تسجيل الدخولหลี่จื้อฉิงเป็นพระธิดาเพียงคนเดียวขององค์หญิงใหญ่แห่งฉางหมิง ทั่วทั้งแผ่นดินนี้ไม่รู้บ้างว่าฉางหมิงนี้มีใครเป็นผู้ปกครอง นิสัยของนางจึงร้ายกาจและหยิ่งยโส ไม่เกรงใจและไว้หน้าผู้ใด ในค่ำคืนต้นคิมหันต์ฤดู เสด็จแม่เรียกนางให้ไปพบและส่งสัตว์เลี้ยงเนื้อตัวมอมแมมมอบให้กับนางเป็นของขวัญ ในวันที่นางตกต่ำ เขาได้กลับคืนสู่สถานะเดิม การแก้แค้นเอาคืนในสิ่งที่นางเคยกระทำจึงเริ่มต้นขึ้น
عرض المزيدเป็นเพราะทั้งซื่อหานและหงหลางต่างก็เป็นเทพและมารที่อยู่มาในยุคฟ้าปางก่อน เป็นเทพมารบรรพกาลที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่องค์ในยุคนี้ การที่ทั้งคู่คบหากันจึงไม่มีใครคัดค้านแม้กระทั่งเทียนตี้เองก็มิกล้ามีปากมีเสียง คงเพราะหวั่นเกรงกลัวว่า มหาเทพซื่อหานจะบุกมาพังตำหนักของตนไม่ก็ถูกมหาจอมมารขโมยผลไม้เซียนที่เขาปลูกเอาไว้ จึงปล่อยเลยตามเลยทำปิดหูปิดตาไม่สนใจ แม้จะกังวลเรื่องการรวมดินแดนเพียงไหนก็ตามในอดีตนางและเขาทะเลาะกันจนทำให้ดินแดนทั้งสองแยกขาดจากกัน นางแกล้งเขาด้วยการสร้างโซ่เส้นหนึ่งขังเขาเอาไว้ในตำหนัก หงหลางโกรธจัด นับตั้งแต่นั้นมา สองดินแดนจึงถูกแยกออกจากกัน ถึงเวลาที่เขาและนางจะช่วยกันรวมดินแดนผนึกแผ่นดินเข้าหากันอีกครั้งหนึ่งกลายเป็นว่าสิ่งที่หลันเว่ยลงมือกระทำไปทั้งหมดเป็นการช่วยส่งเสริมให้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาวะเดิมอย่างที่สามภพเคยเป็น มารและเทพกลับมาคบหากันอย่างเปิดเผย อยู่ภายใต้ขอบเขตศีลธรรมอันดีงาม“ท่านพ่อท่านแม่อยู่ไหน” คุนอวี่ถามหาบิดาและมารดา จากเกาเจี๋ยและสือโต้ว
เพราะท่านพ่อท่านแม่กำลังอยู่ในช่วงเวลาปรับความเข้าใจกัน เด็กชายเบื่อ ๆ ไม่อยากรบกวนเวลาของพวกท่าน จึงออกไปเที่ยวเล่นดังเช่นปกติ แต่วันนี้ดันเตลิดเลยออกมาห่างจากตำหนักวิเวกของมารดาเกินไปสักนิด เดิมทีก้อนแป้งเองก็สนุกสนานกับการสำรวจสิ่งต่าง ๆ อยู่แล้ว รวมถึงมีตบะกลิ่นอายเซียนและมารผสมรวมกันอยู่ ปีศาจหรือเซียนระดับล่างมิอาจทำร้ายเขาได้ และทำให้เขาสามารถเข้าออกได้ทุกหนแห่งในสามภพป่าแถบนี้ประหลาดนัก ไร้เสียงของสัตว์สวรรค์ เด็กชายเดินเตร็ดเตร่ไปรอบ ๆ สายตาเหลือบไปเห็นดอกบัวสีทองอร่ามงดงามจับใจอยู่กลางบึงน้ำสีครามสวย“เจ้าดอกบัว” หากเก็บไปให้มารดาและบิดาเป็นของขวัญคงจะดีไม่น้อย เมื่อคิดแล้วก็ลงมือ กระบี่ที่บิดาเป็นผู้หลอมให้เป็นของขวัญถูกนำออกมา ก้อนแป้งน้อยเขวี้ยงกระบี่ออกไปหมายจะตัดดอกบัวสีทองออกมาจากบึงแต่ไม่เป็นอย่างที่เขาคิด ดอกบัวดอกนั้นหลบหลีกกระบี่มารของบิดาได้ ผ่านไปครู่หนึ่งดอกบัวสีทองก็แปลงกายเป็นสตรีใบหน้างดงาม“คุณชาย อย่าทำร้ายข้า” นางอ้อนวอนทั้งน้ำตา“เอ๊ะ พี่สาว ท่านมีจิตวิญญาณหรอกหรือ” เขาคิดว่าเป็นดอกไม้ธรรมดาไม่คิดว่าเป็นดอกไม้เซียน เมื่อดอกบัวสีทองแปลงกายได้เขาจึงรีบเก็
