Masukเสพตัญหา เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับ อีโรติก ล้วนๆ "ตัญหา... ไม่ว่าจะที่ไหน เมื่อไหร่ จะอายุน้อยหรือมาก แค่ ถ่างขา อารมณ์ก็เปลี่ยนไปโดยไม่ต้องการเหตุผลใดๆ " "ราคะ... ความเร่าร้อนดั่งไฟโหมกระหน่ำ ปลุกอารมณ์ให้หาเซ็กซ์ ดับใคร่ร้อน จากสัมผัสอัศจรรย์ชายหญิง" “เสพราคะ” คือเรื่องราวของราคะต่อจาก “ตัญหา” อาจเกิดขึ้นได้ เมื่อความเปล่าเปลี่ยวใจ อารมณ์ความต้องการที่ไร้เหตุผล ทำให้การร่วมรัก หรือมีเพศสัมพันธ์ มีอำนาจเหนือเหตุผลทั้งปวง เมื่อชายหญิงพร้อมใจต้องการ เมคเลิฟ "สวาท... คือ ความพึงพอใจในรสรัก ทางกามารมณ์ อันเกิดจากชายและหญิง ต้องการสร้างแรงรักแรงสวาทร่วมกัน" “เสพสวาท” คือเรื่องราวต่อจาก “ราคะ” เมื่อมีความรัก เป็นแรงจูงใจในการพยายามใกล้ชิด และร่วมรักในที่สุด เริ่มจากการสัมผัสเรือนกาย และลุกล้ำมากยิ่งขึ้น หากมีความต้องการเป็นแรงผลักดัน ทำให้เกิดการร่วมรัก หรือมีเพศสัมพันธ์ มีอำนาจเหนือเหตุผลทั้งปวง เมื่อชายหญิงพร้อมใจต้องการ เมคเลิฟ
Lihat lebih banyakสามี...ข้ากลับมาแล้ว
เกริ่นนำ
หมู่บ้านที่เคยสงบสุขมานับหลายร้อยปี วันหนึ่งกลับถูกพวกปีศาจรุกราน เข่นฆ่า สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้แก่ชาวบ้าน…ว่ากันว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นดินแดนมนุษย์ที่อยู่ระหว่างรอยต่อกับแดนปีศาจ แต่ผ่านมาเนิ่นนานกลับไม่มีเหตุการณ์อันน่าสะพรึงเฉกเช่นครั้งนี้
ในคืนที่ดวงจันทรากลมโตโดดเด่นในยามราตรี แสงสว่างสีนวลที่เคยสาดส่องกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีชาดราวกับถูกชโลมไปด้วยหยาดโลหิต ปีศาจนับร้อยปรากฏตัวช่วงชิงวิญญาณของเหล่าชาวบ้านราวกับเป็นเรื่องน่าสนุก ชาวบ้านไม่น้อยต่างหวาดกลัวเสียจนบางครอบครัวต้องทิ้งถิ่นฐานเพื่อความอยู่รอด ทว่ากลับไม่อาจหลีกหนี ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากหมู่บ้านเมื่อใดเป็นอันต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถด้วยน้ำมือของพวกปีศาจ แม้นอยู่ก็ตาย แม้นหนีก็ตายไม่ต่างกัน
ทว่าวันหนึ่งในขณะที่ทุกคนสิ้นหวัง กลับได้รับสาส์นจากพวกปีศาจให้ส่งตัวเจ้าสาวเพื่อเป็นการสังเวยให้แด่ราชันปีศาจ
โดยมีเงื่อนไขว่า…
คืนจันทราโดดเด่นเต็มฟ้า เจ้าสาวเซ่นสังเวยแด่ข้าในราตรีกาล
