เฟิงมี่ย้อนเวลาเปลี่ยนชะตาชีวิต ยุค80

เฟิงมี่ย้อนเวลาเปลี่ยนชะตาชีวิต ยุค80

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-03-08
Oleh:  วริษาOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
25Bab
2.9KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ชีวิตครั้งที่แล้วฉันพลาดไปที่อ่อนแอแต่เมื่อได้ย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมเป็นที่รองมือรองเท้าใครอีกแม้กระทั่งแม่สามีที่เกลียดชังฉันกับลูกเข้าไส้ ฉันจะทวงความยุติธรรมและสิ่งที่ลูกสาวสมควรได้คืนมา คำนำ เฟิงมี่ลูกสะใภ้คนรองของตระกูลมู่ ต้องมาจบชีวิตอย่างไร้ความเป็นธรรม จิตสุดท้ายที่เธอเป็นห่วงคือลูกสาวตัวน้อย กลัวว่าจะถูกกลั่นแกล้งรังแกเมื่อไม่มีเธอคอยปกป้องดูแล และคนที่รังแกและรังเกียจไม่ใช่ใครอื่นไกลแต่เป็นย่าของเธอ เพียงเพราะคิดว่าฮว๋าเย่ลูกของเฟิงมี่เป็นลูกของชายชู้ เธออ้อนวอนต่อสวรรค์จนลมหายใจสุดท้ายเธอได้หมดลง แต่ใครจะไปคิดว่าเธอจะได้ยินเสียงลูกสาวเรียกเธออีกครั้ง เธอลืมตาขึ้นดูใบหน้าที่เต็มด้วยหยาดน้ำตาของลูกสาว เธอโอบกอดแนบแน่นคิดว่าชาตินี้ทั้งชาติจะไม่ได้กลับมาหาลูกน้อยอีกแล้ว และเธอก็ได้รับรู้ว่าตอนนี้เธอได้ย้อนเวลากลับ แต่ทว่าครั้งนี้เธอจะไม่ยอมให้มันเป็นเหมือนเดิมอีกต่อ คนอ่อนแอให้แม่สามีกับพี่สะใภ้รังแกจะไม่มีอีกต่อไป ต่อจากนี้จะมีเพียงเฟิงมี่ที่สู้คนและจะทวงความยุติธรรมให้แก่ลูกสาว เรียกร้องในส่วนที่ฮว๋าเย่ลูกสาวไม่เคยได้รับมันเมื่อครั้งที่แล้ว

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 นังเด็กกาฝาก

บทที่ 1 นังเด็กกาฝาก

ณ.มณฑลเจิ้งไฉ

ตระกูลมู่เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในมณฑลแห่งนี้ มู่ซูเจี้ยนผู้ที่เลี้ยงลูกมาตามลำพังหลังจากสามีตาย เธอเป็นแม่หม้ายที่สุขสบายเลยทีเดียวเธอมีลูกชายอยู่สองคน คนโตมีหน้าที่การงานเป็นนายอำเภอมีภรรยาและลูกชายที่น่ารัก เขามีชื่อว่ามู่ไคฉี ภรรยาที่เป็นสะใภ้ชื่อว่าซูหรงและลูกชายอายุ5 ขวบชื่อว่า หย่งอี้ เด็กชายคนนี้เกิดมาก็ได้ความรักจากคุณย่าเต็ม ๆ ต่างจาก ฮว๋าเย่ ลูกสาวของเฟิงมี่ภรรยาของลูกชายคนที่สองของตระกูล เพราะเธอมากจากตระกูลที่ยากจน ลูกชายของเธอมู่หลวนหลงได้รับราชการเป็นทหารและมียศเป็นถึงรองนายพลทำให้เธอไม่พอใจที่ลูกชายไปคว้าลูกสะใภ้บ้านนอกคนนี้มา ใจอคติของเธอคิดว่าหลานสาวตัวน้อยคนนี้ไม่ใช่หลานตัวเองจงเกลียดจงชังตั้งแต่ลืมตาขึ้นมามองโลก

ตอนนี้ฮว๋าเย่มีอายุน้อยกว่าหย่งอี้ 1 ปี แต่ทว่าความเฉลียวฉลาดพูดจาฉะฉานมากกว่าพี่ชายมากนักแต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะชื่นชอบ ซูหรงไม่อยากให้ลูกสาวของสะใภ้เล็กได้รับการยอมรับจากคนเป็นย่า จึงหาทางกลั่นแกล้งสารพัดทั้งพูดกรอกหูแม่สามีให้รังเกียจและเข้าใจผิดเฟิงมี่กับลูกอีกด้วย 

