LOGINพระเอกสายโหด เย็นชา แต่งก่อนแล้วคลั่งรักแบบหนักมาก นางเอกทะลุมิติเข้าไปอยู่ในนิยาย และกลายเป็นพระชายาตัวประกอบที่ตัวร้ายเกลียดชัง แต่นางกลับช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ ทำให้เขาซึ่งเป็นตัวร้ายที่สมควรตายคนนั้นคลั่งรักนางอย่างรุนแรง
View Moreบทนำ กงล้อที่บิดเบี้ยวในนิยาย 'ยามวสันต์มาเยือน'
เมื่อหน้าสุดท้ายของนิยาย กลายเป็นบทแรกของชีวิตใหม่
ในฉากจบที่ควรจะเป็นของนิยายเรื่อง ‘ยามวสันต์มาเยือน’ ซึ่งเป็นเรื่องราวความขัดแย้งระหว่าง แคว้นเป่ย และ แคว้นฉาง ทุกอย่างควรปิดฉากลงด้วยความตายของ เซียวเยี่ยน ตัวร้ายของเรื่อง ทว่าในนาทีสุดท้าย โชคชะตากลับพลิกผันเมื่อศัลยแพทย์สาวซินเยว่จากโลกอนาคตได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ หลี่ซูเยว่ องค์หญิงแห่งแคว้นฉาง
นิยายต้นฉบับเริ่มจากความขัดแย้งของสองตัวเอกคือ เซียวเยี่ยน (ตัวร้าย) และ หลี่ซูเจิ้ง (พระเอก) โดยเซียวเยี่ยนได้สังหารพี่ชายของ ฉางเกอ (นางเอก) รองแม่ทัพคู่ใจที่แอบเป็นไส้ศึก แล้วป้ายสีว่าเป็นฝีมือของศัตรูเพื่อดึงรั้งนางไว้ข้างกายเพราะเขามีใจให้นางมานาน
ทว่าเมื่อความจริงปรากฏ ฉางเกอที่ใจสลายจึงคิดหนีไปจากจอมบงการ เซียวเยี่ยนที่โกรธจัดจึงทำลายวรยุทธ์และกักขังนางไว้ไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยง จนกระทั่งหลี่ซูเจิ้งบุกตีค่ายแตกและช่วยนางไปรักษาที่แคว้นฉางจนเกิดเป็นความรักท่ามกลางไฟสงคราม
ความพ่ายแพ้และการเสียคนที่เขารักให้ศัตรูทำให้เซียวเยี่ยนแค้นใจมาก เมื่อสองแคว้นประกาศสงบศึก เขาจึงได้รับราชโองการให้แต่งงานกับ หลี่ซูเยว่ น้องสาวของหลี่ซูเจิ้งอย่างเลี่ยงไม่ได้
แม้จะเต็มไปด้วยโทสะ แต่เขาหวังใช้การแต่งงานนี้เป็นใบเบิกทางเข้าแคว้นฉางเพื่อชิงตัวฉางเกอคืนและลอบสังหารหลี่ซูเจิ้ง ส่วนองค์หญิงหลี่ซูเยว่ที่ไม่รู้แผนการใดๆ กลับตกหลุมรักในความสง่างามของสามีตั้งแต่แรกเห็น
ในตอนนั้น หลี่ซูเจิ้งได้ซ้อนแผนเพื่อจัดการเซียวเยี่ยน โดยยืมมือ เซียวป๋อ น้องชายต่างแม่ที่เกลียดพี่ชายตัวเอง ให้ยุยงฮ่องเต้ออกราชโองการกักตัวเซียวเยี่ยนไว้ที่แคว้นฉางสามปีในฐานะราชบุตรเขยเพื่อริบอำนาจกองทัพ
เมื่อเห็นสามีถูกกดดันจนมืดแปดด้าน หลี่ซูเยว่ที่รักสามีหัวปักหัวปำจึงตัดสินใจพาเขาหนีผ่านเส้นทางลับราชวงศ์ ท่ามกลางการไล่ล่าอย่างหนักจากพี่ชายของนางเอง ในระหว่างการหนีหลี่ซูเยว่ตกม้าไปพร้อมกับเซียวเยี่ยนที่ถูกธนูอาบยาพิษของเซียวป๋อยิงปักกลางอก
นั่นคือนาทีที่วิญญาณซินเยว่หมอสาวข้ามมิติเข้าสวมร่างหลี่ซูเยว่แทน
ในขณะที่เนื้อเรื่องดำเนินมาถึงช่วงสุดท้าย เซียวเยี่ยนต้องตายในตอนจบที่เขียนเอาไว้ แต่วิญญาณหมอสาวกลับช่วยเขาเอาไว้โดยที่นางลืมไปว่า...
