Masukมือหนาปลดกระดุมคอเสื้อออกอย่างลวก ๆ เพื่อไล่ความร้อนรุ่มในใจ กระทั่งเอริสซึ่งกำลังคุมงานอยู่สังเกตเห็นชายหนุ่มจึงรีบวางมือจากมอนิเตอร์แล้วเดินเข้าไปทักทายอรรถพลด้วยรอยยิ้มประจบประแจงทันที
"สวัสดีค่ะคุณอรรถ ไม่คิดว่าคุณอรรถจะเข้ากองด้วย" อันที่จริง อรรถพลไม่จำเป็นต้องบากหน้าจากกรุงเทพฯ มาถึงหัวหินด้วยซ้ำ เพราะเขาเป็นเพียงหุ้นส่วนใหญ่ คนที่ควรมาคุมกองควรจะเป็น'อันดา'บอสของเธอมากกว่า
"ครับ..." เสียงทุ้มต่ำตอบเรียบเฉย ทว่าสายตาคมกริบยังคงตรึงแน่นอยู่ที่ร่างของเอยซึ่งกำลังสะบัดผ้าคลุมซีทรูรับลมทะเล "ผมมีงานที่นี่พอดี เห็นว่าผลิตภัณฑ์ของอันดามาถ่ายทำที่รีสอร์ตผมเลยแวะมาดู... ทำงานกันต่อไปเถอะครับ ผมแค่อยากมาดูเท่านั้น"
"คะ... ค่ะ งั้นตามสบายเลยนะคะคุณอรรถ" เอริสตอบรับอย่างเกร็ง ๆ มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเกินไปที่ประธานสุดโหดและเข้าถึงยากอย่างอรรถพลจะลงมาตรวจงานด้วยตัวเองแบบนี้!
การถ่ายทำดำเนินต่อไปอีกครู่ใหญ่ท่ามกลางความอึดอัดที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวอรรถพล กระทั่งเสียงของเอริสตะโกนสั่งเลิกกอง
เอยจึงลอบถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ทว่าความโล่งใจนั้นกลับอยู่ได้เพียงชั่ววินาทีเดียว... เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นแล้วสายตาปะทะเข้ากับใบหน้าคมคายที่แสนคุ้นเคย
...คุณอรรถ!
เอยเบิกตากว้าง ลึก ๆ ในใจ เธอไม่คิดว่าตัวเองจะได้เจอเขาที่นี่จริงๆ นี่เธอหนีเขาไม่พ้นเลยใช่ไหม! เธอดวงซวยขนาดที่หนีมาทำงานถึงหัวหินก็ยังต้องมาเจอผู้ชายคนนี้อีกงั้นเหรอ!
"เอย ใส่ชุดคลุมก่อน" เสียงของนะโมเรียกสติทำให้เอยละสายตาจากอรรถพล หันมามองเพื่อนรักที่กำลังกางผ้าคลุมสวมให้เธอ
"น้องเอยคะ! มานี่หน่อยค่ะ" เอริสกวักมือเรียกเอยเสียงใส เอยเริ่มหัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ห้ามแสดงอาการบ้า ๆ ออกไปนะยัยเอย!
สมองของเธอสั่งการให้ตัวเองต้องเข้มแข็ง ห้ามทำตัวโบ๊ะบะเด็ดขาด หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ บังคับอาการสั่นเทาให้สงบลง ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มเรียบเฉยตามปกติแล้วเดินเข้าไปหาทั้งคู่
"นี่คุณอรรถพลค่ะ เป็นหุ้นส่วนรายใหญ่ของเรา และยังเป็นสปอนเซอร์ห้องพักดูแลพวกเราในทริปนี้ด้วยนะคะ" เอริสแนะนำด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
เอยคลี่ยิ้มบางตามมารยาท สบตากับอรรถพลแล้วแสร้งทำเป็นเหมือนคนเพิ่งเคยพบกันครั้งแรกอย่างแนบเนียน "ยินดีที่ได้เจอกันค่ะ เอยไม่คิดเลยนะคะว่าคุณจะให้เกียรติมาดูการถ่ายทำด้วยตัวเองแบบนี้" มันแปลก... แปลกจนเธอเริ่มรู้สึกกลัวกับความบังเอิญทั้งหมดนี้
เขาคงไม่คิดจะเล่นงานเธอหรอกใช่ไหม...