ในความหวังอันน้อยนิด ชาวบ้านทุกคนร่วมใจกันเพื่อหาสตรีที่เกิดในคืนจันทราเต็มดวงเพื่อส่งตัวให้เป็นเจ้าสาวของปีศาจ ทว่าท้ายสุดแล้วความสิ้นหวังก็มาเยือนอีกครา เพราะไม่มีแม้แต่สตรีคนใดที่เกิดในวันนั้นแม้แต่คนเดียว จะมีก็เพียงแต่เด็กหนุ่มที่เกิดในคืนจันทราเต็มดวงเพียงคนเดียวเท่านั้น …
เกี้ยวส่งตัวถูกตกแต่งอย่างสวยงามในคืนมืดมิด เจ้าสาวในอาภรณ์สีแดงสดถูกปกปิดใบหน้าด้วยผ้าผืนบาง ถูกนำตัวส่งขึ้นเกี้ยวท่ามกลางสายตาที่สิ้นหวังของผู้คนที่มาร่วมส่งตัวเจ้าสาวให้แก่ราชาปีศาจ
หารู้ไม่คนที่สิ้นหวังในยามนี้คือคนที่กำลังก้าวเท้าด้วยความสั่นเทาขึ้นเกี้ยวอย่างมิอาจขัดขืน
ฉิงเทียน เด็กหนุ่มผู้เดียวในหมู่บ้านที่เกิดในคืนจันทราเต็มดวง เป็นผู้ที่ถูกเลือกให้เป็นเจ้าสาวในค่ำคืนนี้เพื่อต่อชีวิตของชาวบ้านทั้งหมด แม้รู้แก่ใจว่าสิ่งที่เขาเจอหาใช่ความยุติธรรม แต่เขาก็จำต้องกล้ำกลืนยอมรับชะตากรรมไม่ที่อาจหลบเลี่ยง
“เพ่ย! เจ้าสาวกับผีน่ะสิ” ร่างที่นอนหายใจรวยรินสบถออกมาเสียงดัง
ภาพวันที่เขาถูกส่งตัวขึ้นเกี้ยวพร้อมกับถูกทิ้งไว้เพียงลำพังในป่าท่ามกลางความมืดมิด หยาดหยดน้ำตารินไหลเนิ่นนานเสียจนแห้งเหือดไม่อาจหลั่งออกมาได้อีก เป็นเวลาแสนนานที่เขาต้องทนอยู่กับความหวาดกลัวจนไม่อาจหลงเหลือแม้แต่สติ
พลันตื่นขึ้นก็พบว่าร่างของเขานอนอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือวังปีศาจ หากแต่เมื่อลืมตากลับไม่พบผู้ใด แม้แต่ปีศาจหรือแมลงสักตัว จวบจนในยามนี้ ยามที่วาระสุดท้ายของเขามาถึง เขาก็ไม่อาจลืมเลือนความโดดเดี่ยวและความเจ็บช้ำได้ลง
ความคั่งแค้นก่อเกิดขึ้นภายในใจนับครั้งไม่ถ้วน หากรู้ว่าต้องเดียวดายเช่นนี้ ก่อนหน้านั้นเขายอมใช้มีดปลิดชีวิตตนเองเสียดีกว่าการนอนทรมานรอความตายเพียงลำพัง
“นี่ เจ้าจ้องมองข้าอยู่ใช่หรือไม่” ร่างบนเตียงหลับตาพริ้มนอนรอความตายที่กำลังมาถึง เอ่ยถามกับแมวตัวหนึ่ง ที่เขารู้ดีว่ามันกำลังจ้องมองอยู่ “ชีวิตข้าน่าเวทนาเช่นนี้เจ้าคงกำลังหัวเราะเยาะข้าอยู่อย่างนั้นสินะ ตลอดมาข้าไม่เคยเสียดายชีวิตมากเท่านี้มาก่อน หากก่อนหน้านั้นข้าสามารถปลิดชีวิตตนเองได้ ข้าก็คงทำ แต่ในยามนี้ข้ากลับอยากมีชีวิตอีกครั้ง แค่ก ๆ ข้ากลับอยากใช้ชีวิตอีกครั้ง หรือหากเป็นไปได้ให้ข้าได้พบปีศาจชั่วตนนั้น แน่ล่ะว่าข้าจะไม่ยอมปล่อยเจ้าปีศาจนั่นไว้เป็นแน่ หากเป็นไปได้แม้ข้าจะเหลือเพียงแค่วิญญาณ เพื่อข้าได้แก้แค้นคนที่ทำให้ข้าต้องโดดเดี่ยวเช่นนี้ ต่อให้ข้าตายอีกครั้งพันกี่หมื่นครั้ง เพื่อได้แก้แค้นปีศาจชั่วนั้นข้าก็ยอม”
