เมื่ออุบัติเหตุ ‘บนเตียง’ ไม่ใช่เรื่องของคนสองคน แต่มีหนึ่งชีวิตก่อเกิดขึ้นมาเป็นพันธะผูกรั้งเอาไว้ เขาจึงต้องทิ้งการแต่งงาน เพื่อมารับผิดชอบ ‘แม่ของลูก’ แม้เกลียดชังเธอเพียงใด แต่หน้าที่พ่อนั้นค้ำคอไว้ ทำให้เขาดิ้นรนหลีกหนีไม่ได้จริงๆ …
View Moreเคยใช่ไหม…รู้ว่าผิด รู้ว่าแตกต่างราวฟ้ากับเหว แต่กลับห้ามใจตัวเองไม่ได้ มองข้ามไม่ไหว ต้องคอยแอบมอง แอบยิ้มทุกครั้งที่ได้พูดคุยสบตา ทุกนาทีแสนมีค่า เมื่อมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับคนที่ตัวเองชอบและลอบประทับใจ
หากเห็นเขาทุกข์ ตัวเองก็ทุกข์ หากเห็นเขาสุข ตัวเองก็พลอยสุขตามไปด้วย รักแท้ที่ไม่เคยหวังผลตอบแทนใด ๆ แต่ราวกับโชคชะตาเล่นตลก เพราะในที่สุดจากคนแอบรัก กลับเลื่อนขั้นขึ้นมากลายเป็นเจ้าของ
เจ้าของ...ที่เขาไม่เคยนึกต้องการเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว
สำหรับเขา เธอก็เป็นแค่พันธะมืดมนที่ดึงรั้งชีวิตเอาไว้เท่านั้น...
พิธีวิวาห์กำลังจะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในอีกสองวัน ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมเอาไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งงานที่สั่งตัดพิเศษจากฝรั่งเศส สถานที่จัดงาน การ์ดแต่งงาน ของชำร่วย รวมถึงออแกไนซ์ชื่อดังที่จ้างให้มาจัดเตรียมงานให้ออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด คราวนี้ ก็เหลือเพียงแค่รอคอยเวลาเท่านั้น
หลังรับประทานมื้อค่ำเสร็จ ว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวก็นั่งคุยกันอย่างสุขสันต์ภายในคฤหาสน์หลังงามของฝ่ายชาย เตรียมการสำหรับวันอันหวานชื่น เลือกสถานที่ฮันนีมูนไป หัวเราะต่อกระซิกกันไป ทำให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองตระกูลพลอยอิ่มเอิบหัวใจตามไปด้วย เพราะทั้งอิชย์และมินตรา ต่างก็มีความเหมาะสมกันทั้งด้านฐานะและชาติตระกูล ยิ่งมีความรักเป็นตัวผูกพันด้วยแล้ว อะไรก็ยิ่งดูงดงามลงตัวไปหมด
“ผมหมดห่วงเสียที โชคของอิชย์ที่ได้แต่งงานกับหนูมินตรา”
อรรคผู้เป็นปู่เอ่ยขึ้น อิชย์ซึ่งเป็นหลานชายคนเดียวนั้น นับตั้งแต่เสียพ่อแม่ไปจากอุบัติเหตุทางเรือเมื่อตอนอายุสิบแปดปี เขาก็กลายเป็นคนเงียบขรึม พูดน้อย แทบไม่เคยยิ้มแย้มให้เห็น แต่ดูเปลี่ยนไปมากจริงๆ หลังจากได้พบกับมินตรา
“โสกับคุณพลก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ หลังจากเสียตาโมไปเมื่อสองปีก่อน เราสองคนก็อยากให้ลูกสาวคนเดียวมีคนดีๆ ดูแล ขอบคุณคุณอรรคนะคะที่แนะนำให้ครอบครัวของเราได้รู้จักกับตาอิชย์”
โสภาเอ่ยยิ้มแย้ม หันไปสบตากับภัทรพลผู้เป็นสามีด้วยสายตาเปี่ยมสุข หากโมไนยผู้เป็นลูกชายไม่เสียชีวิตไปเพราะโรคปอด คงดีใจไม่น้อยเช่นกันที่ได้เห็นน้องสาวมีความสุขกับคนที่คู่ควร
แต่ความสุขที่กำลังเกิดขึ้น กลับไม่จีรังยั่งยืนเอาเสียเลย...