การกระทำนี้ได้ทำลายฉากจบเดิมของนิยายไปอย่างสิ้นเชิง!
แนะนำตัวละครหลัก
แคว้นเป่ย
เซียวเยี่ยน (ฉินอ๋อง ตัวร้าย) มีรูปโฉมหล่อเหลาคมคายทว่าดุดันเย็นชา มารดาเป็นเพียงนางสนมชั้นต่ำที่เสียชีวิตตั้งแต่เขายังเด็ก เขาเติบโตมาจากการเลี้ยงดูอันเข้มงวดของไท่เฟยผู้หนึ่ง และถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นคนเหี้ยมโหด ทว่า ภายใต้หน้ากากที่แข็งกร้าวคือความโดดเดี่ยวที่ถูกซ่อนไว้ลึกที่สุด
เซียวป๋อ (ชินอ๋อง) น้องชายต่างมารดาของเซียวเยี่ยน เกิดจากฮองเฮาผู้สูงศักดิ์ทว่าไร้ความสามารถ จึงเต็มไปด้วยความอิจฉาและหวาดระแวง เขาคือตัวแปรสำคัญที่ร่วมมือกับศัตรูเพื่อกำจัดเซียวเยี่ยนให้พ้นทาง เพื่อยึดอำนาจมาเป็นของตน
แคว้นฉาง
ซินเยว่ (ศัลยแพทย์สาวจากโลกปัจจุบันที่ทะลุมิติมาในนิยาย) อยู่ในร่างขององค์หญิงหลี่ซูเยว่ มีใบหน้างดงามล้ำเลิศ ดวงตากลมโตฉายแววฉลาดเฉลียว ผิวพรรณนวลเนียนประดุจหยกขาวหิมะ เป้าหมายเดียวคือตามหา เตียงโบราณ ที่พานางมาที่นี่เพื่อที่นางจะกลับไปยังโลกเดิม
หลี่ซูเยว่ (น้องสาวของพระเอกในนิยาย องค์หญิงผู้คลั่งรักและถูกสวมวิญญาณโดยซินเยว่)
หลี่ซูเจิ้ง (รัชทายาท พระเอกในนิยายต้นฉบับ) พี่ชายผู้รักและถนอมหลี่ซูเยว่ยิ่งกว่าชีวิต หล่อเหลาอบอุ่นดุจหยก แม้น้องสาวจะพาศัตรูหนีไปแต่เขาก็ยังออกตามหาด้วยความห่วงใย เป็นคนฉลาดล้ำลึกและเป็นคู่ปรับที่น่ากลัวของเซียวเยี่ยน และในนิยายเขาร่วมมือกับเซียวป๋อ เพื่อสังหารเซียวเยี่ยน
ฉางเกอ (นางเอกในนิยายต้นฉบับ อดีตรองแม่ทัพแคว้นเป่ย) นางถูกฝึกในค่ายทหารแคว้นเป่ยตั้งแต่เด็ก มีฝีมือยิงธนูเป็นเลิศ นางถูกเซียวเยี่ยนทำลายวรยุทธ์และกักขัง จนกระทั่งหลี่ซูเจิ้งมาช่วยเหลือนางพากลับแคว้นฉาง
“ห้ามไปไหนทั้งนั้น!”
น้ำเสียงดุดันสั่นประสาทมาพร้อมกับแววตาที่เปี่ยมไปด้วยไอสังหารพวยพุ่ง
คมดาบเย็นเยียบจ่อเข้าที่ลำคอระหงของหลี่ซูเยว่ บีบให้หญิงสาวต้องหยุดชะงักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คมโลหะเริ่มบาดลึกเข้าที่ผิวเนื้อเล็กน้อยจนสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแสบที่ลำคอเบา ๆ
“ท่านอ๋องใจเย็นก่อน ค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จา ข้าช่วยท่านข้าย่อมต้องช่วยท่านแน่”
“หึ เห็นชัดว่าเจ้าคิดหนีเอาตัวรอด อย่าคิดไปไหนเด็ดขาด!”