หยาดน้ำสีใสค่อย ๆ ไหลรินเอ่อล้นออกจากดวงตา เขากำมือแน่นเพื่อข่มความคับแค้นใจและความรู้สึกเวทนาต่อชีวิตตนเองเอาไว้ เขารู้ตัวแล้วว่าเวลาของเขามาถึงแล้ว ความโดดเดี่ยวและความทรมานมานับหลายปี วันนี้เห็นทีถึงคราวต้องสิ้นสุด ริมฝีปากซีดเซียวค่อย ๆ เผยรอยยิ้มเพราะไม่อาจต้องทนฝืนอีกต่อไป จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายค่อย ๆ ขาดห้วง พร้อม ๆ กับจิตสุดท้ายค่อย ๆ ดับลง
ฉิงเทียน
เสียงผู้ใดกัน…
ฉิงเทียน ฉิงเทียน…
“เพ่ย! เจ้าบ้าคนใดกันเรียกข้าอยู่ได้ มันผู้ใดกันที่มาขัดขวางการตายของข้า ยามข้ามีชีวิตหามีสักคนไม่ที่จะเอ่ยเรียกข้าเช่นนี้ ยามนี้ข้าตายไปแล้วเจ้าต้องการสิ่งใดอีก” เขาบันดาลโทสะต่อว่าผู้ที่รบกวนการอาสัญ
ตลอดยี่สิบปีที่ใช้ชีวิตเพียงลำพังในที่ที่เรียกว่าแดนปีศาจ ภายในวังเล็ก ๆ ที่ไม่มีแม้แต่ปีศาจหรือแมลงสักตัว กระทั่งยามตายก็มีเพียงแค่แมวตัวหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียงของเขาไม่ห่างไปไหน เขาทนกับความเงียบเหงาเสียจนกลายเป็นความเคยชิน เหตุใดในยามนี้กลับมีคนเอ่ยเรียกเขาในวันที่เขาไม่ต้องการ
นัยน์ตาสีอำพันลืมตาขึ้นในทันที ฉิงเทียนหมายอยากจะมองใบหน้าผู้ที่ทำลายการอาสัญของเขาในยามนี้ ทว่าก็ต้องพบกับความมืดมิด เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ เมื่อปรับความคุ้นชินก็พบว่ายามนี้รอบกายมีแต่ความว่างเปล่า เตียงนอนแสนคุ้นเคยที่เคยใช้นอนตั้งแต่ถูกส่งตัวมายังแดนปีศาจ จวบจนวาระสุดท้ายของตนเอง ยามนี้กลายเป็นเพียงแท่นหินสีขาว
“แปลกใจหรือ เจ้าตายไปแน่แล้ว มิต้องสงสัย”
น้ำเสียงปริศนาคุ้นหูเอ่ยขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า ร่างเล็กบนแท่นหินรีบหยัดกายลุกขึ้นเพื่อระวังตัว ก่อนกวาดสายตาไปมาเพื่อมองหาต้นทางของเสียง ทว่าก็ไม่พบสิ่งใดเลย นั่นจึงทำให้เขาต้องระวังตัวมากยิ่งขึ้น
“ไม่ต้องเกรงกลัวข้าหรอก ข้าไม่มีเจตนาทำร้ายเจ้า ข้าเพียงต้องการจะเอ่ยถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายก็เท่านั้น”