ร่างของผู้หญิงบอบบางที่มีหน้าท้องนูนเป่งใหญ่โตจากการตั้งครรภ์ สวมชุดคลุมท้องสีชมพูจางค่อยๆ ก้าวเข้ามาในห้องโถงของคฤหาสน์นิธินรางกูร ท่ามกลางความงุนงงของทุกคน
ใบหน้าของเธอขาวซีด ดวงตาอ่อนล้าอิดโรย ทรวงอกสะท้อนขึ้นลงจากการหายใจรุนแรง ริมฝีปากบางสวยสั่นระริก แต่คนที่กำลังตกใจจนเข่าอ่อน หลังไล่สายตามองจากใบหน้าต่ำลงไปยังท้องที่ใหญ่โต กลับกลายเป็นอิชย์เพียงคนเดียว
หญิงสูงวัยอย่างป้าบุหลันเดินตามหลังหลานสาวเข้ามา ใบหน้าที่หม่นเศร้านั้นเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เมื่อร่างของหญิงตั้งครรภ์ชะงักนิ่ง ไม่ยอมก้าวต่อไปข้างหน้า คนเป็นป้าก็ใช้มือรุนหลังให้ก้าวออกไปเผชิญกับความจริง หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น ก้มหน้างุดอย่างคนขี้ขลาด แต่เธอก็จำเป็นต้องมาที่นี่ ก่อนที่เรื่องทุกอย่างจะสายเกินไป...
“วาสิตา...” ชื่อที่อิชย์ไม่มีวันลืมหลุดออกมาจากปาก
“คุณอิชย์คะ ป้าขอโทษนะคะที่ต้องพาวามาที่นี่ แต่วาเพิ่งยอมพูดว่าเด็กในท้องเป็นลูกของใคร”
“นี่มันอะไรกันคะอิชย์ ผู้หญิงคนนี้ มินจำได้ว่าเคยเป็นพนักงานในบริษัทของอิชย์นี่คะ” มินตรารีบขยับลุกขึ้นจากโซฟาเช่นเดียวกันกับว่าที่เจ้าบ่าว ความหวาดหวั่นแล่นริ้วขึ้นมาแสกกลางใบหน้า หัวใจของมินตราเต้นรัว เมื่อแฟนหนุ่มไม่มีคำอธิบายใดๆ
“ใช่ค่ะ วาเคยเป็นพนักงานในบริษัท...ที่ตั้งท้องกับเจ้านายของตัวเอง” ป้าบุหลันอธิบายเสียงดังฟังชัด ทำเอาประมุขใหญ่ของบ้าน นิธินรางกูร ลุกพรวดขึ้นด้วยความตกใจ ทางด้านพ่อแม่ของฝ่ายหญิงเองก็นั่งไม่ติดที่ไปแล้วเช่นกัน ทุกคนมองหน้ากัน พูดไม่ออกกับสิ่งที่ได้ยิน จนกระทั่งอิชย์เอ่ยถามวาสิตาขึ้นมา
“แน่ใจหรือเปล่าว่าเป็นลูกฉัน ไหนตอนนั้นเธอบอกว่ามีสามีแล้วไม่ใช่เหรอ!” ชายหนุ่มกลั้นใจถามออกไป มือเย็นเฉียบราวกับ แช่อยู่ในน้ำแข็งก็ไม่ปาน
“วาแค่โกหกไปอย่างนั้นเองค่ะ วาไม่ได้มีใครเลย แล้ววาก็แน่ใจด้วยค่ะว่าลูกในท้องของวาคือลูกของคุณ วา...วาพร้อมตรวจดีเอ็นเอค่ะ ถ้าคุณอิชย์ไม่เชื่อ”
เสียงของวาสิตายามนี้แผ่วระโหย เธอไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองใคร ทั้งอับอาย น่าสมเพช ทุเรศทุรัง...และอีกนับร้อยความรู้สึกพุ่งเข้าใส่ไม่ยั้ง เมื่อเธอเหยียบย่างเข้ามาในบ้านหลังนี้ เพื่อทำลายการแต่งงานของเขาให้พังพินาศย่อยยับ
“ต้องการเท่าไร” เขาถามเสียงเย็น ทำเอาคนเป็นปู่ถึงกับตวัดสายตามองด้วยความตกใจ