เนื่องจากหลังที่เฟิงมี่คลอดลูกสาวได้กี่เดือน หลวนหลงผู้เป็นสามีต้องออกเดินทางไปรักษาความสงบเพราะเกิดการปฏิวัติที่ยาวนาน ทำให้3 ปีมานี้เขาไม่ได้กลับมาบ้านเลย มีเพียงจดหมายมาแต่ทว่าจดหมายนั้นไม่ได้ถึงมือของเฟิงมี่เลย อีกทั้งแม่สามียังส่งจดหายใส่ร้ายป้ายสีเสีย ๆ หาย ๆ ให้เฟิงมี่อีกด้วย

ภายในห้องที่เต็มไปด้วยของใช้มากมายแต่ทว่าในนั้นยังเป็นที่นอนของสองแม่ลูกที่น่าสงสารอีกด้วย เด็กหญิงแต่งตัวมอมแมมกำลังนั่งหัดอ่านตัวหนังสือตามที่แม่เคยสอนเพราะเธอเคยเห็นเด็กที่โตกว่าสวมชุดนักเรียนไปโรงเรียนเธอเองก็อยากจะไปแต่เมื่อมองดูคุณแม่ที่แทบจะไม่ค่อยได้กินอะไร อดมื้อกินมื้อเพราะคุณย่าไล่เธอกับแม่มาอยู่ในห้องเก็บของเพราะจับได้ว่าแม่ของเธอไปขโมยของกินมาให้เธอตอนยามที่เธอหิว เธอจึงไม่เคยร้องขออะไรแม่อีกเลย

ปัง ๆ ปังๆ !!

“เฟิงมี่นังลูกสะใภ้ตัวดีเมื่อไหร่เธอจะลุกขึ้นมาทำงานบ้าน ตอนนี้หลานชายของฉันหย่งอี้หิวจนท้องจะกิ่วอยู่แล้ว” เสียงของมู่ซูเจี้ยนเคาะประตูปากตะโกนเรียกลูกสะใภ้เล็กเสียงดังลั่นบ้าน ทว่าวันนี้เฟิงมี่รู้สึกไม่สบายตื่นสายกว่าทุกวัน งานในบ้านล้วนแต่เป็นงานที่แม่สามีให้เธอทำทั้งหมด ฮว๋าเย่ได้ยินเสียงย่ารีบลุกขึ้นเขย่ากายผู้เป็นแม่เมื่อมือของเธอแตะลงที่ร่างกายของเฟิงมี่ราวกับกำลังถูกไฟเผาไหม้ เด็กน้อยชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเดินไปเปิดประตูด้วยตนเองหากไม่เช่นนั้นผู้เป็นย่าต้องโมโหมากกว่าเดิมแน่ ๆ 

“นี่ไม่ได้ยินเสียงฉันหรือไง นอนเอาบ้านเอาเมืองขี้เกียจตัวเป็นขนเหรอเลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ เลย" เสียงของซูเจี้ยนจอมโหดร้ายยังคงต่อว่าไม่หยุดปาก

แอ้ดดด !! เสียงประตูห้องเก็บของค่อย ๆ เปิดออกเด็กหญิงก้มหน้าลงต่ำจับมือของตัวเองแน่นข่มใจขยับปากเพื่อบอกคุณย่า

“คุณย่าคะวันนี้คุณแม่ของหนูไม่สบาย ตอนนี้แม่ตัวร้อนเหมือนไฟเลยคุณย่าให้คุณป้าซูหรงทำงานบ้านแทนคุณแม่ได้มั้ยคะ ” ซูเจี้ยนยืนค้ำเอวจ้องมองเด็กหญิงด้วยความไม่พอใจแค่เห็นหน้าเด็กคนนี้ยิ่งทำให้เธอโมโหมากกว่าเดิม เธอใช้นิ้วชี้จิ้มที่หน้าผากของฮว๋าเย่ก่อนจะสถบด่าโดยไม่สนใจเลยว่าเด็กหญิงจะกลัวเธอมากขนาดไหน

“เด็กขี้โกหกแกมันก็เหมือนแม่ชั่ว ๆ ของแก กล้าโกหกคนที่ให้ข้าวให้น้ำฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าแม่ของแกจะไม่สบายหลีกทางฉันจะไปลากคอมันไปทำกับข้าวให้หลานชายฉันกิน ” ซูเจี้ยนดันนิ้วชี้เพียงเล็กน้อยร่างกายของฮว๋าเย่ถลาล้มลงกับพื้นทันที ร่างเล็กสั่นเทาสะอึกสอื้นไห้ด้วยความเจ็บแต่ก็รีบลุกขึ้นเดินตามคุณย่าไปที่นอนที่แม่นอนอยู่

“คุณย่าแม่ของหนูไม่สบายจริง ๆ ขอให้แม่ได้พักสักวันนะคะ”