“ฮ่า ๆ” เขาหัวเราะออกมาเสียงดัง “ชีวิตข้า สวรรค์ช่างกลั่นแกล้งหรืออย่างไร เหตุใดข้าต้องมาเจอเรื่องน่าขบขันเช่นนี้ ยามข้าอ้อนวอนความเห็นใจกลับไม่มีผู้ใดหยิบยื่นมือเข้ามาช่วยข้า ยามนี้กลับอยากเอ่ยถามข้าเป็นครั้งสุดท้ายด้วยเหตุใดกันเล่า”
“เจ้าไม่ต้องการความปรารถนาครั้งสุดท้ายแล้วหรือ”
“ปรารถนาหรือ ข้าปรารถนาสิ่งใดได้อีก ยามข้ามีชีวิตสิ่งที่ข้าปรารถนามากมายก่ายกองเหตุใดจึงไม่ถามข้าเช่นนี้บ้าง ยามนี้กลับบอกให้ข้าเอ่ยความปรารถนาครั้งสุดท้ายเช่นนั้นหรือ น่าตลกสิ้นดี” ร่างเล็กเดือดดาล นิ้วเรียวยาวยกขึ้นชี้ไปมาไร้ทิศทางเอ่ยต่อว่าสิ่งที่ตามองไม่เห็นอย่าไม่นึกเกรงกลัว
แล้วจะให้เขากลัวไปเพื่ออันใด อย่างน้อยเขาก็แค่ตายเพิ่มอีกครั้งก็เท่านั้น
“หากเจ้าได้มีชีวิตอีกครั้ง สิ่งที่เจ้าปรารถนาเจ้ายังอยากให้เป็นเช่นนั้นอยู่หรือไม่”
“หากเจ้ารู้ดีอยู่แล้วจะเอ่ยถามข้าไปเพื่อสิ่งใดกัน จะให้ข้ากลับไปมีชีวิตน่าเวทนานั้น หรือจะให้ข้ากลายเป็นวิญญาณไร้ที่สิงสถิต ข้าสามารถเลือกได้อย่างนั้นหรือ ครั้นข้าเลือกความตายข้าก็ไม่ได้ตาย ครั้นข้าเลือกจะอยู่ข้าก็ไม่ได้อยู่ เจ้าต้องการให้ข้าเลือกสิ่งใดอีก อ้อ หากเจ้าทำได้จริงนั่นน่ะ ข้าขอทุบปีศาจชั่วนั่นสักหนสองหนก็คงไม่ลำบากเจ้ามากเกินไปใช่หรือไม่ อ้อ แล้วถ้าหากเจ้าทำไม่ได้ก็แล้วแต่ เจ้าจะส่งข้าไปสวรรค์หรือนรกก็ตามใจเจ้า”
ไม่รู้สิ่งใดถึงเล่นตลกกับเขานักหนา เกิดมาแสนอาภัพ ถูกทิ้งไว้ในโรงฟืนตั้งแต่ทารก ถูกมดปลวกกัดแทะเสียจนผิวหนังแสบแดงไปหมด ทว่าเขาก็ยังไม่ตาย ดีหน่อยที่ยังมีท่านป้าคอยดูแล ทว่าเมื่อท่านป้าสิ้นไป เขาก็มีชีวิตอยู่ให้ผู้คนดูแคลน ทว่าจู่ ๆ กลับเกิดเรื่องประหลาด ปีศาจหน้าตาเป็นเช่นไรเขายังไม่เคยพบเห็น กลับมีคนบอกให้เขาเสียสละตนทำเพื่อผู้คนในหมู่บ้านที่แสนเกลียดชังเขาให้มีชีวิตอยู่รอด แต่กลับไม่สนเลยว่าเขาจะมีชีวิตอยู่รอดหรือไม่
เซ่นสังเวยเจ้าสาวปีศาจกับผีน่ะสิ จนกระทั่งอาสัญเขายังไม่เห็นแม้แต่ปีศาจสักตัว มีแต่แมวโง่ ๆ ตัวหนึ่งที่นั่งเฝ้าเขาอยู่ทุกวันเท่านั้น
“หากต้องแลกกับวิญญาณบริสุทธิ์ของเจ้า เจ้ายินยอมหรือไม่”
“เพ่ย! เจ้าฟังไม่รู้ความหรืออย่างไร จะแลกกับสิ่งใดก็ตามใจเจ้าเถิด หากเจ้าจะเอาแต่ถามพร่ำเพรื่อเช่นนี้ ก็ปล่อยให้ข้าตายอย่างสงบเสียที” เขาตวาดลั่นก่อนจะค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนบนแท่นหินเช่นเดิม เลิกที่จะปิดปากเงียบและนอนรอวาระสุดท้ายมาเยือนอีกครั้ง ชีวิตนี้เขาเหนื่อยเสียเหลือเกิน หากเป็นไปได้เขาก็ขอให้สุขสบายกว่านี้หน่อยเถิด
