LOGINใบ้แล้วอย่างไร สติแล้วอย่างไร หล่อเหลาถึงเพียงนี้ แถมยังเป็นพระชายาท่านอ๋องอีกด้วย ชีวิตมีแต่ความสุขสบาย มาทำภารกิจให้เสร็จแล้วกลับโลกปัจจุบันของตัวเองดีกว่า บทนำ เสี่ยวลี่ สาวยุคปัจจุบันเสียชีวิตแล้วทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายที่เคยอ่าน ร่างที่เข้ามาอยู่คือ “พระชายาอ๋องเจ็ด” สตรีร้ายกาจที่ทุกคนรังเกียจ สามีของนางคือ “ท่านอ๋องใบ้” ผู้เสียสติหลังถูกวางยาพิษในวัยเด็ก แต่ด้วยความหล่อระดับเทพ นางจึงไม่คิดหย่ากลับพยายามจีบสามีทุกวัน สิ่งที่นางไม่รู้คือท่านอ๋องไม่ได้ใบ้ ไม่ได้บ้า และกำลังวางแผนโค่นบัลลังก์อยู่เงียบ ๆ และนางเองก็มีระบบมิติติดตัวมาด้วยหลังจากทะลุมิติ ระบบได้บอกแก่นางว่า “โฮสต์ โปรดระวังสามีของท่านมีค่าความอันตราย 99%” ระบบที่ติดตัวมีภารกิจให้นางทำหากจบภารกิจจะส่งตัวนางกลับโลกเดิม คือ ต้องเปลี่ยนชะตาตายของเจ้าของร่างเดิม สืบหาความลับในวัง เพิ่มค่าความโปรดปรานของพระเอก อย่างนี้เสี่ยวลี่ในร่างของไป๋หลินเหย่จะทำได้หรือไม่ และต้องพบเจออันตรายและเรื่องราวมากมายเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน และความลับที่อ๋องเซียวหนานซ่อนเอาไว้ ดึงให้นางตกอยู่ในอันตราย ชีวิตของนางจะได้กลับไปยังโลกปัจจุบันหรือไม่?
View Moreแนะนำตัวละคร
ไป๋หลินเหย่ นางเอก มีระบบอ่านค่าความโปรดปราน
นิสัย ปากเก่ง กล้าชน ชอบคนหล่อ คิดว่าพระเอกเป็นลูกหมาถูกทอดทิ้ง
อ๋องเซียวหนาน ภายนอก เป็นใบ้ สติไม่ดี ถูกฮ่องเต้รังเกียจ ความจริง พุดได้ ฉลาดระดับอัจฉริยะ คุมสายลับทั่วแผ่นดิน กำลังสืบกาคนที่ฆ่ามารดาตนเอง
นิสัย เย็นชา โหด เจ้าแผนการแต่แพ้ทางเมีย
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกเหมยฮวา คละคลุ้งไปทั่วจวน กลางจวนมีศาลารับลมบริเวณอ้อมล้อมไปด้วยดอกไม้นานาพรรณเขียวขจี ดวงหน้าของนางหวานล้ำดั่งเทพธิดา ทว่าแววตากลับเย็นชาดั่งคมดาบที่ไร้ปรานี รอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นอย่างแผ่วเบาเคลือบไปด้วยยาพิษที่งดงามที่สุด เป็นความงามที่สมบูรณ์แบบ ทว่าชวนให้สะพรึงกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้ สาวรับใช้มากมายหลายล้อมคอยรับใช้ นางหนึ่งคอยพัดลม อีกนางนวดบ่าไหล่ อีกนางต้องเล่นดนตรีให้นางได้รับฟัง อีกนางก็ต้องคอยรินชาเรื่อย ๆ ไม่ให้ขาด หากเป็นเช่นนั้นมีหวังต้องถูกนางสั่งโบยทันที
สาวใช้นางหนึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหานางใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลใจ“พระชายาเพคะ พระชายาหม่อมฉันมีเรื่องจะมาแจ้งเพคะ” ร่างบางค่อย ๆ ปรือตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเจี้ยวจ้าวดังเข้ามาใกล้ ๆ
“เสียงดังอะไรนักหนาไม่เห็นหรือไงว่าคนหลับอยู่” นางตวาดเสียงดังทว่าเมื่อลืมตากวาดมองไปรอบ ๆ ก็ต้องเบิกตาโพลงโต