“แกไม่ต้องมาปากดีอยากให้ฉันลงไม้ลงมือตีแกหรือไง นี่นังเฟิงมี่ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ไม่ต้องมาทำตัวสำออย และเสี้ยมสอนให้ลูกของแกโกหกเหมือนแก ” แม่มู่แม่สามีจอมเลวทรามต่ำช้าปากต่อว่าลูกสะใภ้เล็กไม่หยุดปาก เสียงดังเอะอะทำให้เฟิงมี่สะลึมสะลือลืมตาขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าแม่สามีก็รู้ทันทีว่าตอนนี้เธอโกรธมากแค่ไหนและรู้สึกเป็นห่วงฮว๋าเย่รีบยันกายตัวเองเพื่อลุกขึ้นแต่ทว่าฤทธิ์ไข้ในร่างกายของเธอยังไม่ทุเลาและมีไข้สูงเพราะไม่ได้รับยาทำให้หนาวสั่นจากด้านใน พูดจาตอบแม่สามีอย่างแผ่วเบา

“คุณแม่ต้องการอะไรหรือคะ แคก แคก ”

“จะต้องการอะไรอีกล่ะ นี่มันกี่โมงแล้วรีบลุกไปทำกับข้าวเดี๋ยวนี้หลานชายของฉันทนหิวมานานแล้วอย่ามาแกล้งสำออยทำเป็นไม่สบาย ฉันไม่ได้โง่เชื่อมารยาสาไถยของแก ”

“คุณย่าคุณแม่ไม่สบายจริง ๆ นะคะ ” ร่างเล็กสั่นระริกด้วยความกลัวรีบเดินเข้ามาจับปลายเสื้อของย่าเพื่อบอกเธอ แต่ทว่ากลับถูกมือหนาของซูเจี้ยนปัดออกทันทีและยังมองเธอด้วยสายตารังเกียจ

“อย่าเอามือสกปรก ๆ ของแกมาแตะต้องตัวของฉัน ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าฉันไม่ใช่ย่าของแก แกมันเป็นลูกชู้เป็นกาฝากที่น่ารังเกียจที่สุด ฉันจะให้เวลาแกลุกขึ้นเดี๋ยวนี้รู้ใช่มั้ยว่าฉันโมโหจะเป็นยังไง " 

“คุณแม่คะ ตอนนี้ฉันลุกไม่ไหวขอพักสักวันไม่ได้หรือคะเหมือนว่าตอนนี้ฉันจะเป็นไข้หวัด ” เฟิงมี่สงสารลูกสาวจับใจและเจ็บช้ำใจเหลือเกินที่ถูกซูเจี้ยนปฏิบัติเช่นนี้ แต่เธอทำอะไรไม่ได้ทำได้เพียงทนฝืนทนกล้ำกลืนรอวันที่สามีกลับมา เธอคิดว่าสามีกลับมาจะสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้

ครั้นนั้นซูเจี้ยนสั่นเทาด้วยความโมโหคิดว่าเฟิงมี่เธอโกหกเพราะขี้เกียจ เหลียวมองหาสิ่งของที่จะทำโทษเฟิงมี่ในครั้งนี้ เธอหันไปเห็นถังน้ำที่ฮว๋าเย่เตรียมมาจะเช็ดตัวให้เฟิงมี่ เธอแสยะยิ้มก้มลงยื่นมือไปคว้าถังน้ำก่อนจะสาดใส่ร่างกายของเฟิงมี่ที่นั่งอยู่บนเตียงนอน

ซ่า !!

“ฉันไม่มีทางเชื่อแก ที่บอกว่าไม่สบายเพราะความขี้เกียจของแกนะสิ เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปทำอาหารมาให้หย่งอี้เดี๋ยวนี้ หากแกยังไม่ลุกวันนี้ฉันจะขับไล่แกสองแม่ลูกออกไปนอนนอกบ้าน” ซูเจี้ยนพูดจบเดินสะบัดผมออกจากห้องเก็บของไปทันที ฮว๋าเย่รีบเข้าไปหาเฟิงมี่ด้วยความเป็นห่วงใบหน้าของเด็กหญิงเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา

“คุณแม่ อึก อึก คุณแม่หนาวมั้ยคะเดี๋ยวหนูจะไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้คุณแม่นะคะ ฮื้อ ฮือ ทำไมคุณย่าถึงได้ใจร้ายกับเราสองแม่ลูกแบบนี้ แล้วทำไมคุณย่าชอบด่าว่าหนูไม่ใช่หลานของคุณย่าด้วย คุณย่าไม่รักหนูเลยหรือไงคะ ” เฟิงมี่หนาวสั่นไปทั้งตัวดึงกายของลูกสาวเข้ามาใกล้ เช็ดหยาดน้ำตาที่อาบแก้มพร้อมพูดจาปลอบโยน

“โธ่ฮว๋าเย่ของแม่ อย่าใส่ใจคำพูดของคุณย่าเลยนะ คุณย่าแค่ไม่ชอบแม่แต่ไม่ได้เกลียดลูกหรอกนะ อย่าเสียใจไปเลยรู้มั้ยลูกสาวของแม่เหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าหยาดน้ำตาเสียอีก ตอนนี้แม่รู้สึกดีขึ้นแล้วเดี๋ยวแม่เปลี่ยนเสื้อผ้าสักครู่เราจะได้ออกไปที่ครัวกันนะ”