“คงตีเป็นเงินไม่ได้ค่ะ เพราะเราสองป้าหลานไม่ได้มาเพราะเงิน แต่มาเพราะต้องการให้คุณรับผิดชอบวากับลูกในท้อง ถ้าคุณอิชย์ยังมีความเมตตาอยู่บ้าง ขอความกรุณารับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองเป็นคนทำหน่อยเถอะนะคะ อย่าทำให้วาต้องอุ้มท้องลูกตามลำพัง อย่าทำให้เราถูกคนอื่นเหยียดหยามไปมากกว่านี้เลย”
“แต่ผมกำลังจะแต่งงาน”
เขาตอบเพียงแค่นั้น คว้ามือของมินตรามากุมไว้ แต่เธอกลับบิดข้อมือแล้วถอยออกห่าง ส่ายหน้าไปมาด้วยความเสียใจ ไม่คิดมาก่อนเลยว่าอิชย์จะนอกใจไปหลับนอนกับพนักงานในบริษัทของตัวเองจนเลยเถิดตั้งท้องอย่างนี้ เมื่อเขามองมา ทำท่าจะอธิบายด้วยความร้อนใจ มินตราก็สะบัดฝ่ามือใส่แก้มไปเต็มแรง
“งานแต่งของเราถือว่ายกเลิกค่ะ แล้วเรื่องของเราก็ควรจบลงด้วยเหมือนกัน!”
มินตราตะโกนใส่หน้าคนที่กำลังจะกลายเป็นเจ้าบ่าวในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ก่อนจะวิ่งออกไปจากห้องโถงทันที ทางด้านโสภากับภัทรพลเองก็โกรธมาก ทั้งสองคนจ้องหน้าอิชย์ด้วยความไม่พอใจ
“ไม่ต้องตามยัยมินออกไปเลยนะ! ฮึ...ไม่น่าเลย ฉันไม่น่ายอมให้ลูกสาวมายุ่งกับคนแบบนี้เลย!” ภัทรพลแทบทนไม่ไหว เกือบจะถลันเข้าไปหาอิชย์ แต่โสภาฉุดแขนเอาไว้เสียก่อน
“อย่าค่ะคุณ ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้ว เราก็คงต้องยอมรับ เราแก้ไขอะไรไม่ได้หรอกค่ะ รีบตามออกไปหาลูกกันดีกว่านะคะ”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ภัทรพลก็ยอมรามือ รีบเดินกระแทกเท้าตามหลังลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนออกไป อิชย์กะพริบตาถี่ๆ ภาวนาขอให้นี่คือความฝัน แต่มันกลับเหมือนจริงเสียจนเขาแทบทรงตัวต่อไปไม่ไหว
ชายหนุ่มรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว ตื่นตระหนกตกใจ สับสน และแทบตั้งรับไม่ทัน ก่อนที่ทุกความรู้สึกเหล่านั้นจะกลั่นตัวเป็นความเจ็บปวดเสียใจเกินบรรยาย เขาเบือนหน้าหนีจากวาสิตาและป้าบุหลัน ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างคนหมดแรง
“มันเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้ยังไง?” อรรคถามอย่างหัวเสีย
“ถามเธอดูสิครับ ผู้หญิงคนนี้ตอบคุณปู่ได้ดีกว่าผมแน่”
อิชย์ยกมือขึ้นขยุ้มผม ก้มหน้าลงอยู่ระหว่างเข่าทั้งสองข้างด้วยความกลัดกลุ้ม ในหัวมีแต่ภาพใบหน้าของมินตราที่ทั้งตกใจและสิ้นหวัง เขาทรมานใจเหลือเกิน อยากตามไปอธิบายทุกอย่าง อยากย้ำว่าเขารักและซื่อสัตย์ต่อแค่เธอคนเดียว แต่ภาพที่วาสิตาเดินท้องโย้เข้ามากลางวง มันทำให้เขาไม่รู้จะเรียบเรียงคำพูดอย่างไรต่อไปอีกแล้ว
“ว่ายังไงหนู ตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“วา...วาใช้ยาคุมแล้วค่ะ แต่ก็พลาด” วาสิตาตอบได้เพียงแค่นั้น
“ไม่จริง! เธอต้องการจับฉัน วาสิตา!”