หญิงสาวหลายคนแต่งตัวด้วยชุดโบราณอีกทั้งสถานที่อยู่ตรงนี้ก็ดูเหมือนไม่ใช่ยุคปัจจุบันสักนิด
‘เอ๊ะ ! ที่นี่มันที่ไหนกัน ฉันจำได้ว่าฉันอ่านนิยายอยู่ไม่ใช่หรือไง ? อื้ม...จำได้แล้วจู่ ๆ ระหว่างที่อ่านเกิดพายุฝนทำให้ฉันถูกฟ้าผ่าตายอย่างนั้นเหรอ? ให้ตายสิฉันยังไม่ได้ใช้ชีวิตเลย แต่เดี๋ยวนะเมื่อกี้ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเรียกฉันว่าอะไร’ ร่างเล็กคิดในใจก่อนจะเอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยความสงสัย
“เมื่อครู่ว่าอะไรนะ !!” สาวใช้แปลกใจแต่ก็รีบแจ้งเรื่องที่ตนเองรับรู้มา
“พระชายาเพคะ ดูเหมือนว่าท่านอ๋องต้องการหย่ากับพระชายา เป็นการดีเลยนะเพคะหากพระชายาได้หย่าจะได้เงินชดเชยและนำไปตั้งตัวแถมยังจะได้พบเจอกับสามีที่ดี ดีกว่าอยู่กับท่านอ๋องที่ใบ้และสติไม่ดีอย่างนี้” สาวใช้ยิ้มร่าเอ่ยออกมาราวกับว่ามันเป็นเรื่องยินดี
“ท่านอ๋องหรือ ?” ยิ่งได้ยิน ร่างเล็กยิ่งไม่เข้าใจก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังก้องออกมา
“สวัสดีฉันคือระบบ หากโฮสต์ต้องการใช้งานระบบจงเปิดระบบนี้เพื่อรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นและระบบนี้สามารถช่วยให้ท่านใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้ง่าย ๆ และจะทำให้ท่านสามารถกลับโลกเดิมได้เมื่อทำภารกิจสำเร็จ” เสี่ยวลี่เหลียวมองซ้ายมองขวาพบว่ายามนี้ทุกคนนิ่งไปกันหมดราวกับทุกอย่างหยุดไปชั่วขณะและไม่มีใครได้ยินเสียงนี้
“กลับโลกเดิมอย่างนั้นหรือ? แล้วตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน”
“ตอนนี้ท่านอยู่ในนิยายที่อ่านก่อนจะชีวิตจะหมดลมหายใจ เป็นพระชายาของอ๋องเจ็ด จางเซียวหนาน” เสี่ยวลี่ตกใจมากกว่าเดิม เรื่องความตายยังพอเข้าใจได้แต่นี่มันเรื่องอะไรกัน ระบบมิติ ทะลุมิติมาอยู่ในนิยาย หัวของเสี่ยวลี่แทบระเบิดออกมา แต่หากไม่ยอมรับภารกิจเธอก็จะไม่ได้กลับโลกปัจจุบัน
“ได้ฉันรับภารกิจ”
วูบ ...
ระบบเอาตัวรอดของพระชายาตัวร้ายเปิดการใช้งาน ภารกิจเพิ่มความโปรดปรานของพระเอก เปลี่ยนชะตาชีวิตของเจ้าของร่างเดิม สืบหาความลับในวัง โดยจะมีระบบคอยช่วยเหลือ
เสียงของระบบดังขึ้นก่อนจะเงียบไป ทุกคนกลับมาขยับกายได้ เสี่ยวลี่ในร่างของพระชายาหลินเหย่หรือไป๋หลินเหย่ กวาดสายตามอง สาวใช้ที่นำข่าวมาบอกคือสาวใช้ที่ติดตามนางมาตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งเข้าจวนอ๋อง คือจูเก่อหลิง ส่วนอีกนางที่นวดบ่าให้นางอยู่คือเสิ่นอันหนิง ทั้งสองเป็นสาวใช้มือขวา มือซ้ายที่คอยเป็นมือเป็นเท้าทำเรื่องชั่วร้ายที่พระชายาสั่งการ นางยอมแต่งงานกับอ๋องใบ้เพราะถูกฮ่องเต้บีบบังคับคล้ายกับว่าต้องการข่มอำนาจของท่านพ่อ เพราะท่านพ่อของนางเป็นขุนนางเก่าที่จงรักภักดีต่อฮ่องเต้องค์ก่อน
“จูเก่อหลิงเจ้าได้ยินเรื่องนี้มาจากที่ใด”
“ข้าได้ยินคนสนิทของท่านอ๋องพูดคุยกันเพคะ”
