เป็นเรื่องราวของอดีตพยาบาลสาวคนหนึ่งเธอถูกสั่งให้เข้าไปพัวพันกับมาเฟียหนุ่มคนหนึ่ง เธอจะต้องทำยังไงก็ได้ให้เขายอมมีสัมพันธ์ทางกายกับเธอ แต่เพราะเขามีคนรักอยู่แล้วจึงเป็นเรื่องยากที่เขาจะหลงกลเธอ แต่เธอก็ถอยไม่ได้ เพราะถ้าเธอทำพลาดนั่นหมายความว่าน้องชายของเธอจะไม่มีโอกาสหายใจอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป
View Moreเธอยอมทำทุกอย่าง แม้จะต้องเปลื้องผ้าต่อหน้าเขา
ขอแค่ให้น้องชายของเธอปลอดภัย
‘น้ำตาล’
เขาปฏิเสธทุกความรู้สึกที่มีต่อเธอ
เพราะเขามีแค่ใจถูกซ่อนไว้เพื่อรอใครอีกคน
‘ไคล์’
แฮ่ก ๆ ๆ
หน้าอกอวบอูมกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะ มือสองข้างกำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ เสียงหอบหายใจของเธอดังจนคนที่อยู่บนร่างต้องก้มมอง แพขนตาที่ปิดสนิทนั้นเปียกชื้นคิ้วเรียวสองข้างขมวดเข้าหากันราวกับหวาดกลัว ปลายจมูกที่กำลังแดงระเรื่อบ่งบอกว่าเธอกำลังร้องไห้
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อได้เห็นปฏิกิริยาบนใบหน้าของคนใต้ร่าง เกิดคำถามขึ้นในใจว่าทำไมเธอถึงร้องไห้ ทั้ง ๆ เธอเองไม่ใช่เหรอที่เสนอตัวให้เขา แถมใช้มารยาหญิงหลอกล่อให้สติของเขาขาดผึงจนต้องสนองความอยากของเธอแบบนี้
ยิ่งสงสัยในการกระทำของเธอมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งกระแทกตัวตนเข้าไปในช่องทางรักแรงขึ้น จนร่างบางของคนตรงหน้าสั่นคลอนไปทั้งตัว ยิ่งเห็นเขายิ่งโมโหที่เธอเอาแต่หลับตาแล้วกัดปากตัวเองไม่ยอมส่งเสียงครางออกมา อีกทั้งไม่ยอมมองหน้าเขาอีก
“อึก!” เธอสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจเมื่อเขาใช้ปากสัมผัสยอดปทุมถันของเธอ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างและนิ่งมองคนตรงหน้า
ตั้งแต่เขาเริ่มสอดใส่ตัวตนเข้ามา เธอก็เอาแต่หลับตาแน่น ไม่กล้ามองว่าเขากำลังทำอะไรกับเรือนร่างของเธอ คิดเพียงว่าปล่อยให้เขาทำไปเดี๋ยวมันก็จบแล้วหลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป และเธอจะไม่มีวันทำเรื่องน่าอายแบบนี้อีก
“คิดว่าหลับไปแล้ว” ทันทีที่เห็นนัยน์ตาของหญิงสาวเขาก็เอ่ยคำพูดประชดประชันออกมา
ทันทีที่ได้สบตากันเจ้าของใบหน้าหวานก็รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เธออายเกินกว่าที่จะสบตาของเขา แต่แล้วมือหนาข้างหนึ่งก็เลื่อนมาจับคางของเธอให้หันกลับไปมองเขา
“มองฉัน” เขาออกคำสั่ง
“คุณก็ทำไปสิ ไม่จำเป็นที่ฉันจะต้องมอง” เธอข่มกลั้นความรู้สึกทุกอย่างไว้ ไม่แสดงให้เขารู้ว่าเธอกำลังตื่นกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในเวลานี้เธอทำได้แค่ภาวนาให้ทุกอย่างเป็นแค่ความฝัน พอตื่นขึ้นมาทุกอย่างตรงหน้าจะมลายหายไป แล้วเธอจะไม่เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ฉันบอกให้เธอมองก็มองสิ” เขาตะคอกจนเธอสะดุ้ง “มองให้เต็มตา”