“ได้ค่ะ ” ฮว๋าเย่หยุดร้องไห้รีบเช็ดน้ำตาพร้อมลุกขึ้นเพื่อให้เฟิงมี่เปลี่ยนเสื้อผ้าจะไปทำอาหารให้หย่งอี้ เฟิงมี่จ้องมองใบหน้าลูกสาวตัวน้อยด้วยความสงสาร

‘ทนอีกสักนิดนะฮว๋าเย่เมื่อไหร่ที่คุณพ่อกลับมาทุกอย่างจะดีขึ้น ’

เฟิงมี่คิดในใจพยายามลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกโชกด้วยน้ำที่ซูเจี้ยนราดใส่เมื่อครู่ ร่างกายของเธอตอนนี้แทบไม่อยากจะขยับแต่เมื่อเป็นเช่นนี้และไม่อยากให้ฮว๋าเย่ต้องถูกต่อว่าไปด้วยจึงฝืนใจไปทำอาหารให้หลานชายคนโตตระกูลมู่ได้กินข้าวเช้า

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Anděl K
Anděl K
แต่งได้ดี ไม่ยืดเยืัอเขียนบทซ้ำซาก นาม วริษา เชื่อใจได้ อ่านสนุก ไม่น่าเบื่อ และลามกเหมือนนักแต่งบางคน5555
2025-09-08 04:00:06
1
1
25 Bab
บทที่ 1 นังเด็กกาฝาก
บทที่ 1 นังเด็กกาฝากณ.มณฑลเจิ้งไฉตระกูลมู่เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในมณฑลแห่งนี้ มู่ซูเจี้ยนผู้ที่เลี้ยงลูกมาตามลำพังหลังจากสามีตาย เธอเป็นแม่หม้ายที่สุขสบายเลยทีเดียวเธอมีลูกชายอยู่สองคน คนโตมีหน้าที่การงานเป็นนายอำเภอมีภรรยาและลูกชายที่น่ารัก เขามีชื่อว่ามู่ไคฉี ภรรยาที่เป็นสะใภ้ชื่อว่าซูหรงและลูกชายอายุ5 ขวบชื่อว่า หย่งอี้ เด็กชายคนนี้เกิดมาก็ได้ความรักจากคุณย่าเต็ม ๆ ต่างจาก ฮว๋าเย่ ลูกสาวของเฟิงมี่ภรรยาของลูกชายคนที่สองของตระกูล เพราะเธอมากจากตระกูลที่ยากจน ลูกชายของเธอมู่หลวนหลงได้รับราชการเป็นทหารและมียศเป็นถึงรองนายพลทำให้เธอไม่พอใจที่ลูกชายไปคว้าลูกสะใภ้บ้านนอกคนนี้มา ใจอคติของเธอคิดว่าหลานสาวตัวน้อยคนนี้ไม่ใช่หลานตัวเองจงเกลียดจงชังตั้งแต่ลืมตาขึ้นมามองโลกตอนนี้ฮว๋าเย่มีอายุน้อยกว่าหย่งอี้ 1 ปี แต่ทว่าความเฉลียวฉลาดพูดจาฉะฉานมากกว่าพี่ชายมากนักแต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะชื่นชอบ ซูหรงไม่อยากให้ลูกสาวของสะใภ้เล็กได้รับการยอมรับจากคนเป็นย่า จึงหาทางกลั่นแกล้งสารพัดทั้งพูดกรอกหูแม่สามีให้รังเกียจและเข้าใจผิดเฟิงมี่กับลูกอีกด้วย เนื่องจากหลังที่เฟิงมี่คลอดลูกสาวได้กี่เดือน หลวนหลงผู้
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ลูกสะใภ้ตัวดี
บทที่ 2 ลูกสะใภ้ตัวดีอีกฝั่งของบ้านสะใภ้ใหญ่ซูหรงเธอกำลังนั่งทาเล็บอย่างสบายใจเมื่อเห็นแม่สามีเดินมาจากหลังบ้านและสีหน้าไม่ดีจึงรีบเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น“วันนี้คุณแม่เป็นอะไรแต่เช้าคะ หรือว่าเมื่อคืนฝันไม่ดี”“จะอะไรอีกล่ะก็นังสะใภ้รองตัวดีนะสิ ตะวันโด่งป่านนี้ยังไม่มาทำอาหารให้หย่งอี้ของฉัน ฉันไปตามที่ห้องเก็บของเห็นเธอนอนหลับสบาย หน้าด้านแสร้งว่าตัวเองไม่สบาย เฮอะ! คิดว่าฉันมองไม่ออกหรือไงว่านังเฟิงมี่แค่ขี้เกียจไม่อยากทำงานเลยเอาข้ออ้างว่าตัวเองไม่สบายมาเป็นข้ออ้าง”“แล้วคุณแม่ทำยังไงกับนังนั่นละคะ” ซูหรงปิดฝาขวดน้ำยาทาเล็บวางลงไว้พร้อมถามซูเจี้ยนต่อ“จะทำยังไงล่ะ ฉันก็บังคับให้มันมาทำอาหารให้หลานชายฉันนะสิ หย่งอี้ทนหิวอีกหน่อยนะหลานย่าแล้ววันนี้ย่าจะพาไปเดินเล่นที่ตลาดหลานอยากได้อะไรย่าจะซื้อให้ทุกอย่างเลย” ซูเจี้ยนพูดจาอ่อนลงจ้องมองเด็กชายที่นั่งเล่นของเล่นด้วยสายตาอ่อนโยน“จริงนะครับ ผมอยากได้รถของเล่นคุณย่าซื้อให้จริงๆ นะครับ”“แน่นอนสิ ย่าจะโกหกหลานรักของย่าทำไมกัน” เด็กชายรีบลุกขึ้นไปกอดคุณย่าด้วยความดีใจ ซูหรงที่มองอยู่เผยรอยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ความสุขของเธอคือ
Baca selengkapnya
บทที่ 3 ตาฝาด
บทที่ 3 ตาฝาดหลังจากที่ทุกคนออกจากบ้านเฟิงมี่พาฮว๋าเย่กลับห้องเก็บห้อง จัดการอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวร่างกายที่ไม่สบายแค่ถูกน้ำก็หนาวสั่นถึงกระดูก รอยผองแดงบนหน้าเริ่มปรากฏขึ้นเนื่องจากถูกความร้อนของผัดผัก ฮว๋าเย่สงสารแม่จับใจเด็กหญิงรีบไปหยิบเอายามาถือไว้รอทาให้แม่ เวลาผ่านไปสักพักหลังจากที่ทายาเสร็จเฟิงมี่กินยาและรีบไปทำงานบ้านให้เสร็จตัวเองจะได้มีเวลานอนพักสักงีบ จนกระทั่งเวลาบ่ายคล้อยเสียงของซูเจี้ยนดังขึ้นทำให้เฟิงมี่สะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ“นังเด็กชั่วช้า แม่ของแกไม่สั่งสอนหรือไงอิจฉาริษยาหย่งอี้ของฉันจนต้องขโมยของเล่นมาทำพังแบบนี้กันห่ะ” ฮว๋าเย่ยืนตัวสั่นเทาก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัวเธอไม่ได้ทำของเล่นของหย่งอี้พังและไม่เคยไปขโมยของเล่นที่คุณย่าซื้อให้หย่งอี้ด้วยซ้ำ"คุณย่าขาหนูไม่เคยไปขโมยของเล่นของพี่หย่งอี้เลยนะคะ แถมหนูยังไม่เคยเห็นของเล่นของพี่หย่งอี้ด้วยหนูไม่ได้ทำจริง ๆ อีกอย่างพี่หย่งอี้ต่างหากที่เดินมาหาหนูแล้วโยนความผิดทั้งหมดให้หนู""ไม่ใช่นะครับคุณย่า ผมไม่ได้ทำแบบนั้นนะครับฮว๋าเย่อิจฉาผมทำผิดไม่ยอมรับผิดแถมยังโยนความผิดมาให้ผมเพราะเธอกลัวคุณย่าจะลงโทษดูสิครับของเล่นที่
Baca selengkapnya
บทที่ 4 ลมหายใจสุดท้าย
บทที่ 4 ลมหายใจสุดท้ายเฟิงมี่เดินเร่งเท้าให้ถึงบ้านอย่างรวดเร็วเพราะตอนนี้ท้องฟ้าความมืดเริ่มปกคลุมลงมา เธอเดินมาได้สักพักรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามมา ทางไปบ้านตระกูลมู่จะมีทางที่เปลี่ยวอยู่ระยะยาวพอสมควร เฟิงมี่เริ่มวิตกกังวลไม่กล้าหันหลังไปมอง เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ทำให้เธอเริ่มใจเต้นแรงระรัวภาวนาให้เป็นเพียงแค่คนผ่านทางเช่นเดียวกับเธอมับ!!!