“ข้าจะไปหาท่านอ๋องเดี๋ยวนี้” เสี่ยวลี่ลุกขึ้นพรวด เธอจะไม่ยอมหย่าเด็ดขาดไม่อย่างนั้นจะไม่มีทางได้กลับไปยังโลกเดิม ไม่ว่าจะทำด้วยวิธีใดต้องทำทุกทางเพื่อเอาใจอ๋องใบ้ผู้นี้
‘อ๋องใบ้ สติไม่ดี ก็เหมือนคนบ้า ฮ่า ฮ่า จะยากอะไรหากจะเอาใจเขา เหมือนการเลี้ยงเด็กน้อย คล้ายกับเลี้ยงสุนัขที่ถูกทอดทิ้งไม่ยากเลยสักนิด’ เสี่ยวลี่คิดในใจเผยรอยยิ้มออกมาเพราะเธอยังอ่านนิยายไม่จบเรื่องจึงไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว ท่านอ๋องสามีของนางนั้นไม่ธรรมดา
ตอนที่ 25 กรรมตามสนอง ท้องฟ้าที่เคยสว่างสดใส บัดนี้มืดมนเหมือนชีวิตของเซียวเหยี่ยนเขาพาแม่เดินไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมายจนมาถึงศาลารับลมริมแม่น้ำ แววตาของเขาเหม่อลอย“เซียวเหยี่ยน กินสิ กินหน่อยนะ” แม่ของเขายื่นก้อนหินอยู่ที่พื้นขึ้นให้ลูกชาย สายตาของเธอคิดว่านี่คือมันเผาแสนอร่อย“ดูสิร้อน ๆ น่ากินมากเลย กินซ่ะนะจะได้เติบโตแข็งแรงและเป็นคนดี มีหน้าที่การงานที่ดี” เซียวเหยี่ยนมองมารดาที่เสียสติแต่ความรักของแม่ยังคงมีอยู่ไม่จางหาย ยิ่งทำให้เขาเจ็บร้าวไปทั้งหัวใจรู้สึกผิดที่ทำร้ายร่างกายและจิตใจของผู้เป็นแม่เพราะผู้หญิงคนเดียว เพราะความโง่บ้าตัณหา ของเขาที่ทำให้เขาสูญเสียทุกอย่างน้ำตาแห่งความเจ็บปวดขมขื่นและสมเพชตนเองหลั่งไหลออกมา รับก้อนหินจากแม่มาถือเอาไว้“แม่ ฉันขอโทษ …..ฉันขอโทษ” “ร้องไห้ทำไม อย่าร้องเลยนะหรือมีใครมารังแกบอกแม่มาเร็วแม่จะไปจัดการให้” ราวกับว่าสายตาของหยุนเฟยมองเซียวเหยี่ยนเป็นเด็กชายตัวน้อย ที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ตรงหน้า เธอดึงตัวลูกชายเข้ามากอดลูบหลังเบา ๆ พลางปลอบให้เซียวเหยี่ยนหยุดร้อง“อย่าร้องเลยนะคนดี แม่อยู่ตรงนี้แล้ว ไม่มีใครทำอะไรลูกได้ แม่จะปกป้อ
ตอนที่ 24 สูญเสียทุกอย่าง หยุนเฟยหมดเรี่ยวหมดแรงหอบแรงทั้งหมดที่มีไปแจ้งเรื่องที่อำเภอ ส่วนเซียวเหยี่ยนรีบไปที่ทำงาน ทว่าเมื่อมาถึงกลับพบว่าวันนี้โม่ชิงเหมยยังไม่มาทำงาน เขาจึงไปสอบถามที่ห้องทะเบียนเกี่ยวกับประวัติของโม่ชิงเหมย หลังจากที่รู้เรื่องของเธอใจของเซียวเหยี่ยยเย็นเยือกไปทั้งใจ โม่ชิงเหมยไม่ใช่คนร่ำรวยและยังมาจากชนบทที่ยากจนเสียยิ่งกว่าเขาอีกด้วย ประวัติของเธอด่างพร้อยชอบโกหกสร้างเรื่อง จนแทบจะโดนไล่ออกหลายครั้งเพราะไปยุ่งกับสามีชาวบ้านผิดศีลธรรม สมองของเซียวเหยี่ยนว่างเปล่า ใบหูอื้ออึงแทบไม่ได้ยินเสียงอื่นใด มีเพียงภาพเหตุการณ์มากมายที่พรุ่งพรูเข้ามาเกี่ยวกับโม่ชิงเหมย โลกของเขาแทบพังทลายลงตรงหน้า ครอบครัวแตกร้าวสมบัติชิ้นสุดท้ายถูกขโมยไม่ใช่คนอื่นใดที่ทำร้ายครอบครัวเขา แต่เป็นเขาเอง ที่ทำลายครอบครัวที่ดี ภรรยาที่ดี ลูกสาวที่น่ารักและเขายังทำตัวไม่ดีกับแม่อีก ความเสียใจประดังประเดเข้ามาไม่รู้จบ ดวงตาแดงก่ำร่ำไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด เดินกลับบ้านอย่างไร้เรี่ยวแรง เมื่อมาถึงบ้านตระกูลอู๋ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ เข้ามาช่วยหยุนเฟยหาเอกสารอาจจะไม่ได้หายไปที่ใด หยุนเฟยเห็นลูก