อรรถพลแสยะยิ้มร้าย แววตาเย้ยหยันฉายชัดเมื่อได้เห็นละครฉากใหญ่ที่เธอพยายามแสดงออกมา "ผมเองก็ไม่คิดเหมือนกันครับ... ว่าจะได้เจอนางร้ายชื่อดังอย่างคุณเอย ที่หายจากวงการไปนานและยังกล้ากลับมารับงานอีกครั้ง" เขาพูดแบบนี้หมายความว่าไง!?
เอยกำหมัดแน่นภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้ม พยายามรักษาท่าทีให้นิ่งสงบให้ถึงที่สุด แม้ในใจจะหวาดกลัวจนอยากจะวิ่งหนีไปให้พ้นจากตรงนี้ก็ตามที
"เอยแค่อยากตั้งใจกลับมาทำงานหาเงิน และการกลับมารับงานที่ตัวเองชอบมันก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายนี่คะ" เอยยิ้มตอบ แต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มตาม เธออ่านไม่ออกเลยว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ และนั่นยิ่งทำให้เธอหวาดกลัว
"แน่นอนครับ... มันไม่ได้เสียหายอะไร ยินดีต้อนรับกลับเข้าสู่วงการบันเทิงอีกครั้งนะครับ และยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้ง" อรรถพลเว้นจังหวะคำพูดพลางส่งยิ้มบาง ทว่านัยน์ตากลับนิ่งลึก ก่อนจะยื่นมือหนาออกมาตรงหน้าเธอ
เอยจ้องมองมือหนาตรงหน้านิ่งงัน เธอไม่มีความคิดที่จะยื่นมือออกไปตอบรับเขาเลยแม้แต่น้อย ความเงียบที่ทอดยาวทำเอาทั้งนะโมและเอริสที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ลุ้นระทึกจนตัวโก่ง
เอริสทำได้เพียงส่งยิ้มแห้งเจื่อนออกมาเพื่อทำลายความอึดอัด เมื่อเห็นว่าอรรถพลกำลังถูกปล่อยให้ยื่นมือเก้อกลางอากาศ
อรรถพลแสยะยิ้มหยันให้กับความอวดดีและถือดีของเอยก่อนจะเก็บมือกลับไปล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีเรียบเฉย
"..." นะโมลอบมองเพื่อนรักด้วยความสงสัยกับการกระทำอันไร้เยื่อใยนั้น ส่วนเอริสถึงกับเหงื่อตก ไม่คิดว่าเอยจะใจกล้าบ้าบิ่นถึงขั้นเมินเฉยผู้ทรงอิทธิพลอย่างอรรถพลได้ขนาดนี้ และที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าคือชายหนุ่มไม่ได้แสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดออกมาให้เห็นเลยสักนิด
ให้ตายเถอะ!
"หึ... งั้นหากคุณเอยยังไม่มีสัญญากับที่ไหน ผมยังยินดีที่จะเซ็นสัญญาให้คุณมาเป็น 'เด็กในสังกัด' ของผมเหมือนเดิมนะครับ"
เขาเน้นคำว่า 'เด็กในสังกัด' ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าหนักแน่นอย่างจงใจ ร่างสูงสง่าโน้มตัวลงมาใกล้จนระยะห่างระหว่างเราลดน้อยลง เอยพลันได้กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวที่แสนคุ้นเคยลอยมาแตะจมูก "ลองเก็บไปคิดดูนะครับ แล้วผมจะรอคุณเอยตอบกลับมาอีกครั้ง..."
"...!"
เมื่อทิ้งระเบิดเวลาไว้เสร็จ อรรถพลก็หยัดตัวขึ้นเต็มความสูง นัยน์ตาคมกริบจดจ้องร่างบางที่ยังคงตั้งแง่รังเกียจเขาด้วยแววตาคาดโทษ
"เอยไม่สนใจค่ะ" เมื่อได้สติ เอยจึงตอบอรรถพลด้วยน้ำเสียงเย็นชา อรรถพลชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เขายังคงล้วงกระเป๋ากางเกงพลางแสยะยิ้มร้ายที่มุมปาก เขามองใบหน้าหวานด้วยสายตากวนประสาท
หากทว่าไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากเขาอีก ร่างสูงหมุนตัวแล้วก้าวเดินจากไปเงียบ ๆ
...เพราะคำปฏิเสธของเอย มันไม่มีค่าอะไรให้เขาต้องใส่ใจตั้งแต่แรก เพราะไม่ว่าเธอจะยินยอมพร้อมใจหรือไม่ สุดท้ายแล้ว...
ตำแหน่งของเล่นบนเตียงของเขา ก็ต้องเป็นเธออยู่ดี!
"น้องเอยปฏิเสธแบบนี้เลย นั่นมันโอกาสทองเลยนะคะ" เอริสรีบพูดขึ้นเมื่ออรรถพลก้าวไปไกลแล้ว เอยผ่อนลมหายใจพยายามสงบสติอารมณ์ที่อรรถพลกำลังเล่นกับความรู้สึกของเธอ คิดปั่นหัวเธอให้กลัวเขา!
"เอยอยากเป็นนักแสดงอิสระค่ะ ไม่อยากมีสัญญา ดังไม่ดังเอยไม่ได้สนใจแล้ว ขอแค่ได้ทำงานที่เอยรักก็พอค่ะ"
"โธ่ พี่แค่เสียดาย"
"ใช่ครับ น่าเสียดายจริงๆ" ซันเดินก้าวเข้ามาหาเอย เขายืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบ ๆ ก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับความสัมพันธ์ระหว่างลูกพี่ลูกน้องกับนางแบบสาว
เอยแม้จะทำเหมือนนิ่ง ๆ แต่เขากลับสัมผัสได้ถึงความกลัว และสายตาเย็นเหยียบของอรรถพล แม้ใบหน้าจะดูหล่อเหลาดังเทพบุตร แต่กลับแผ่รังสีอำมหิตบางอย่างออกมาเพื่อข่มขู่เอย
น่าสนใจดีนะ...
"แต่ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของคุณเอย ใช่ไหมครับ?" ซันยิ้มให้เอยด้วยแววตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว เอยจึงหลบสายตาก่อนจะเอ่ยขอตัวหลบหนีไปจากสถานการณ์ตรงนี้
"ค่ะ เอาเป็นว่าเอยขอตัวก่อนนะคะ" นะโมถูกเอยกุมมือแน่น นะโมยืนเงียบ ๆ ดูเหตุการณ์ก็พอรู้ได้แล้วว่าระหว่างอรรถพลและเพื่อนของเธอต้องมีอะไรมากกว่าที่เห็นแน่นอน! แต่เธอก็ทำได้เพียงแต่เงียบไว้
"ครับ" ซันยิ้ม ก่อนจะมองตามหลังเอยที่มีนะโมและพี่เอริสตามประกบ
"เย็นนี้เวลาหกโมงเป็นต้นไปนะคะ มีเลี้ยงอาหารที่ห้องอาหาร น้องเอย น้องโมไปทานกันได้นะ"
"ค่ะ" นะโมตอบรับ ก่อนจะหันไปมองเอยที่ดูนิ่งงันไป
"เป็นอะไรหรือเปล่าเอ่ย?" เพราะเอยดูเงียบไปนะโมจึงลองไถ่ถาม
"เอยไม่เป็นไร เอยว่าเอยอยากไปนอนพักก่อนถึงมื้อเย็น"
"อืม ได้ เดี๋ยวหกโมงเราจะปลุกเอยนะ"
"ขอบใจจ้ะ" เอยยิ้มก่อนจะพากันกลับห้องเพื่อพักผ่อน