หงหลางกางข่ายอาคมของตนเองครอบคลุมสวนดอกท้อซื่อหานตกใจ ร้องเสียงหลง“เจ้าจะทำอะไร”“ข้าไม่อยากให้ใครมาแอบดูพวกเราสองคนทำอะไรกัน” เขาไม่พูดเปล่า แต่มือไม้ยังวุ่นวายกับร่างกายของนาง“หงหลางหยุดก่อน” นางผายมือขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นข่ายอาคมของนางเอง“...” ชายหนุ่มทำหน้าประหลาดใจ“ชะ...ใช้ของข้า คนอื่นจะได้ไม่งงว่า เกิดอะไรขึ้นที่ตำหนักวิเวก” นางกล่าวอึกอักหงหลางยิ้ม “เจ้านี่น่ารักจริง ๆ น่ารักมาตั้งแต่หลายหมื่นปีก่อน” ท่าทางเขินอายของนางทำเอาเขาอดเอ็นดูไม่ได้เสื้อผ้าของนางถูกถอดออกอย่างรวดเร็ว จนร่างกายเปลือยเปล่าส่วนตัวของเขาเองก็เช่นกัน ผู้เป็นจอมมารขบเม้มร่างกายของนางจนเป็นรอยตราสีแดงไปทั่วทั้งร่าง กลืนกินทุกสัดส่วนอย่างโหยหา กลิ่นนี้ น้ำเสียงนี้ และความรู้สึกนี้ที่เขาเฝ้าตามหามาโดยตลอด ในที่สุดนางก็กลับมาปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกครา“ซื่อหาน ข้าคิดถึง
ทรมานอยู่บนโลกมนุษย์อยู่หนึ่งร้อยปี ไร้รัก ไร้ทายาท ปกครองแผ่นดินเฉียนซีตามปณิธานของหลี่จื้อฉิงอย่างเคร่งครัด หงหลางจึงได้กลับคืนสู่ร่างเดิมของตนเอง เขาจำเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ ความเจ็บปวด ความรัก เขาล้วนแต่ไม่สามารถลืมได้ ไม่คิดว่าการผ่านด่านเคราะห์ของเขาในครั้งนี้จะเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายเช่นนี้มหาจอมมารหงหลางตามหาจิตวิญญาณของสตรีผู้นั้นอยู่นานนับร้อยปี เฝ้าค้นหาทั่วทั้งสามภพมิอาจปล่อยวางได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหนก็มิอาจหานางจนพบ บุกขึ้นไปหาเทพซือมิ่งเพื่อสอบถามถึงสตรีที่มีนามว่าหลี่จื้อฉิง แต่บุรุษผู้นั้นเคร่งครัดในหน้าที่มิอาจเปิดเผยข้อมูลได้ในวันที่ดื่มสุราจนเมามาย เด็กชายหน้าตาน่ารักที่มีกลิ่นอายของมารและเซียนวิ่งเข้ามาในตำหนักศิลาจันทร์“ท่านพ่อ” เด็กชายยิ้มน่ารักเรียกเขาว่าพ่ออย่างไม่เคอะเขิน“เจ้าก้อนแป้งน้อย เจ้าเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร” โดยปกติทั่วไปหากเป็นเซียนที่มีตบะน้อยนิดมิอาจย่างกรายเข้ามาในตำหนักของเขาได้ แม้แต่เหยียบบนพื้นแผ่นดินมา เซียนระดับสูงก็มิ
ไช่เสิ่งเจี๋ยเดินไปกระชากแขนของหลี่จื้อฉิงทันทีที่คนพวกนั้นพ้นออกไปจากเรือนไข่มุก เหตุใดนางจึงยิ้มได้อย่างหน้าระรื่นเช่นนั้นซ้ำยังยินยอมให้เขาจุมพิตที่ศีรษะอีกด้วย“ท่านไปคุยอะไรกับมัน” เขากระชากแขนนางและพาตัวกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง
อยู่กันตามลำพังเพียงสองคน และดูว่าไม่มีผู้ใดแอบฟังเขาก็เริ่มสนทนาเข้าประเด็นในทันที“ข้าต้องการเจ้า” ซีหยางเว่ยเจียงกล่าวออกไปตามตรง“หมายความว่าอย่างไร”“ท่านหญิงจื้อฉิง ข้าต้องการเจ้ามาเป็นสน
ในทุก ๆ วันจะมีบุรุษมานั่งเฝ้านางรับประทานอาหาร มื้อเช้าเป็นไช่เสิ่งเจี๋ย ตกบ่ายเป็นซีหยางเว่ยเจียง นางทั้งขับไล่ทั้งด่าตะเพิดแต่ก็ไม่มีผู้ใดคิดจะฟังนางเลยสักคน ท้ายที่สุดนางก็เหนื่อยจะไล่แล้วคนตัวเล็กนั่งรับประทานอาหารมื้อเช้าโดยมีไช่เสิ่งเจี๋
นางถูกพามาที่เรือนไข่มุกโดยมีซีหยางเว่ยเจียงเป็นผู้มาส่ง เขาเป็นวรยุทธ์ใช้เวลาไม่นานก็พานางมาถึงที่พักได้โดยสวัสดิภาพ และผู้ที่มาถึงแทบจะพร้อมกันคือไช่เสิ่งเจี๋ย ใบหน้าของอีกฝ่ายเรียบเฉยจนนางเดาไม่ได้ว่า เขากำลังรู้สึกสิ่งใด อาจจะกำลังรู้สึกดีใจที่นางตกอยู


















المراجعات