ตอนที่ 23 แผนร้ายของโม่ชิงเหมย หลายวันต่อมาชีวิตของเสี่ยวผิงเริ่มดีขึ้นเมื่อมาอยู่กับซูเหย่ เธอได้รับความรักการเอาใจใส่ได้กินอาหารดี ๆ ได้เสื้อผ้ารองเท้าและได้เข้าโรงเรียนใหม่ เสี่ยวผิงกลับมายิ้มสดใสร่าเริงตามวัยเช่นเคยเป็น โรงเรียนของเสี่ยวผิงอยู่ใกล้ที่ทำงานจึงเป็นเรื่องง่ายที่เธอไปรับไปส่ง ความสัมพันธ์ระหว่างซูเหย่เหมือนจะเริ่มพัฒนา เขาเข้ามาหาเสี่ยวผิงบ่อยครั้ง มาทุกครั้งก็มีของติดไม้ติดมือมาเสมอ จนทำให้เสี่ยวผิงบ่นอยากเจอลุงหานจื้ออวี่ทุกวัน ฝั่งด้านบ้านตระกูลอู๋ ตั้งแต่วันที่ซูเหย่มาพาตัวเสี่ยวผิงออกไป หยุนเฟยยังคงทำงานเหมือนเดิมแต่ทำเพียงแค่ร้านส่งผัก เท่านั้นเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง ส่วนเซียวเหยี่ยนไม่ค่อยกลับบ้านตรงเวลา หลังเลิกงานมักจะไปดื่มกับเพื่อร่วมงานเสมอ จะมีแต่โม่ชิงเหมยที่กลับมาก่อน“บ้านหลังนี้น่าเบื่อจริง ๆ เซียวเหยี่ยนที่เหมือนจะดีตอนนี้เริ่มกลายเป็นอีกคน ฉันชักจะทนไม่ไหวแล้ว อุตส่าห์หลอกว่าท้องคิดว่าแม่สามีจะหลงรัก สามีจะใส่ใจมากกว่าเดิม ในเมื่อเมินฉันแบบนี้คิดหรือว่าฉันจะทน ฮึ ฮึ อุตส่าห์แต่งงานเข้ามาในบ้านตระกูลอู๋คิดว่าจะร่ำรวยที่แท้ก็แทบจะเป็นยาจก การที่ฉัน
ตอนที่ 22 คุณลุงใจดี พลั่ก !!“ผู้หญิงไม่ต้องการฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง ซูเหย่คุณเป็นอะไรมั้ย” ชายปริศนาใบหน้าเข้มขรึมคิ้วผูกโบว์ด้วยความโมโห เอ่ยถามพลางสำรวจร่างกายของซูเหย่ ใจของเธอเต้นแรงระรัวเมื่อเห็นหน้าอีกฝ่าย“คุณหานจื้ออวี่มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรคะ ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ”“นี่ ! ไอ้นี่มันเป็นใครหรือว่าเธอเองก็แอบมีชู้ ที่หนีออกจากบ้านตระกูลอู๋เพราะไปอยู่กับผู้ชายคนนี้” เซียวเหยี่ยนลุกขึ้นปาดเลือดที่ไหลซึมออกมาจากริมฝีปากที่ถูกหานจื้ออวี่ต่อยเมื่อครู่“ฉันไม่ได้ชาติชั่วเหมือนแก อย่ามาคิดว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนตัวเอง ในเมื่อพูดไม่รู้เรื่องวันนี้ฉันจะไม่พูดอีก ฉันจะพาเสี่ยวผิงไปอยู่ด้วย ถ้าอยากฟ้องก็ยื่นเรื่องฟ้องได้เลยฉันพร้อมสู้เสมอ”“ส่วนฉันนะไม่ใช่ชู้ของคุณซูเหย่ แต่เป็นคนที่รู้ถึงคุณค่าของเธอ ถ้าจะแจ้งความเรื่องใช้ความรุนแรงก็เชิญ นี่นามบัตรของฉันแล้วให้ทนายติดต่อมา” หานจื้ออวี่ยื่นนามบัตรให้แก่เซียวเหยี่ยนก่อนจะพากันเดินจากไป เซียวเหยี่ยนโมโหจนแทบตั้งสติไม่อยู่แต่เมื่อเห็นชื่อบนนามบัตรดวงตาของเขาสั่นระริก ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาและยังเป็นท่านประธานโรงงานในเครือข่ายที่เซียวเหยี