คราวนี้หญิงสาวไม่ได้หันหนี แต่กลับหลับตาลงอีกครั้ง นั่นยิ่งทำให้คนที่อยู่บนร่างรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก อยากให้เขานอนด้วย แต่กลับแสดงท่าทีราวกับว่ารังเกียจเขาซะงั้น
“โอ๊ย!!” เธอร้องลั่นเมื่อโดนเขากัดตรงยอดปทุมถัน และกัดอีกหลาย ๆ ที่บนเนินเนื้อตรงอกอิ่ม
“ฉันจะกัดจนกว่าเธอจะลืมตาขึ้นมามอง”
“คุณมันโรคจิต” เธอต่อว่าเขา พลางใช้มือปัดป้องทรวงอกของตัวเองให้ห่างจากริมฝีปากของเขา
“เธอเองไม่ใช่เหรอที่อยากนอนกับคนโรคจิตอย่างฉัน”
เรื่องนี้เธอไม่เถียง เขาพูดถูกเพราะเธอเป็นสาเหตุของการมีสัมพันธ์กับเขาในครั้งนี้ และเธอก็บอกตัวเองไว้ว่าแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว แล้วเธอจะไม่ยุ่งกับเขาอีก เพราะงานของเธอเสร็จแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องสานสัมพันธ์ต่อ ส่วนเขาเองก็คงไม่อยากเจอหน้าเธออีก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
“พอแล้ว” เธอร้องห้าม เมื่อเห็นแล้วว่าเขาไม่ยอมหยุดสักที
“ทำไม หน้าฉันมันไม่น่ามองขนาดนั้นเลยหรือไง เธอถึงเอาแต่หลับตา” เขาบ่นใส่เธอ น้ำเสียงของเขาเหมือนคนน้อยอกน้อยใจซะมากกว่า
“รีบ ๆ ทำเถอะค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทาปนเสียงสูดน้ำมูกเล็กน้อย
“อะไรของเธอ” เขาขบกรามแน่น นี่มันดูถูกกันชัด ๆ ทั้ง ๆ เป็นคนเข้าหาเขาเอง พอเขาเล่นด้วยกลับทำเป็นไม่แยแสเขาซะงั้น
หึ!! แล้วเธอจะเสียใจที่แสดงท่าทีแบบนี้ใส่ฉัน
“อ๊ะ ๆ คะ...คุณ” เธอเอามือดันอกเขาไว้ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้เขากระแทกช้าลง “ช่วยทำเบา ๆ หน่อย”
“...” ไม่มีเสียงตอบรับ เขาไม่ได้ทำตามที่เธอขอ เขาทำทุกอย่างตามใจของเขา กระแทกเอ็นร้อนเข้าไปครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะรู้สึกว่าตรงส่วนนั้นทั้งของเขาและเธอจะร้อนจนแทบเผาไหม้ส่วนที่เชื่อมติดกันทั้งของเธอและของเขาก็ตาม เขาไม่ได้มีความคิดที่จะชะลอความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย
“อ๊ะ...อ้า!!” เธอร้องเสียงหลงพลางส่ายหน้าไปมา สุดที่จะข่มกลั้นอารมณ์ตัวเองไว้ได้อีก เธอทั้งเสียวทั้งรู้สึกปวดแสบปวดร้อนปนเปกันไปหมด ไหนจะบนผิวเนียนที่เขาฝากร่องรอยไว้อีก มันปวดระบมไปทั้งตัว
ชายหนุ่มไม่ได้สนใจว่าเธอจะรู้สึกยังไง เขาแค่อยากปลดปล่อยอารมณ์ที่คุกรุ่นภายในร่างกาย ไม่เคยมีใครทำกับเขาแบบนี้ เธอคนนี้ทำให้สมองของเขาทำงานหนักทุกครั้งที่เจอกัน วันนี้เขาจะสั่งสอนเธอให้เข็ดหลาบว่าอย่ามาทำแบบนี้กับเขาอีก
“อื้อ...” ปากอิ่มโดนครอบครองอีกครั้ง เธอไม่ได้สะบัดหน้าหนีเหมือนก่อนหน้า แต่กลับเผยอปากรับจูบของเขาอย่างเต็มใจ
ไฟสวาทที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในตัวของชายหนุ่มทำให้เขาลืมไปว่าก่อนหน้านี้เขาปฏิเสธข้อเสนอของเธอหลายต่อหลายครั้งเพราะอะไร ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะไม่แตะต้องผู้หญิงคนไหน ลืมแม้กระทั่งใครคนนั้นที่เขาเฝ้ารอ...