เมื่อได้ยินแบบนั้น อิชย์ก็ลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“คุณอิชย์ วาไม่ได้คิดแบบนั้น...”
“เธอคิด! ใครๆ ในบริษัทก็รู้กันทั้งนั้นว่าเธอรู้สึกยังไงกับฉัน เธอจงใจปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อจับฉัน ทำลายชีวิตของฉัน!”
ชายหนุ่มหมดสิ้นความเป็นสุภาพบุรุษ เพียงเพราะคิดว่าต้องสูญเสียผู้หญิงที่รักสุดหัวใจอย่างมินตราไป อิชย์ก็สติแตก แทบทนรับความจริงไม่ไหว จนกระทั่งป้าบุหลันก้าวเข้ามาหา แล้วตบหน้าเขาซ้ำรอยมือของมินตราไปเต็มแรง
“คุณเอาแต่โทษหลานสาวของป้า ทำไมไม่โทษความมักง่ายของตัวเองบ้าง!”
“วาสิตารู้ทั้งรู้ว่าผมเมา! แต่เธอก็ยังเข้ามายั่วยวนผมจนเลยเถิด วาสิตาจงใจให้มันเกิดขึ้น เธอจงใจจับผม! ผู้หญิงร้ายกาจ...รู้ดีแก่ใจว่าผมกำลังจะแต่งงานแท้ๆ แต่ยังกล้าเอาเรื่องนี้มาทำลายผม ถ้าไม่ได้คิดจะล้มงานแต่ง ทำไมถึงไม่มาบอกให้มันเร็วกว่านี้!”
เขาตะโกนลั่นจนแม้แต่บรรดาสาวใช้ก็ยังสะดุ้งด้วยความกลัว
“วา...” วาสิตาร้องไห้จนพูดไม่ออก
เธอไม่เคยเห็นความโกรธเกลียดในดวงตาของเขาแบบนี้มาก่อน แม้จะตัดสินใจดีแล้วว่าควรปรากฏตัวก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป แต่พอเห็นเขาเจ็บปวด เธอก็แทบทรุดด้วยความรู้สึกผิด เรื่องระหว่างเธอและเขา มันเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุในค่ำคืนหนึ่ง เธอไม่คิดด้วยซ้ำว่าหลับนอนกันครั้งเดียวจะทำให้พลาดท้องได้
“ใช่ลูกของฉันแน่หรือเปล่าก็ไม่รู้ มีอะไรมายืนยันฮะ!”