หลี่ซูเยว่หรือซินเยว่วิญญาณศัลยแพทย์สาวที่ข้ามมิติมาสวมร่างนี้ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ในใจนึกด่าทอโชคชะตาที่เล่นตลก
ก่อนหน้านี้ชีวิตของนางควรจะวนเวียนอยู่แค่ในห้องผ่าตัดอันสะอาดสะอ้าน แต่เพราะความหลงใหลในนิยายโบราณทำให้นางเกิดอยากใกล้ชิดมากขึ้นจึงสรรหา ‘เตียงโบราณ’ หลังหนึ่งมาไว้ที่บ้าน
เตียงหลังนั้นมีลวดลายประหลาดสลักอักษรคำว่า ‘แคว้นเป่ย’ ไว้ที่หัวเตียง ทั้งยังสลักภาพบ้านเมืองอันงดงามวิจิตรเอาไว้ ซึ่งตรงกับชื่อแคว้นในนิยายเรื่อง ‘ยามวสันต์มาเยือน’ ที่นางกำลังอ่านพอดี นางจึงตัดสินใจซื้อมันมาโดยไม่ลังเล
ใครจะคาดคิดว่าเพียงคืนแรกที่นางล้มตัวลงนอนบนเตียงใบนั้นพร้อมกับอ่านนิยายในมือ เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง นางกลับหลุดเข้ามาอยู่ในร่างของหลี่ซูเยว่ผู้เป็นองค์หญิงแห่งแคว้นฉาง น้องสาวของพระเอกที่ดันโง่เขลาคลั่งไคล้ เซียวเยี่ยน อ๋องตัวร้ายในนิยายเรื่องนี้จนยอมสละทุกอย่าง แม้กระทั่งยอมทรยศพี่ชายพาเขาหนีออกมาจากแคว้นฉางนางก็ยินดี
“เจ้ามัวเหม่ออันใดอยู่ รีบทำแผลให้ข้า!”
เสียงตวาดนั้นเรียกสติของนางกลับมา หลี่ซูเยว่จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้ขาวซีดเผือด นางพยายามส่งยิ้มอย่างจำนนพลางเอื้อมมือไปจับข้อมือหนาที่ยังคงกำดาบไว้แน่น
“ท่านอ๋อง ทำแผลก็ต้องมียามิใช่หรือ ท่านลดดาบลงก่อน ให้ซูเยว่ออกไปเอายาและผ้าพันแผลนะเจ้าคะ”
หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ ส่งสายตาใสซื่อมองเขา อย่างไรนางก็ได้ชื่อว่าเป็นองค์หญิงที่มีเบ้าหน้าฟ้าประทานติดตัวมาแต่เกิด นางจึงหวังลึกๆ ว่าสาวงามเช่นนางจะทำให้อ๋องชั่วผู้นี้จะยอมลดราวาศอกให้บ้าง
ทว่าแววตาของเซียวเยี่ยนกลับเต็มไปด้วยความระแวง เขาไม่เคยสำนึกในสิ่งที่นางเพิ่งทำให้เขาก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย
ย้อนกลับไปเมื่อสองเดือนก่อน
ท่ามกลางการไล่ล่าของทหารนับร้อย เซียวเยี่ยนถูกน้องชายยิงธนูเข้ากลางอกจนได้รับบาดเจ็บ และตกม้ามาพร้อมกับองค์หญิงหลี่ซูเยว่
ในเวลานั้นพวกเขาตกม้ามาด้วยกัน ซินเยว่ก็ถูกดูดมาเข้าร่างนี้ทันที
และเมื่อฟื้นขึ้นมานางก็เห็นเซียวเยี่ยนที่กำลังบาดเจ็บสาหัส
ในตอนนั้น มโนธรรมในฐานะหมอบีบบังคับให้นางต้องช่วยเขา หลี่ซูเยว่ต้องใช้ความอดทนอันมหาศาล ตัดกิ่งไม้มาผูกกับเสื้อคลุมตัวใหญ่ของเขาเพื่อทำเป็นแคร่ลากพ่วงพาเขาลงจากเขาอย่างทุลักทุเล
นางทุ่มเทแรงกายแรงใจ ใช้ร่างกายที่บอบบางลากร่างหนาที่หนักอึ้งดุจขุนเขาลงจากเทือกเขาอันหนาวเหน็บ ลัดเลาะตามป่ารกชัฏอยู่ถึงสองวันสองคืนจนมือไม้พองหนองและเท้าโชกเลือดโดยไม่รู้ชะตากรรม