วาเลนไทน์หมุนเวียนมาอีกรอบ หญิงสาวในชุดสีชมพูกำลังอุ้มเด็กน้อยวัย 6 เดือนเดินเข้าไปในบริษัท เนื่องจากผู้เป็นสามีต้องเข้าประชุมด่วนเขาจึงออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืดและสั่งให้บอดี้การ์ดพาภรรยาและลูกตามมา“เชิญคุณน้ำตาลพาคุณหนูเข้าไปรอให้ห้องทำงานของบอสก่อนครับ คาดว่าไม่นานก็ประชุมเสร็จแล้วน้ำตาลเดินเข้าไปในห้อง เธอวางลูกน้อยลงบนเบาะนุ่ม ๆ ที่ถูกเตรียมไว้ ภายในเบาะมีของเล่นมากมาย เรียกได้ว่าตอนนี้ห้องทำงานของไคล์แทบจะเป็นที่สำหรับเลี้ยงเด็กเล็กก็ว่าได้น้ำตาลมองไปรอบ ๆ เธอจำได้ว่าห้องนี้คือที่ที่เธอมีจูบแรกกับเขา ไม่รู้เขาจะจำได้หรือเปล่า คิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องทั้งหมดมันจะลงเอยแบบนี้ก็อก! ก็อก! ก็อก!แกร็ก!เสียงประตูทำให้น้ำตาลหันไปมองทันที เมื่อเห็นพนักงานสาวที่เคยปกป้องเธอจากหลินหลินในวันนั้นเธอก็ยิ้มกว้างให้กับหญิงสาว“ฉันจะเข้ามาถามว่าคุณน้ำตาลอยากทานอะไรเป็นพิเศษมั้ยคะ”“ขอบคุณมากค่ะ แต่ฉันทานอาหารเช้ามาเรียบร้อยแล้ว”“ถ้าคุณต้องการอะไรเพิ่มเติมเรียกดิฉันได้เลยนะคะ”“ค่ะ”“จา! จา!” ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้เดินออกจากห้องเด็กน้อยก็ส่งเสียงทักทาย จึงทำให้เธอรีบหันกลับมาทันที“คุณหนู” พนักง
ในห้องคลอดบรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความวิตกกังวล แต่ยังคงมีความหวังที่แฝงอยู่ในจิตใจของเขา เสียงเครื่องตรวจสอบการเต้นของหัวใจของทารกยังคงดังอย่างต่อเนื่อง เสียงหายใจหนักๆ ของน้ำตาลที่พยายามควบคุมตัวเองอย่างสุดความสามารถน้ำตาลนอนอยู่บนเตียง ร่างกายของเธอเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ ความเจ็บปวดจากการปวดท้องคลอดทำให้เธอกุมมือไคล์ไว้แน่น ใบหน้าของเธอซีดแต่เปี่ยมด้วยความกล้าหาญ น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาตามข้างแก้มเมื่อเธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ยังคงคืบคลานมาอีกระลอก“ไม่เป็นไรนะครับ” ไคล์เกลี่ยน้ำตาและเช็ดเหงื่อบนใบหน้าให้เธอไปพร้อม ๆ กัน “หายใจเข้าลึก ๆ ครับ”ไคล์ขอเข้ามาในห้องคลอด เขายืนอยู่ข้างเตียงไม่ยอมห่างไปไหน จับมือน้ำตาลไว้แน่น สายตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยและความกังวล เขาพูดเบาๆ กับเธอ“ที่รัก ผมอยู่ตรงนี้แล้วนะ” เสียงของเขาแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความรักที่ยิ่งใหญ่พยาบาลคอยให้คำแนะนำ และเตือนให้น้ำตาลหายใจลึกๆ เพื่อคลายความเจ็บปวด ก่อนจะบอกให้เธอกลั้นหายใจและเบ่งในช่วงเวลาสำคัญ การเคลื่อนไหวที่ทุกคนต่างรอคอยเริ่มต้นขึ้น“อุแว้!! อุแว้!!”เสียงร้องแรกของท
