จ้าวเฉิงไม่รีบลุกเขาคำนับเต็มท่า“ขอบพระคุณขอรับ”เมื่อออกมาถึงระเบียง เยว่ซีจึงยื่นกระบี่ที่ช่วยถือไว้ให้ชายหนุ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 74 — ก่อนเสียงระฆัง

    “ข้าไม่เห็นด้วย”ผู้อาวุโสผู้หนึ่งผลักรายงานกลับไปกลางโต๊ะ“เผยเหวินซูเคยช่วยเซี่ยจิ้งเหิงปกปิดการขนคน แก้บัญชี และหลอกพวกเรามาแล้ว วันนี้เขาบอกทางถูก มิได้หมายความว่าพรุ่งนี้จะไม่พาเราไปตาย”ไม่มีใครรีบโต้เจ้าสำนักชิงเสวียนวางคำให้การจากโรงสีไว้ข้างรายงานนั้น“ข้าจึงเรียกทุกคนมาหารือ ก่อนจะต้องตัดสินใจในวันที่ไม่มีเวลาเหลือ”โม่หลิงยวนยืนอยู่ข้างหน้าต่าง เขาฟังจนอีกฝ่ายกล่าวจบจึงเอ่ยขึ้น“คำเตือนเรื่องเรือช่วยคนของเรารอด แต่ยังไม่เพียงพอให้ปล่อยตัว”ผู้อาวุโสผู้นั้นหันมอง“แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด”“ให้เขาถ่ายทอดสิ่งที่รู้จนคนอื่นใช้ได้ เริ่มจากเส้นทางส่งของ รหัส และวิธีจัดการสิ่งที่เซี่ยจิ้งเหิงทิ้งไว้ เราจะได้ไม่ต้องรอถามเขาทุกครั้งที่มีคนเจ็บ”ผู้อาวุโสสวี่เคาะนิ้วลงบนโต๊ะ“ส่วนไหนเกี่ยวกับอุปกรณ์ ข้าตรวจเอง เขาวาดได้ เราก็ต้องทำความเข้าใจได้”เยี่ยจื้อหยวนเลื่อนบันทึกการตรวจเถียนลู่ออกมา“แต่บางอย่างอยู่ในตัวคน ปราณที่ฝังไว้เมื่อคืนต่างจากของที่เคยพบ มันพยายามทำลายชีพจรเมื่อถูกกด ไม่ใช่เพียงรบกวนจิต”“ถอนออกได้หรือไม่” เจ้าสำนักถาม“หยุดไว้ได้แล้ว ยังต้องหาวิธีถอนให้หมดโดยไม่ทำลายเ

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 73 — คนที่ยังส่งคำสั่ง

    “ป้ายเป็นของจริงขอรับ”ศิษย์หอวินัยวางสมุดลงข้างป้ายไม้ที่ยึดได้หลินเยว่ซียืนอยู่ริมโต๊ะกับโม่หลิงยวน ส่วนเจ้าสำนักเปิดหน้าที่คั่นไว้ รายชื่อผู้ติดตามคณะประลองเรียงอยู่ใต้ตรารับรอง แต่ตรงชื่อเจ้าของป้ายกลับมีหมึกแดงขีดทับ“เจ้าของแจ้งหายตั้งแต่เมื่อวาน” ศิษย์กล่าวต่อ “ตอนนี้พักอยู่ในเรือนรับรอง มีพยานยืนยันว่าไม่ได้ออกไปช่วงเกิดเหตุ”หลิงยวนพลิกป้ายดูด้านหลัง“เรียกเขามาถามว่าใครเข้าถึงสัมภาระได้บ้าง อย่าเพิ่งกล่าวหา”“ขอรับ”เยว่ซีมองรอยเลือดแห้งตามขอบไม้คนถือมันอาจหวังใช้ผ่านด่านหลังโจมตีขบวน หรืออาจเตรียมเข้ามาก่อนหน้านั้นแล้วแต่ป้ายเพียงชิ้นเดียวตอบไม่ได้นางจึงหันไปหาม้วนกระดาษบนโต๊ะ“แล้วภาพของข้าเล่าเจ้าคะ”ผู้อาวุโสสวี่เลื่อนตะเกียงเข้ามาใกล้“กระดาษส่วนเก่าถูกตัดจากสมุดแล้วนำมาต่อใหม่ ข้อความด้านข้างเพิ่งเติมภายหลัง คนเขียนอย่างน้อยสองคน”เยี่ยจื้อหยวนใช้นิ้วชี้ตำแหน่งหมึกแดงโดยไม่แตะเนื้อกระดาษ“เส้นเหล่านี้เขียนทับทางเดินปราณเดิม บางจุดถึงกับฝืนให้พลังไหลสวนกัน”เยว่ซีไล่สายตาตามเส้นวงแดงอยู่บริเวณอก ท้องน้อย และข้อมือนางจำความขมของยาที่มู่เฉิงเจ๋อเคยให้ได้ แต่จำไม่ได้

  • พันธนาการรักใต้เงากระบี่   บทที่ 72 — ฝากหลังไว้กับเจ้า

    ธงแดงหลุดจากเสาในกระบวนท่าที่สามหลินเยว่ซีกระโจนคว้าได้ทัน แต่แรงลมกลับกระชากทั้งธงทั้งคนไปทางขอบลาน“ปล่อยธง!”เหยียนอวี้หนิงตะโกน“ปล่อยก็แพ้สิ!”เยว่ซีกอดคันธง หมุนตัวหลบกระบี่ไม้ที่แทงเข้าหาสีข้าง รองเท้าครูดผ่านแผ่นหินจนเกือบพ้นเส้นขาวอวี้หนิงเหยียบพื้นสันดินผุดขวางหลังเยว่ซี รับเท้านางไว้ก่อนจะหลุดออกนอกเขต แต่พร้อมกันนั้นก็ตัดสายน้ำที่นางกำลังดึงมาจากร่องข้างลานน้ำแตกกระเซ็น“ข้ากำลังจะใช้น้ำ!”“ข้ากำลังจะช่วยเจ้าไม่ให้ตก!”กระบี่ไม้ฟาดลงระหว่างทั้งสองพวกนางแยกหลบคนละทาง ฝ่ายใช้กระบี่ไม่ตามเยว่ซี กลับเข้าประชิดอวี้หนิง ส่วนศิษย์หญิงผู้ถือแผ่นอาคมสะบัดมือแผ่นไม้ตกลงบนพื้นสามจุดแสงสีเหลืองเชื่อมเป็นแนวขวางกลางลานเยว่ซียกคันธงขึ้นรับลมระลอกใหม่ ขณะอวี้หนิงถูกกระบี่บีบให้ถอยไปอีกฟากเพิ่งเริ่มไม่ถึงครึ่งก้านธูปพวกนางก็ถูกแยกออกจากกันแล้ว⸻ก่อนลงลาน ทั้งสองตกลงกันไว้เรียบร้อยอวี้หนิงรับคนใช้กระบี่ เยว่ซีดูธงและขัดขวางคนใช้ลม หากฝ่ายใช้อาคมเข้ามาใกล้ให้ถอยกลับมารวมกันแผนฟังดูดีจนคนใช้ลมไม่ยอมยืนอยู่ที่เดิม คนใช้กระบี่เปลี่ยนเป้าหมาย และอวี้หนิงยกดินปิดทางที่เยว่ซีตั้งใจจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status