จู่ ๆ คนที่เดินข้างหลังเธอได้จับมือของเธอคว้าเอาไว้เธอหยุดเดิน “กรี๊ด ๆ ปล่อยฉันนะ!!” เฟิงมี่ตกใจกลัวเธอหันมามองเห็นว่าชายที่มาจับมือเธอคล้ายกับชายที่อยู่กับผู้หญิงใกล้ซอยร้านของเล่นนี่น่า อย่าบอกนะว่าเขาตามเธอมา“จะร้องส่งเสียงดังทำไมกัน ฉันแค่จะสอบถามทางเท่านั้นเอง” ฉู่อี้ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะจะลองโยนกินถามทางว่าเธอจะจำเขาได้หรือไม่ว่าเขาอยู่กับซูหรงเมื่อครู่ เขาปล่อยมือออกจากแขนของเธอ เฟิงมี่หวาดกลัวชายที่อยู่ตรงหน้ารีบเอ่ยถามเขาขึ้นมาจะได้รีบตอบและรีบกลับ"แล้วคุณจะไปที่ไหนเหรอคะ” ฉู่อี้จ้องมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้ว่าเธอจะสวมใส่เสื้อผ้าที่ดูมอมแมมอีกทั้งยังเก่ามากแต่มิอาจจะปกปิดส่วนโค้งเว้าของร่างกายของเฟิงมี่ได้เลย เขากลืนน
Baca selengkapnya
บทที่ 5 ย้อนกลับมาอีกครั้ง
บทที่ 5 ย้อนกลับมาอีกครั้งปัง!! ปัง!! ปัง!!"นี่ฉันเคาะประตูเรียกตั้งนานแล้วหูหนวกหรือไงทำไมไม่ลุกสักที จะรอให้ตะวันขึ้นตรงกลางหัวก่อนหรือไงถึงจะลุกได้นะ" เสียงของซูเจี้ยนดังอยู่ด้านนอกห้องอย่างเอะอะโวยวาย เฟิงมี่สะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงรบกวน'เอ๊ะ!ฉันตายไปแล้วไม่ใช่หรือไงกัน ทำไมยังได้ยินเสียงของแม่สามีอยู่ล่ะ และทำไมรู้ถึงการเต้นของหัวใจอยู่เลยหรือว่าฉันจะได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง' เฟิงมี่คิดในใจก่อนจะลืมตากวาดมองรอบ ๆ ห้องนี่ห้องเก็บของที่เธอเคยอยู่นี่หน่า เธอรีบหันมองเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของเธอ ครั้นนั้นเฟิงมี่รู้สึกดีใจจนมิอาจจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ เธอใช้มือลูบใบหน้าของลูกสาวที่นอนหลับอยู่“ขอบคุณสวรรค์ที่ให้ฉันกลับมาหาฮว๋าเย่อีกครั้ง ขอบคุณจริง ๆ ถ้าฉันตายไปทั้งแบบนั้นจริง ๆ ไม่รู้เลยว่าฮว๋าเย่จะเป็นอย่างไรชีวิตของเธอต้องพบเจอกับคนชั่วช้าอย่างนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าความดีมิอาจจะทำให้คนเปลี่ยนใจได้ ต่อจากนี้ฉันจะปกป้องลูกสาวของฉันเอง จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายได้แม้กระทั่งแม่สามี” เฟิงมี่เอ่ยออกมาอย่างจริงจังหากเธอยังอ่อนแอไม่ว่าจะมีโอกาสอีกกี่
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ทวงคืนทุกอย่าง
บทที่ 6 ทวงคืนทุกอย่างเฟิงมี่พาฮว๋าเย่เดินเข้ามาที่บ้านหลังใหญ่เห็นพี่สะใภ้นั่งจไขว่ห้างจิบน้ำชาอย่างสบายใจ เฟิงมี่ครุ่นคิดเธอคงย้อนกลับมาก่อนวันที่เธอจะถูกฆ่าตายสินะ พี่สะใภ้ไม่ทำงานทำการอะไรแต่ก็ไม่เคยถูกซูเจี้ยนต่อว่าเลยสักครั้ง คงเป็นเพราะเธอมาจากตระกูลที่ดีกว่าเฟิงมี่แต่ทว่านิสัยกลับต่ำทรามยิ่งกว่า เมื่อซูหรงเห็นเฟิงมี่เดินเข้ามาในบ้านเธอวางแก้วชาลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับลุกขึ้นเดินมาหาด้วยความสงสัย"นี่นังเฟิงมี่ คุณแม่ไม่ได้ไปตามแกไปทำกับข้าวให้หย่งอี้กินหรือไง ไหนล่ะกับข้าว ถ้าไม่มีก็ออกไปอย่ามาให้เห็นหน้ากลิ่นตัวของแกโชยออกมาจนฉันแสบจมูกไปหมด " เธอแสดงท่าทางรังเกียจเฟิงมี่อย่างเห็นได้ชัด เฟิงมี่หมั่นไส้ท่าทีของซูหรงเหลือและนึกแค้นเพราะความมักมากในกิเลสตัณหาทำให้เธอต้องตายอย่างไร้ความยุติธรรม เฟิงมี่ปล่อยมือออกจากมือของฮว๋าเย่พร้อมเดินเข้าไปใกล้แสยะยิ้มมุมปากโอบคอของซูหรงแน่นใบหน้าของเธอซีดเซียวพร้อมเอะอะโวงยวายไม่พอใจเสียงดังลั่นบ้าน"กรี๊ดดด!! ปล่อยนะอี้..สกปรกใครบอกให้แกมากอดฉันแบบนี้""อะไรกันคะพี่สะใภ้ ฉันดมดูทั้งตัวกลิ่นของฉันกับกลิ่นของพี่สะใภ้ไม่ต่างกันสักนิด ดมกลิ่นฉันไ