“ผมมีบางอย่างให้คุณ” ไคล์พูดขณะที่วางน้ำตาลลงบนที่นอน เขาเริ่มอุ้มเธอตั้งแต่ออกจากลิฟต์ จนมาถึงห้องพัก“อะไรคะ”“มีช่วงหนึ่งที่ผมไม่ค่อยได้อยู่กับคุณ” เขาเดินไปหยิบซองเอกสารบางอย่างแล้วเดินกลับมาหาน้ำตาล“...”“ช่วงที่คุณเพิ่งรู้ว่าท้องแต่ไม่ยอมบอกผม”“คุณไปไหนคะ” เธอจำได้ว่าช่วงนั้นเขาหายหน้าหายตาไปบ่อยมาก จนเธอคิดว่าเขาแอบไปอยู่กับคนรัก“ผมไปประเทศไทย”“...” ผู้หญิงคนนั้นก็อยู่ที่ประเทศไทย“ผมไปโรงพยาบาลที่คุณเคยทำงาน เพราะผมรู้มาว่าคนที่นั่นเล่นสกปรกกับคุณ” หลังจากรู้เรื่องของน้ำตาลมากขึ้น เขาก็ตามเอาคืนคนที่แกล้งเธอทุกคนอย่างสาสม“คุณทำอะไรพวกเขาคะ” น้ำตาลตกใจไม่น้อยที่ได้ยินแบบนั้น“ผมแค่ทำเหมือนที่พวกเขาทำกับคุณ”“คุณไม่ได้ฆ่าใครใช่มั้ย” น้ำตาลถามออกไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เธอกลัวว่าเขาจะทำแบบนั้นกับใครสักคนที่เธอเคยรู้จัก“ตั้งแต่คุณขอไว้ ผมก็ไม่ทำแบบนั้นอีกเลย”“ขอบคุณนะคะ” เธอกอดเอวเขาไว้ รู้สึกโล่งใจที่ไม่มีใครตายเพราะเธอ“ตอนนี้คุณมีสิทธิ์ในโรงพยาบาลนั้นครึ่งหนึ่ง”“คุณเอามันมาได้ยังไง” น้ำตาลก้มมองเอกสารที่ไคล์ยื่นมาให้เธอ ในนั้นระบุว่าเธอเป็นผู้ถือหุ้นของโรงพยาบาลที่เธอเคยทำ
“แต่งงานกันนะ”ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาเกือบสองอาทิตย์แล้ว ประโยคนี้ยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจของน้ำตาล วันนั้นเธอดีใจจนไม่ทันได้คิดไตร่ตรองว่าหากรับปากแต่งงานแล้วชีวิตของเธอจะเป็นยังไง แต่วันนี้ความคิดนั้นของเธอได้มลายหายไป เมื่อตลอดสองอทิตย์ที่ผ่านมาเขาทำให้เธอเห็นแล้วว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีคนหนึ่ง“คิดดอะไรอยู่ครับ” วงแขนกว้างโอบกอดหญิงสาวจากด้านหลัง พลางกดจูบลงไปบนไหล่มน“คิดว่าวันนี้ใช่ความฝันหรือเปล่า”“...” ไคล์เอียงหน้ามองภรรยาของเขา“ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มาอยู่ตรงนี้กับคุณ ไม่คิดว่าคุณจะให้เกียรติฉันมากขนาดนี้ ทั้งที่บนโลกใบนี้มีผู้หญิงมากมายที่เหมาะกับคุณ แต่คุณก็เลือกฉัน”“...”“ฉันทำผิดต่อคุณ จนไม่กล้าคิดว่าคุณจะให้อภัยฉันได้ แต่คุณก็ยังให้อภัย”ไคล์จับให้น้ำตาหันมาเผชิญหน้ากับเขา มือข้างหนึ่งเชยคางของน้ำตาลให้เงยหน้ามาสบตากับเขา“เพราะผมรักคุณ รักกว่าอะไรทั้งหมดที่ผมมีในตอนนี้”“...”“ผมไม่อยากให้คุณกังวลอะไร วันนี้เป็นอีกวันสำคัญของเราสองคนนะครับ ทุกคนกำลังรอชื่นชมความงามของเจ้าสาวอยู่”“แล้วพ่อของคุณล่ะ พิธีคริสต์ท่านจะมาด้วยหรือเปล่า”เนื่องจากตอนเช้าทั้งคู่ได้จัดพิธีแบบจี