ทันทีที่ดวงตากลมหลับตาพริ้มจนสนิท พลันแสงสว่างจ้าก็เกิดขึ้นทันที ทว่าเป็นเวลาชั่วครู่เท่านั้น ก่อนจะสลายไป
กลายเป็นกลุ่มควันสีดำพันธนาการวนรอบร่างที่นอนหลับใหล เพียงกะพริบตาเดียวพลันทุกอย่างก็อันตรธานหายไปพร้อมกับร่างบนแท่นหินที่ว่างเปล่า…
หลังจากนางสร้อยเงินเดินทางกลับมาถึงบ้าน พบเห็นว่าลูกสาวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า นั่งเย็บปักถักร้อยอยู่ภายในห้องขอตัวเอง โดยไม่ออกมาด้านนอกตามที่ตนสั่ง นางสร้อยเงินแวะไปเยี่ยมนายปวรุตม์เสียหน่อยว่ากำลังทำงานอยู่หรือเปล่าพบเห็นว่าชายหนุ่มดังกล่าว กำลังนั่งปอกเปลือกมะพร้าว และกำลังผ่าฟืนตามสั่ง เพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้นางสร้อยเงิน ทำอาหารมื้อเย็นและเช้าวันถัดไป“ทำงานอยู่รึ ระวังมีดบาดนะ”“ครับ ผมทำงานใกล้จะเสร็จแล้วครับ” ปวรุตม์ยิ้มแย้มก่อนจะตั้งใจทำงานต่อไป แววตาของนางสร้อยเงินมองชายหนุ่มอย่างไม่ไว้ใจ ระหว่างที่ไม่อยู่นางน่าจะพากลิ่นจันทร์ไปด้วย แต่อยากให้ลูกสาวประหลาดใจ เมื่ออีกไม่กี่วันบิดาของเธอจะกลับมาวันเวลาผ่านไปราวอาทิตย์หนึ่ง ปรากฏร่างของชายหนุ่มสูงวัย เดินทางมาถึงบ้านของนางสร้องเงิน ปวรุตม์กำลังขุดดินปลูกต้นไม้อยู่ข้างบ่อน้ำ เขาถอดเสื้อสวมผ้าถุงสีทึบเพียงชิ้นเดียว ปวรุตม์พบเห็นร่างของชายดูดีมีภูมิฐาน เขารู้สึกกลัวขึ้นมาในทันใด หน้าตาก็คล้ายๆ กับกลิ่นจันทร์“ไอ้หนุ่ม... เอ็งเป็นใครมาจากไหน มาอยู่บ้านข้าวะ?” แววตาที่ดุดันมองมายังชายหนุ่มอย่างไม่ไว้ใจ“สวัสดีครับ ผมชื่อ ปวรุตม์ คุณส
หลังจากนั้นเป็นต้นมา... ปวรุตม์จึงเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำตัวกลมกลืนกับคนที่บ้านของกลิ่นจันทร์ ช่วยเหลืองานบ้าน และงานสวน ทำให้สร้อยเงินรู้สึกพอใจว่า ชายแปลกหน้าจากกรุงเทพฯ ซึ่งหาบ้านยายแสงดาวไม่เจอ กลายเป็นคนงานคนสวนไปโดยปริยายชายหนุ่มอาศัยอยู่ในเรือนรับรองเล็กๆ อีกแห่งของเขตบ้าน เพราะนางสร้อยเงินไม่ยอมให้อยู่ในบ้านเดียวกับลูกสาว หวังว่าจะไหว้วานผู้ใหญ่บ้าน ช่วยเขียนจดหมายไปบอกสามีในเมืองว่า ช่วยแวะกลับมาบ้าน เรื่องไอ้หนุ่มกรุงเทพฯ มาอาศัยอยู่ในบ้าน“แม่เดินทางปลอดภัย โชคดีนะจ๊ะ” หลังจากที่แอบลักลอบได้เสียกับปวรุตม์ เธอระมัดระวังตัวมิให้มารดารู้ว่า ลูกเสียสาวไปแล้วกับชายแปลกหน้า แต่เขาทำให้กลิ่นจันทร์มีความสุขยามเมื่อได้สวมกอด และบางสิ่งที่ทำให้เธอหลงใหล“แม่จะรีบไปรีบกลับนะ อยู่ดูแลบ้านดีๆ ล่ะ” นางสร้อยเงิน ใช้แรงงานทาสขับเกวียนไปส่งนางที่บ้านผู้ใหญ่ หวังจะขอให้ผู้มีความรู้เขียนจดหมายส่งไปให้สามีทราบเรื่องที่บ้านทีหลังจากนั้นเมื่อไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน กลิ่นจันทร์จึงเดินไปที่เรือนรับรองของปวรุตม์ เพื่อขอมีอะไรด้วยกันเพราะความคิดถึงมากมาย...ชายหนุ่มกำลังรอเวลานี้ที่จะได้อยู่กับกลิ่นจันท
เรือนกายหญิงสาวยืนพิงหลังต้นไม้ใหญ่ บดบังเรือนร่าของเธอและปวรุตม์ให้พ้นสายตาใครอื่น สองแขนหญิงสาวซึ่งกันเอาไว้ระหว่างอกเขาและกายบางได้ลดลง แขนบางทั้งสองโอบกอดตอบรับชายหนุ่มเบื้องหน้าทำให้ปวรุตม์ดีใจเหลือเกินเมื่อเธอยินยอมเขาแล้ว มือของชายหนุ่มทั้งสองจึงทำงานปลดตะขอกางเกง ทำให้แววตาหญิงสาวตกใจว่า นี่เขาจะแก้ผ้าทำไมกันนะ...“ปวรุตม์ คุณจะทำอะไรรึ?” เธอไม่เข้าใจว่า เขากำลังทำอะไรแปลกๆ ออกมา หลังจากบอกรักเธอ ต้องแก้ผ้าด้วยรึ?“ผมอยากได้คุณ ปลดผ้าถุงสิ” เขาบอกให้เธอทำบ้าง หญิงสาวยังรู้สึกสับสนว่า ทำไม แต่ถ้าลองดูก็อาจจะคลายความสงสัยได้บ้างเพียงช่วงล่างเปล่าเปลือยปวรุตม์ไม่เห็นมีที่ร่วมรักใดได้ คิดเสียว่าคงต้องเลือกท่ายืนนอกสถานที่ในป่าลับเช่นนี้เขาโอบอุ้มเธอเอาไว้ใต้สองแขน ทำให้กายบางหญิงสาวลอยสูง ปลายเท้าไม่แตะพื้นและช่วงต้นขาของเธอต้องกางออก เพราะเขาดึงร่างบางเข้าหาชายหนุ่ม เรือนหน้าหญิงสาวตกใจและหน้าแดงก่ำ เธอรู้สึกอายจริงๆ“อย่าตกใจนะ กลิ่นจันทร์... ผมจะทำให้คุณรู้สึกดีเอง” ชายหนุ่มพยายามกระซิบข้างหู มิให้เธอตกใจดิ้นหลุดจากแขนเขา เธอกลัวจนตัวสั่น ระหว่างถูกดึงเข้าหาร่างชายหนุ่ม ต้นข
หลังจากเขาแนะนำตัวเองกับแม่ของกลิ่นจันทร์ เธอชื่อสร้อยเงิน กำลังทำอาหารกับทาสสองคน สีหน้าของเธอไม่ค่อยไว้ใจที่มีผู้ชายแปลกหน้ามาคุยกับลูกสาว“แม่ อย่าไปว่าเขาสิ เขาคงหลงทางมาถึงบ้าน ถามหายายแสงดาว แม่พอจะรู้จักคุณยายแสงดาวไหม” กลิ่นจันทร์ถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม คิดว่าหากช่วยเหลือเขาไปแล้ว เธอกับแม่จะได้บุญ และเขาคงจะไปทำธุระเรื่องครอบครัวได้เสียที“โอ๊ย...