Baca selengkapnya
บทที่ 7 อย่าให้ได้ร้าย
บทที่ 7 อย่าให้ได้ร้ายเฟิงมี่เดินลงมาเห็นซูเจี้ยนรีบเดินเข้าใบหน้าเป็นกังวลเมื่อเห็นเธอเดินลงมาพร้อมกับยกกล่องลังลงมาด้วย เหงื่อบนใบหน้าเริ่มแตกพลั่ก“รีบร้อนเดินเข้ามาคงไม่ใช่ว่าเพราะกล่องนี่หรอกใช่มั้ยคะ”“นี่ ๆ อย่าบอกนะว่าแกเปิดอ่านด้านในจดหมดแล้วนะ”โคร้ม!! ตุบ!!เฟิงมี่โยนกล่องจดหมายลงต่อหน้าซูเจี้ยนอย่างไม่เกรงใจเพราะที่ผ่านมาเธอกับลูกถูกกระทำมามากพอแล้ว ต่อจากนี้เธอจะไม่ยอมเสียเปรียบแม่สามีเฮงซวยแบบนี้อีกต่อไป“ใช่ฉันอ่านหมดแล้ว ไหนล่ะเงินเดือนที่สามีของฉันส่งมาให้ จะให้ดี ๆ หรือจะให้ฉันเอาเรื่องนี้ไปแจ้งทางการ ดีเหมือนกันฉันจะได้ทั้งเงินสามีที่ส่งมาให้ไหนจะได้ค่าแรงที่ทำงานในบ้านหลังนี้เหมือนขี้ข้า " เฟิงมี่ยืนค้ำเอวยกมือข้างขวายื่นออกมาด้านหน้าก่อนจะแบมันออกเพื่อรอเงินจากซูเจี้ยน“นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ แกกล้าทวงและข่มขู่คุณแม่อย่างนี้ได้ยังไงกัน คุณแม่อย่าไปยอมนะคะที่ผ่านมานังเฟิงมี่กับลูกก็กินอยู่ที่นี่ตลอดเวลา ข้าวกับกับข้าวใช่ว่าจะได้มาฟรี ๆ เสียหน่อย”“หุบปากเสีย ๆ ของพี่สะใภ้ใหญ่ไปซ่ะฉันไม่อยากได้ยิน ที่จริงสมควรเป็นฉันที่ได้เงินมากกว่าคนอื่นที่ไม่ทำงานทำการอะไรเลย จ
Baca selengkapnya
บทที่ 8 เปลี่ยนแปลง
บทที่ 8 เปลี่ยนแปลงฝั่งด้านซูหรงเธอเดินจากหลังสามีมาที่โต๊ะกินข้าวตอนนี้ไม่มีอะไรให้เขากินสักอย่างเพราะปกติจะเป็นเฟิงมี่ที่เป็นคนทำทุกอย่าง แต่เธอกลับบอกว่าเป็นฝีมือของตัวเอง"จะจ้องฉันไปถึงเมื่อไหร่ไปยกข้าวมาสิ อย่าลืมห่อใส่ปิ่นโตไปด้วย ""เอ่อ..คือว่า..""จะอ้ำอึ้งทำไมปกติเธอเป็นคนที่ฉะฉานตลอดหรือว่าเรื่องที่ฉันยินมาจากน้องสะใภ้เป็นความจริงว่างานในบ้านเป็นฝีมือของเฟิงมี่ทั้งหมด อย่าบอกนะว่าที่ผ่านเธอโกหกฉันนะซูหรง ""เอ่อ..พี่ไคฉีฟังฉันก่อนนะ พอดีว่าวันนี้ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลยตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมอาหารให้พี่ไม่ทัน วันนี้พี่ออกไปกินข้าวที่ร้านอาหารได้มั้ยคะ" ใบหน้าของซูหรงเหงื่อแตกพลั่กหลบสายตาไคฉีกลัวว่าเขาจะจับได้ ไคฉีถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้"คงจะเป็นอย่างที่น้องสะใภ้พูดสินะฉันผิดหวังกับเธอจริง ๆ อีกเรื่องช่วยจัดการให้หย่งอี้รู้จักตื่นแต่เช้าและทำหน้าที่ของตัวเองด้วยไม่ใช่ทำตัวเหมือนแม่ที่ไร้ประโยชน์ไปวัน ๆ”ซูหรงกำมือแน่นด้วยความโมโหแต่ไม่สามารถแสดงอาการให้สามีเห็นได้ทำได้เพียงยืนขึ้นและก้มหัวรับคำสั่งของเขา มองแผ่นหลังของเขาที่เดินจากไป“หึ! ตอนนี้ฉันจะทนให