บนถนนที่ทอดยาวออกไป ชายหนุ่มที่เคยใช้ชีวิตเร่งรีบมาตลอด วันนี้ไม่รู่อะไรดลใจให้เขาออกมาเดินบนถนน สายตาคมที่กวาดมองไปรอบ ๆ ก็สังเกตเห็นการแต่งตัวของผู้คนมากมายที่เดินสวนไปมา ทำไมพวกเขาถึงแต่งตัวด้วยโทนสีชมพู“วันนี้วันที่เท่าไหร่”“14 กุมภาพันธ์ ครับ”“วันวาเลนไทน์ใช่มั้ย”“โทรหาคุณเจียให้หน่อย” เขาหันไปบอกเซียวหม่า “แล้วถามว่าวันนี้ฉันมีนัดกับลูกค้าหรือเปล่า ถ้ามีบอกว่าให้เลื่อนนัดไปก่อน”“ครับบอส”ไคล์ยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงระหว่างรอให้เซียวหม่าโทรหาเลขา เขาหันไปเห็นคู่รักหลายคู่ที่แสดงความรักต่อกัน ก็ยิ่งชวนให้คิดถึงหญิงสาวที่เขาเพิ่งแอบไปหามาเมื่ออาทิตย์ก่อนเขาตั้งใจว่าจะไปหาเธออีกครั้งหลังจากที่เขาจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว แต่เพราะความคิดถึงมันล้นออกมาจนยากที่จะเก็บกักความรู้สึกนั้นไว้ได้ วันนี้เขาจึงตั้งใจไปหาเธออีกครั้งณ.บ้านเช่าหลังเล็กที่เขาเคยมาครั้งหนึ่งตอนที่เจ้าของบ้านนอนหลับสนิท แต่เวลานี้กลับเงียบสงัดไม่มีใครอยู่แม้แต่คนเดียว“วันนี้วันวาเลนไทน์ ร้านคงจะปิดช้ากว่าปกติครับ”“วันวาเลนไทน์แบบนี้ยังต้องทำงานอีกเหรอ”“ถึงจะเป็นวันวาเลนไทน์ก็ยังคงเป็นวันทำงานครับ ไม่ใช่ว
หลังจากที่ไคล์พักรักษาตัวจนหายดี เขาก็เริ่มกลับไปทำงาน แต่ทุก ๆ ตอนเที่ยงเขาจะพาน้ำตาลออกไปทานข้าวด้วยกันทุกครั้ง เขาไม่เคยปล่อยให้เธออยู่บ้านโดยไม่มีเขาเลยสักครั้ง“รีบ ๆ สิครับ”“รีบไปไหนกันคะ”“ผมมีที่ที่อยากจะพาคุณไป”“อะไรกันคะ คุณทำให้ฉันกังวลนะ”“ผมมีพิรุธขนาดนั้นเลยเหรอ”“ก็คุณดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ สีหน้าของคุณดูง่ายจะตาย”“แสดงว่าที่ผ่านมาคุณอ่านความคิดของผมออกหมดเลยเหรอ”“เปล่าหรอกค่ะ เพราะก่อนหน้านี้แม้แต่หน้าของคุณฉันยังไม่กล้ามอง แล้วฉันจะสังเกตได้ยังไง”“แล้วตอนนี้ล่ะ”“ก็มองทุกวันไงคะ มองจนจำได้หมดแล้วว่าถ้าทำปากแบบนี้” เธอดึงแก้มของสามีจนปากของเขาเป็นเส้นตรง “แสดงว่ากำลังงอล”“รักคุณจังเลยครับ”“ไม่เบื่อบ้างเหรอคะ”“หรือคุณเบื่อที่จะฟังแล้ว”“ไม่เลยค่ะ ฉันฟังได้ทุกวัน”“ผมก็บอกรักคุณได้ทุกวัน ไม่เบื่อเลย”“คุณสั่งตัดชุดมาให้ฉันอีกแล้วเหรอ”“ครับ” เขาเดินเข้าไปช่วยน้ำตาลรูดซิปด้านหลัง “ก็ท้องของคุณเริ่มโตแล้ว”“พอคลอดแล้วฉันจะเอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปไว้ที่ไหนละคะ”“จะกังวลไปทำไมครับ คลอดเสร็จก็ท้องอีก”“อะไรนะ”“เราจะมีลูกด้วยกันสักห้าคนดีมั้ย”“คุณท้องเองมั้ยล่ะคะ ถ้าท้องเองจะ
Comments