จนกระทั่งนางพาเขามาพบกับคนของเขาในเขตแคว้นเป่ยได้อย่างปลอดภัยราวกับปาฏิหาริย์และนางก็ล้มป่วยอย่างหนัก
ทว่าเมื่อเซียวเยี่ยนฟื้นขึ้นมา นอกจากเขาจะไม่สำนึกบุญคุณที่นางอุตส่าห์ลากสังขารช่วยชีวิตเขาไว้ เขากลับมองว่านางหมดประโยชน์และเป็นตัวถ่วง เขาจึงทอดทิ้งหลี่ซูเยว่ที่ใกล้ตายเอาไว้ที่วัดนางชี และจากไปพร้อมกับคนของเขาโดยไม่เหลียวหลังมาอีก
โชคดีที่นางดวงแข็งจึงรอดพ้นความตายมาได้
และในวันนี้นางก็ได้พบเขาอีกครั้งโดยคาดไม่ถึง ว่าคนเนรคุณคนเดิมจะกลับมาปรากฏกายโชกเลือดตรงหน้า และร้องขอความช่วยเหลือด้วยวิธีป่าเถื่อนกับนางอีกครั้ง
หลี่ซูเยว่ถอนหายใจยาว เอ่ยเสียงอ่อนลง “ท่านอ๋อง ลดดาบลงนะเจ้าคะ ข้าจะไปเอาอุปกรณ์ทำแผล”
เซียวเยี่ยนมองใบหน้างามของสตรีที่ตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนจะลดดาบลงในที่สุด
หญิงสาวลิงโลดในใจ นางคิดจะอาศัยจังหวะนี้หนีไป ส่วนตัวร้ายคนนี้จะตายจะอย่างไรนางไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยอีกแล้ว
ทว่าคนใกล้หมดแรงกลับว่องไวกว่าที่คิด ข้อมือของนางพลันถูกคมดาบตวัดกรีดจนเลือดไหลซึมออกมาอย่างน่าตกใจ
“ท่านอ๋อง! ท่านทำอะไร!”
ข้านั่งนิ่งประดุจรูปสลักอยู่บนเตียงไม้ในกระท่อมซอมซ่อ จ้องมองแผ่นหลังบอบบางของหลี่ซูเยว่ที่สั่นเทิ้มด้วยโทสะพุ่งพล่านนางเพิ่งด่าทอข้าด้วยถ้อยคำที่สตรีสูงศักดิ์ไม่ควรเอ่ยสะบัดหน้าเดินพ้นประตูกระท่อมไป ลมหนาวที่พัดสวนสวนเข้ามาปะทะกายไม่ได้ช่วยให้เพลิงโทสะในอกของข้ามอดดับลง แต่มันกลับยิ่งโหมกระพือให้แรงกล้าขึ้นเมื่อนึกถึงคำของนางเลิกชอบข้าอย่างนั้นหรือ? เกลียดข้าอย่างนั้นหรือ?หึ...สตรีที่เคยคลานเข่าประจบสอพลอ อ้อนวอนขอความเมตตาและความรักจากข้าอย่างน่าสมเพช บัดนี้กลับกล้าเชิดหน้าด่าทอข้าปาว ๆ เพียงเพราะข้าใช้ปลายเท้า ‘ทักทาย’ สีข้างนางไปเพียงครั้งเดียวเนี่ยนะ?ข้าไม่ได้ตั้งใจจะถีบนางรุนแรง เพียงแค่ใช้ปลายเท้าสะกิดเท่านั้น ทว่าไยนางจึงได้กลิ้งตัวไปเช่นนั้นกันเล่านางกำลังด่าข้า อย่างไม่เกรงกลัว ความชอบที่นางเคยมีต่อข้าดูเหมือนว่าจะหมดสิ้นเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร สตรีนางนี้จะเปลี่ยนใจภายในข้ามวันได้อย่างไรแล้วดูสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างจริงใจนั่นสิ มันทำให้เส้นประสาทที่ขมับของข้าเต้นตุบด้วยความรู้สึกพลุ่งพล่านที่ยากจะอธิบายข้ายันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ พละกำลังเริ่มกลับคืนมาสู่ร่าง