Baca selengkapnya
บทที่ 9 เป่าหู
บทที่ 9 เป่าหูฝั่งด้านซูหรงเธอเดินกลับปาหาแม่สามีเห็นเธอแสดงสีหน้าไม่พอใจคงมีเรื่องเดียวคงเป็นเรื่องของเฟิงมี่ เธอรีบเข้าไปเป่าหูและใส่ให้แม่สามีเกลียดเฟิงมี่มากกว่าเดิม“คุณแม่คะวันนี้นังเฟิงมี่มันทำเกินไปนะคะ เพราะมันคนเดียวเลยทำให้พี่ไคฉีต่อว่าฉัน ฉันไม่เจ็บปวดหรอกค่ะแต่พี่ไคฉีต่อว่าหย่งอี้หลานชายของคุณแม่ด้วย ดูสิคะเด็กตัวเล็ก ๆ ยังถูกมันทำให้พี่ไคฉีด่าได้” ซูหรงแสรงทำเป็นเสียใจซูเจี้ยนได้ยินเธอยิ่งไม่พอใจ ที่เฟิงมี่ทำให้หลายชายสุดที่รักถูกคนเป็นพ่อต่อว่า“อะไรกัน!! นังเฟิงมี่นี่มันร้ายจริง ๆ ไม่ได้การแล้วฉันจะต้องอะไรสักอย่าง กล้าดียังไงถึงทำให้ไคฉีมาต่อว่าหย่งอี้ของฉัน ตอนนี้หย่งอี้คงหิวแล้วสินะ เธอช่วยไปเรียกลงมาด้านล่างที ฉันจะเข้าครัวทำอาหารให้หย่งอี้เอง เด็กกำลังโตต้องกินเยอะ ๆ นอนให้เพียงพอ ส่วนเรื่องนังเฟิงมี่กลับมาเมื่อไหร่ฉันจะกำราบเอง”“ได้ค่ะคุณแม่ จริงสิวันนี้ฉันจะออกไปเลือกซื้อของที่พี่ไคฉีชอบที่ตลาดนะคะ เมื่อเช้าพี่ไคฉีดูอารมณ์ไม่ดีเลย”“ดี ๆ เลือกซื้อของที่ดีต่อสุขภาพอย่าลืมซื้อขนมมาฝากหย่งอี้ด้วยล่ะ วันนี้สายแล้วคงไปเรียนไม่ทัน เอาไว้ค่อยไปพรุ่งนี้ก็แล้วกัน เรื่
Baca selengkapnya
บทที่ 10 อย่าคิดว่าจะยอมโดนทำฝ่ายเดียว
บทที่ 10 อย่าคิดว่าจะยอมโดนทำฝ่ายเดียวหลังจากที่พาฮว๋าเย่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันเฟิงมี่ได้ให้ลูกสาวตัวน้อยนอนพักกลางวันส่วนตัวเธอเองก็จัดการเก็บเสื้อผ้าที่ซื้อมาใหม่วันนี้ ระหว่างนั้นก็คิดหาหนทางรับมือจากซูหรงและชู้ของเธอ'จะทำยังไงดีนะ ฉันถึงจะรู้ว่าซูหรงมีแผนการอะไร? ทำยังไงฉันถึงจะปลอดภัยจากทั้งสองคนนี้ได้ แล้วเมื่อไหร่ที่หลวนหลงจะกลับมาฉันกับฮว๋าเย่จะได้ปลอดภัยเสียที แต่ทว่าเขากลับมาแล้วเชื่อฟังแม่ของเขาฉันเองจะพาฮว๋าเย่ออกจากบ้านหลังนี้ทันที ' เมื่อเธอจัดการเก็บเสื้อผ้าเสร็จจึงเดินไปทางหน้าต่างเห็นว่าตอนนี้ดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงมากแล้ว เธอเลยเดินลงมาด้านล่างเพื่อทำอาหารให้ฮว๋าเย่กินตอนนั้นนั่นเองซูเจี้ยนกำลังนั่งจิบชาอยู่เห็นสะใภ้เล็กเดินลงมาจากชั้นบนเธอกวาดสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าเห็นว่าเฟิงมี่สะใภ้เล็กเปลี่ยนแปลงการแต่งตัวจนแทบไม่เหมือนเดิม เธอไม่พอใจรีบวางแก้วชาลงพร้อมจิปากตำหนิออกมา"ฮึ ฮึ ว่าแต่สะใภ้ของฉันแกเองก็ไม่เห็นจะต่างเลย มีเงินเข้าหน่อยก็เอาไปแต่งตัวซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ ที่แต่งตัวรัดรูปแบบนี้ตั้งใจจะไปให้ชู้ของแกดูสินะ เมื่อไหร่ลูกชายของฉันจะเลิกโง่เสียทีนะ ตาสว่างไ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status