เขาตวาดลั่น แล้วบิดริมฝีปากยิ้มเย้ยหยัน
“รอให้เด็กคลอดก่อน แล้วคุณจะได้รู้แน่ค่ะ คุณอิชย์”
บุหลันตอบคำถามนั้นแทนหลานสาว
“พาหลานสาวของคุณกลับไปก่อนเถอะนะ เรื่องนี้ผมจะจัดการเอง ไม่ต้องกังวล ถ้าเด็กในท้องเป็นสายเลือดของนิธินรางกูรจริง ผมไม่ทอดทิ้งเหลนของผมแน่ แต่ถ้าไม่ใช่...คุณกับหลานสาวของคุณจะต้องรับผิดชอบที่ทำให้ทุกอย่างวุ่นวาย ตกลงไหม” อรรคเอ่ยเสียงเฉียบขาด นึกตำหนิหลานชายอยู่ในใจที่ใช้อารมณ์จัดการกับปัญหาได้แย่มาก
“ตกลงค่ะ ถ้าเด็กไม่ใช่ลูกของคุณอิชย์ ฉันยินดีชดใช้ให้ครอบครัวของคุณทุกอย่างเลย”
บุหลันตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ เชื่อในคำพูดของวาสิตาหลานรักมากที่สุด นางเลี้ยงลูกสาวของน้องสาวมาตั้งแต่ยังแบเบาะ แทบจะเป็นแม่อีกคนมากกว่าป้าแล้วด้วยซ้ำ มีหรือที่จะไม่รู้ว่าวาสิตามีนิสัยใจคออย่างไร
เอาเถอะ...สักวันความจริงจะเปิดเผยแน่
อิชย์ทะนุถนอมต้นรักของเขาเป็นอย่างดี หมั่นดูแลรดน้ำจนมันงอกงามบานสะพรั่ง ดังนั้นจึงควรมีเพียงเขาเท่านั้นที่จะได้ครอบครองและชมเชยดอกไม้งามดอกนี้ เพราะเขาเป็นคนที่เริ่มต้นปลูกมันขึ้นมากับมือ ต่างจากจามรที่มินตราเป็นฝ่ายเริ่มต้นความสัมพันธ์ ส่วนเขา...เป็นฝ่ายจบมันอย่างไร้หัวใจ แม้เธอจะเคยรักเขามากแค่ไหน แต่ทุกวันนี้ความรู้สึกพวกนั้น แทบไม่มีหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว“อยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ มินจะสั่งให้” มินตราถามอย่างเอาใจ“พอแล้วครับ อิ่มจนแน่นท้องไปหมดแล้ว” เขาปฏิเสธ“อิ่มแบบนี้แล้ว คงกินของหวานต่อไม่ไหวแล้วสินะคะ” สายตาของมินตราทำให้อิชย์รู้ทันทีว่าของหวานที่ว่านั่น ไม่ใช่อะไรที่ไหน แต่หมายถึงผิวเนื้อนุ่มนวล สัมผัสหวานซึ้งไม่รู้ลืมจากตัวของเธอต่างหากแน่นอนว่าเขายิ้มกริ่ม จ้องมอง ‘ของหวาน’ จานโปรดตรงหน้าอย่างไม่เคยนึกเบื่อ “ถ้าเป็นของหวานที่ชื่อมินตรา อิ่มแค่ไหนผมก็ไหว ยอมจุกตายเลยด้วยครับ”“จริงหรือเปล่าคะ ดีแต่พูดไม่ได้นะ”ดวงตาของเธอเป็นประกาย ดูแล้วยั่วยวนท้าทายไม่เบา“งั้นเดี๋ยวเราคงต้องไปพิสูจน์กันดูแล้วละครับ”ไม่พูดเปล่า อิชย์เรียกพนักงานเช็กบิลทันที หลังจากจ่ายค่าอาหารเรียบร้อย