ทันทีที่บานประตูคอนโดมิเนียมของซินเยว่ปิดลง ลีโอนาร์ดก็ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาผลักร่างบางเข้าหาผนังห้อง จุมพิตที่ดุดันและโหยหาอุบัติขึ้นอย่างรวดเร็วมือหนาของเขาซุกซนไปตามเรือนร่างจิ้มลิ้มอย่างย่ามใจ แรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานถูกระเบิดออกมาจนเสื้อผ้าบนร่างกายกลายเป็นสิ่งเกะกะ เสื้อเชิ้ตแบรนด์ดังถูกกระชากจนกระดุมหลุดกระเด็น ในขณะที่บราเซียลูกไม้สีหวานของเธอก็ถูกเขาปลดเปลื้องและโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดีลีโอนาร์ดช้อนอุ้มร่างบางขึ้นในท่าอุ้มแตง ซินเยว่รีบใช้ขาเรียวเกี่ยวเอวหนาเอาไว้แน่น ปากของทั้งคู่บดเบียดกันอย่างกระหาย เขาพาเธอมาถึงเตียงกว้าง ทิ้งตัวลงท่ามกลางความนุ่มนวลของที่นอนหนาเซียวเยี่ยนก้มลงดื่มด่ำกับการดูดดึงทรวงอกอิ่มของซินเยว่อย่างหิวโหย ยอดอกชูชันรับสัมผัสจากลิ้นร้อนที่ตวัดรัวจนหญิงสาวครางกระเส่า ในขณะที่ปากของเขากำลังปรนเปรอเต้านมคู่งาม มือเรียวของซินเยว่ก็เอื้อมลงไปเบื้องล่าง คว้าเอา แท่งเนื้อร้อนผ่าวของเขาที่ตั้งตระหง่านมานานให้ชี้ตรงเธอแยกขาออกกว้างและพยุงกายบดเบียดตนเองลงไปหาเขาด้วยความเร่าร้อนความคับแน่นที่ห่างหายไปนานทำให้เธอถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ร่องรักที่ชุ่
คำว่า ‘ไม่รู้จัก’ ราวกับสายฟ้าฟาดกลางใจ ซินเยว่ ช็อกจนตัวแข็งทื่อ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วโสตประสาท อยู่ครู่หนึ่ง และในตอนนั้นเขาก็ถามเธออีกครั้ง“คุณครับ มีอะไรครับ”และตอนนั้นเธอก็ได้สติ ยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกอย่างลวก ๆ จากนั้นก็พึมพำแผ่วเบา“โทษค่ะ ฉันนึกว่าคุณคือสามีของฉัน ฉันจำคนผิดค่ะเขาหายไปนานแล้ว และฉันก็ตามหาเขามาตลอด”“ผมเสียใจด้วยนะครับ”เขาเอ่ยสั้นๆ ท่าทางสุภาพทว่าเหินห่าง ก่อนจะหันไปบอกกับป้าคนหนึ่งที่เดินเข้ามาหาพวกเขาด้วยท่าทางสุภาพชายหนุ่มเอ่ยว่า“พาคุณนายไปนั่งพักก่อน”หญิงท้องคนนั้นถูกคุณป้าคนนั้นประคองไปนั่งรออยู่ด้านหนึ่ง พวกเขายังคงมองมาที่ซินเยว่และชายหนุ่มคนนั้นด้วยสีหน้าสงสัยซินเยว่เม้มปาก มองเขาเหมือนจะจดจำใบหน้านี้เอาไว้ให้ดี เธอปาดน้ำตาอีกครั้งตั้งสติตัวเองอาจจะเป็นแค่คนหน้าเหมือน“ขอโทษค่ะ ฉันไม่รบกวนแล้ว ขอโทษที่จำคนผิด ขอตัวนะคะ”ซินเยว่รีบเดินหนีออกมาด้วยหัวใจที่แตกสลาย เธอเดินตัวสั่นไปนั่งทรุดที่เก้าอี้ตัวหนึ่งในมุมที่ห่างไกลผู้คนจากนั้นก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนักอากาศในโรงพยาบาลอบอุ่นแต่เธอกลับรู้สึกหนาวจนสั่นไปถึงกระดูกมือสองข้างยกขึ้นกอดตัวเองไว้แน่