"เอย บอกฉันหน่อยได้ไหม... ว่าแกกับคุณอรรถพลน่ะ มันยังไงกันแน่" ทันทีที่ก้าวเท้ากลับเข้ามาในห้องพัก นะโมก็ไม่อาจเก็บงำความสงสัยที่อัดอั้นไว้ได้อีกต่อไป เธอเดินไปหยุดตรงหน้าเพื่อนรักพลางยืนกอดอก จ้องมองเอยด้วยสายตาคาดคั้นและดุดันเพื่อต้องการคำตอบ
ทำให้เอยถอนหายใจลงอย่างหนักหน่วง "เอย..." เธอไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน การกระทำของอรรถพลในวันนี้คงปิดเพื่อนไม่ได้อีกแล้ว เขากำลังหาเรื่องเธออย่างชัดเจน ข้อนี้เธอรู้ดีแก่ใจ
ทุกอย่างมันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เรื่องที่สปาวันนั้นคงทำให้เขาคิดหาทางเล่นงานเธออย่างจริงจัง และเธอก็ดันตกหลุมพรางที่เขาขุดเอาไว้แล้วเรียบร้อยแล้ว
คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด และเธอก็คือคนโง่คนนั้น! ที่ถูกคนที่ฉลาดมีอำนาจอย่างเขาใช้เล่ห์เหลี่ยมเล่นงานกันแบบนี้!
"เขาคือคนที่เลี้ยงดูแกใช่ไหม?" ในที่สุดนะโมก็มองออก เธอปิดบังนะโมไม่ได้อยู่แล้ว จึงพยักหน้าเบา ๆ
"อืม เป็นเขา"
"ให้ตาย แล้วยังไงอ่ะ เขากล้าทำสีหน้าแบบนั้นต่อหน้าทุกคนเลยนะเอย เขาต้องการอะไรจากแกอีก?" นะโมไม่เข้าใจในสิ่งที่อรรถพลทำกับเพื่อนของเธอ ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายเทเพื่อนเธอจนเจ็บปวดขนาดนั้น ตอนนี้ยังจะมาเอาอะไรกับเพื่อนของเธออีก!
"เอยไม่รู้เลยโม... ที่รู้ ๆ คือทุกอย่างไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน การที่เจอเขาที่นี่แปลว่าเขาตั้งใจ ตอนนี้เอยคิดอะไรไม่ออกเลย คำพูดของเขาเมื่อกี้... มันทำให้เอยรู้สึกกลัวจริงๆ"
หรือว่าเขาจะจับได้แล้ว ว่าวันนั้นที่สปา... เธอแกล้งแสดงละครฉากใหญ่ตบตาเขา...
ฮือ~
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
"ได้สิ! งั้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป... ผมขอยุติความสัมพันธ์ของเรา ต่อไปนี้เอยไม่ใช่คนของผมอีก!"แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอประโยคนี้หลุดออกมาจากปากเขาจริงๆ หัวใจเอยกลับสั่นคลอนจนแทบยืนไม่อยู่ ทว่าศักดิ์ศรีที่เหลืออยู
บทที่2อารมณ์ชั่ววูบเอยรีบขับรถกลับถึงวิลล่าในเวลาไม่นานนัก หัวใจของเธอเต้นระรัวเมื่อเห็นรถหรูจอดสนิทอยู่ที่หน้าบ้าน... คุณอรรถมาจริงๆ และเขายังไม่กลับ
เอยเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว เธอรีบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมสติที่กระจัดกระจายตั้งสติก่อนจะกดรับสาย"ค่ะ..." น้ำเสียงแผ่วเบาด้วยความเกรงกลัวค่อย ๆเอ่ยขึ้นเมื่อรับสาย ปลายสายเงียบไปอึดใจ จนบรรยากาศในตอนนี้ยิ่งกดดัน
บทที่1ถ้าเบื่อ ก็แค่ทิ้งไป"กลับคอนโด""ครับนาย" แม้จะแปลกใจที่นายกลับกลางดึก แต่บอดี้กา