หลายเดือนก่อน...แม้รู้ดีว่าตัวเองเป็นเพียงแอดมินดูแลเพจของบริษัทออกแบบและตกแต่งภายใน แต่ วาสิตา วรีวงศ์ กลับไม่เคยเลิกมองผู้บริหารหนุ่มหล่อวัยสามสิบห้าปีคนนี้ได้เลย ในตลอดระยะเวลาสองปีเต็มเธอสังเกตเห็นว่าสองสามวันที่ผ่านมา ชายหนุ่มดูเงียบขรึมหนักกว่าที่เคย อีกทั้งคู่หมั้นคนสวยของเขาก็ไม่ได้เข้ามาหาที่บริษัทแทบทุกวันเหมือนเดิม ทำให้วาสิตาเกิดความกังวล อดห่วงไม่ได้ว่าเขาจะมีปัญหาอะไรกวนใจหรือไม่ และทางเดียวที่จะรู้ได้ก็คือการแย้มถามผ่านนงนุช ผู้เป็นเลขานุการหน้าห้องเท่านั้น“กาแฟกับขนมค่ะพี่นุช”วาสิตานำสินบนมาวางลงบนโต๊ะ รอยยิ้มเอียงอายของสาวหวานเรียบร้อย พูดน้อยไม่ค่อยทันคน ทำเอานงนุชถึงกับคลี่ยิ้มรู้ทัน“สงสัยว่าทำไมคุณอิชย์ถึงอารมณ์ไม่ค่อยดีใช่ไหม?”“เอ่อ…”วาสิตานิ่งไปเมื่ออีกฝ่ายรู้ทัน ซึ่งไม่ได้น่าแปลกใจนัก เพราะพนักงานหญิงเกือบทั้งหมด แทบไม่มีใครเลยที่จะไม่สนใจหนุ่มหล่อมากเสน่ห์อย่างอิชย์“พี่แอบได้ยินตอนเขาคุยโทรศัพท์”นงนุชเล่า ชะงักเล็กน้อยแล้วมองซ้ายแลขวาดูว่าทางโล่งดีหรือไม่ เมื่อพบว่าไม่มีใครอื่นอยู่ในกรอบสายตา เธอจึงเอ่ยต่อไปอีก“ช่วงนี้คุณมินตราเธอไม่ค่อยมีเวลาให้น่ะ ช
เคยใช่ไหม…รู้ว่าผิด รู้ว่าแตกต่างราวฟ้ากับเหว แต่กลับห้ามใจตัวเองไม่ได้ มองข้ามไม่ไหว ต้องคอยแอบมอง แอบยิ้มทุกครั้งที่ได้พูดคุยสบตา ทุกนาทีแสนมีค่า เมื่อมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับคนที่ตัวเองชอบและลอบประทับใจหากเห็นเขาทุกข์ ตัวเองก็ทุกข์ หากเห็นเขาสุข ตัวเองก็พลอยสุขตามไปด้วย รักแท้ที่ไม่เคยหวังผลตอบแทนใด ๆ แต่ราวกับโชคชะตาเล่นตลก เพราะในที่สุดจากคนแอบรัก กลับเลื่อนขั้นขึ้นมากลายเป็นเจ้าของเจ้าของ...ที่เขาไม่เคยนึกต้องการเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียวสำหรับเขา เธอก็เป็นแค่พันธะมืดมนที่ดึงรั้งชีวิตเอาไว้เท่านั้น...พิธีวิวาห์กำลังจะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในอีกสองวัน ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมเอาไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งงานที่สั่งตัดพิเศษจากฝรั่งเศส สถานที่จัดงาน การ์ดแต่งงาน ของชำร่วย รวมถึงออแกไนซ์ชื่อดังที่จ้างให้มาจัดเตรียมงานให้ออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด คราวนี้ ก็เหลือเพียงแค่รอคอยเวลาเท่านั้นหลังรับประทานมื้อค่ำเสร็จ ว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวก็นั่งคุยกันอย่างสุขสันต์ภายในคฤหาสน์หลังงามของฝ่ายชาย เตรียมการสำหรับวันอันหวานชื่น เลือกสถานที่ฮันนีมูนไป หัวเราะต่อกระซิกกันไป ทำให้ผู้ใหญ่ของทั้ง
Comments