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและเสียงประกาศตามสายของโรงพยาบาล กลายเป็นจังหวะชีวิตที่ ซินเยว่ เริ่มกลับมาคุ้นชินในรอบหนึ่งปีหลังจากเพิ่งส่งเวรเสร็จสิ้น ร่างบางก็เปลี่ยนเสื้อผ้ามาสวมชุดเดรสง่าย ๆ พาตัวเองเดินลัดเลาะมายังแผนกสูตินรีเวชเพื่อรอรับเพื่อนสนิทตามที่นัดกันเอาไว้ว่าจะไปกินข้าวเย็นด้วยกันทว่าเคสผ่าตัดฉุกเฉินทำให้เพื่อนสาวรายนี้ยังไม่อาจลงเวรได้ หญิงสาวถูกยกเลิกนัดกะทันหันจึงไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน เธอไม่ชอบอยู่คนเดียวเพราะทุกครั้งที่อยู่คนเดียวก็มักจะคิดฟุ้งซ่านและสุดท้ายก็ต้องนอนร้องไห้ทุกครั้งไปดังนั้นการนัดสังสรรค์และมีเพื่อนคุย จึงเป็นทางออกในการหลีกหนีความคิดถึงใครคนหนึ่งอย่างจับใจของเธอใครคนนั้นที่เธอรู้ว่าเขาไม่ได้มีตัวตนในโลกใบนี้ แต่กลับเฝ้ารอเขามาเสมอเธอนั่งลงที่เก้าอี้ที่อยู่หน้าห้องตรวจครรภ์ ในมุมหนึ่งอันเงียบสงบเพราะโรงพยาบาลนี้เป็นโรงพยาบาลเอกชนราคาแพง คนไข้ไม่ได้จอแจนัก สถานที่แห่งนี้จึงค่อนข้างเงียบแต่ก็ไม่ได้เงียบจนเกินไปหญิงสาวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางหลับตาลงเบาๆ ความเหนื่อยล้ามักเปิดช่องว่างให้ภาพเหตุการณ์ในอดีตไหลย้อนกลับมาจู่โจมเสมอรสชาติขมปร่าของยาพิษที่ติดอยู่ที
นางล้มตัวนอนข้างกายเขา วางมือไว้บนร่างกายที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลอย่างอ่อนโยน ไม่กดน้ำหนักมือลงไป ทว่าเซียวเยี่ยนกลับใช้แรงที่มีทั้งหมดลากร่างของนางมากอดแนบแน่น ทั้งจูบที่ริมฝีปากของนางอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่ทำได้ จุมพิตนี้ล้วนเต็มไปด้วยความคิดถึงและโหยหาน้ำหนักริมฝีปากนี้ช่างเบาบางยิ่งนัก หลี่ซูเย
ท่ามกลางความโกลาหล ในที่สุดเซียวป๋อก็ได้รับคำสั่งจากฝ่าบาทให้มาจัดการ เขาลงจากหลังม้าด้วยท่าทางสีหน้ารำคาญเอ่ยว่า“เรื่องนั้นฝ่าบาททรงมีพระปรีชา สั่งให้ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน นี่คือขบวนเคลื่อนศพของฉินอ๋อง พวกเจ้าอย่าก่อความวุ่นวาย หาไม่แล้วข้าจะลากไปโบยให้หมด”ชาวบ้านไม่ยินยอมทั้งยังเอ่ยว่า “จะต้องตร
กระทั่งสตรีสองคนที่คุ้นหน้าเปิดประตูเข้ามา หลังจากที่เซียวเยี่ยนออกไปแล้ว“บี1 บี2 ที่แท้เป็นพวกเจ้า”หลี่ซูเยว่เผยยิ้มบาง ร่างกายผ่อนคลายลงไม่น้อยเมื่อเห็นหน้าคนคุ้นเคยด้านหลังโรงพักม้าเป็นลำธาร เซียวเยี่ยนไม่รอช้า เขาเดินตรงไปที่นั้นถอดเสื้อผ้าสกปรกออกแล้วเดินลงไปอาบน้ำที่เย็นเยียบโดยไม่สนใจบาดแ
ภายในโรงพักม้าสถานที่เดิมที่เซียวเยี่ยนเคยพาหลี่ซูเยว่มาพักเมื่อหลายเดือนก่อน หลี่ซูเยว่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นท่ามกลางแสงสลัวสิ่งแรกที่จู่โจมประสาทสัมผัสคือความรู้สึกพะอืดพะอมที่ตีตื้นขึ้นมาจากลำคอ ท้องไส้ของนางปั่นป่วนมวนระลอกใหญ่จนไม่อาจกั้นไว้ได้อีกต่อไปนางโก่งคออาเจียนออกมาอย่างรุนแรง ของเหลวที่ตกค้












reviews