อยู่มาตั้งนาน ไม่เคยได้ยินยายชื่อแสงดาวอะไรนั้นเลยนะ พ่อหนุ่มมาจากกรุงเทพฯ ลองไปถามญาติตัวเองใหม่เถอะ... กลับไปได้แล้ว ลูกสาวฉันจะเสียชื่อหมด” นางสร้อยเงินตอบปัด จึงอยากให้ทาสพาเขาออกจากเรือน“ไม่เป็นไรจ้าแม่... ให้ทาสช่วยแม่ทำอาหารเถอะ ฉันจะไปส่งเขาเองจ๊ะ” กลิ่นจันทร์รับอาสาเอง เพราะคิดว่าตนคงเป็นเหตุนำพาเรื่องวุ่นวายเข้าบ้าน คิดเสียว่าแนะนำให้เขาไปคุยกับผู้ใหญ่บ้าน เผื่อจะได้รับความช่วยเหลือที่ดีกว่านี้“ขอโทษนะครับ คุณแม่สร้อยเงิน ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” ปวรุตม์รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้พบญาติหรือแม่ ทุกคนหายไปไหนหมด อีกทั้งทุกๆ คนที่นี่ใส่ชุดสมัยร.๕ทั้งนั้น เขามาหลงอยู่บ้านใครกันเนี่ย... ชายหนุ่มแอบคิด******กลิ่นจันทร์พาเขาเดินออกจากบร
*ปล. นี่เป็นเรื่องสมมติ และเป็นด้านมืดในการมีเซ็กซ์ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องจริงที่เกิดขึ้น และโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน...เป็นรายการเฉพาะกิจ ซึ่งจัดขึ้นมาเฉพาะในกลุ่มเท่านั้น เพื่อให้สมาชิกในกลุ่ม ได้มีโอกาสพึงพอใจในการเลือกคู่นอน มีสิทธิเลือกด้วยตัวเอง ทดลองและหาคู่นอนด้วยการมีเพศสัมพันธ์ทันที
“ลุกขึ้นมาสิครับ” บรูคเปรยบอกให้เขาละริมฝีปากออกจากองคชาติ ท่าทางเขาคงจะเพลิดเพลินกับการกินท่อนเนื้อก้อนนี้อย่างสนุกสนาน... แววตาของทิคเกอร์เปรยมองตอบลูกค้าหนุ่มอย่างว่าง่าย“ผมขอรุกนะ” บรูคบอกพลางจับหมอนวดหนุ่มหันหลังดึงร่างเล็กเข้าแนบกายชิดอกแกร่งตน มือหนาของบรูคดึงสะโพกทิคเกอร์ให้เข้าหาแนบชิดองค
ตัวรถค่อยๆ ขับช้าลง เมื่อวินเตอร์สวมเสื้อผ้าตามปกติ และโรสรินเริ่มจะสวมเสื้อผ้าเข้าที่เข้าทาง นั่งอยู่เบาะหลังกับชายหนุ่มตามปกติ เธอจัดทรงผมและหันหน้ายิ้มแย้มให้กับวินเตอร์ เขาช่างเร่าร้อนและทำให้เธอสุขสมสุดๆเมื่อสามารถจอดไหล่ทางได้ วินเตอร์ลงจากรถไป รวมไปถึง ซัมเมอร์กำลังเปิดประตูรถผลัดกับวินเตอร
อีกครึ่งชม.ให้หลัง พ่อเขาลงมาจากบนบ้าน พร้อมกับครูสาวลาเต้สวมเสื้อผ้าเรียบร้อย และเธอไม่อาจพูดอะไรออกมา เพราะบิดาเขาบังคับข่มขืนใจเธอจนกระทั่ง เธอต้องยอมทำตามที่เขาต้องการ และความต้องการของเธอก็เป็นแรงเสริมที่จะไปนั่งขย่มตัวเขาในเวลานั้นโอ๊คนั่งเงียบอยู่ในห้องรับแขก นึกโกรธ และเสียใจ ที่ครูสาวของเ