เข้าสู่ระบบ“หลันลี่จิน ถอนคำพูดของเจ้าเดี๋ยวนี้ หากไม่อยากถูกข้าฟ้องร้องไปที่นายตุลาการ คนตระกูลหยางหาได้เสื่อมเกียรติให้เจ้าพูดจาสนุกปาก เจ้าก็รู้ว่ากฎของตระกูลกวง ลงโทษสตรีงามเมืองถึงแก่ชีวิต ยังกล้ากล่าววาจาใส่ร้ายผู้ไม่มีความผิด”
เฟยฮวาไม่ยินยอมถูกว่าร้ายง่าย ๆ นางเป็นบุตรีอดีตแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเฮ่อ ย่อมนึกถึงศักดิ์ศรีของคนตระกูลหยางมาเป็นลำดับหนึ่ง
“ฮ่า ฮ่า มีเกียรติแล้วอย่างไร สามีกับแม่สามีไม่รักก็นับว่าไร้ค่าอยู่วันยังค่ำ ก้มมองดูสารรูปตัวเองด้วยเถิด ว่าสมควรได้รับเกียรติที่เจ้าหวงแหนหรือไม่”
ฝ่ามือเรียวยกขึ้นมาปิดปาก เพื่อไม่ให้เสียงหัวเราะดังเล็ดลอดไปไกล นางมาเพื่อยั่วยุสตรีโง่เขลาให้แตกคอกับสามี จึงต้องเก็บกิริยาอาการของตนให้ดี
“หากไม่รีบถอนคำพูด ข้าผู้นี้ก็ไม่มีสิ่งใดต้องกล่าวอีก เจ้ารอรับหมายสอบสวนจากตระกูลหยางก็แล้วกัน ข้าอยากรู้นักว่าตระกูลกวงจะยอมรับสะใภ้ที่มีคดีความติดตัวหรือไม่”สตรีผิวขาวผ่องกล่าวโต้ตอบอย่างโกรธจัด ใบหน้านวลแดงก่ำลามไปถึงใบหู เสียงหายใจของนางดังครืดคราด คล้ายคนกำลังเหนื่อยหอบอย่างไรอย่างนั้น
“อัปลักษณ์ทั้งรูปร่างหน้าตา ร่างกายต้วมเตี้ยมเชื่องช้าจนฝึกวรยุทธ์ไม่ได้ แม้กระทั่งพูดก็ยังหอบเหนื่อย สตรีเช่นนี้หรือที่แต่งเข้ามาเป็นฮูหยินเอกของรองแม่ทัพหนุ่มผู้รูปงาม อีกทั้งฐานะก็ร่ำรวย”หลันลี่จินกดเสียงต่ำพอให้ได้ยินกันสองคน เพราะกวงไป่หลงกำลังจ้องมองมาอย่างสงสัยใคร่รู้
คำกล่าวเสียดสีว่าหยางเฟยฮวาอัปลักษณ์ มีส่วนจริงเพียงแค่รูปร่างอวบอ้วนเท่านั้น ทว่าหน้าอกของนางกลมโตสวยงาม จนหลันลี่จินนึกอิจฉา ส่วนใบหน้าก็งดงามโดยไม่ต้องแต่งแต้มสิ่งใด หากไม่มองรูปร่างหยางเฟยฮวา ก็คือโฉมสะคราญผู้หนึ่ง
“ข้าจะเป็นเช่นไรก็ไม่ใช่หน้าที่ ที่เจ้าจะยกมากล่าวหรือจับผิด เวลาไม่เช้าแล้วข้าขอตัวก่อน”
สตรีผู้ถูกหยามเกียรติกล่าวจบ ก็ตั้งใจเดินออกไปให้ห่างจากสระบัว เพราะไม่อยากมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับสหายเก่า ที่มักกล่าววาจายั่วยุอยู่ร่ำไป ทุก ๆ ครั้งที่มีเรื่องกันคนไม่ถูกรักต้องกลายเป็นคนผิดมาโดยตลอด สายตาของสามีที่จ้องมองมาก็เฉยชาลงทุกวัน แต่คู่กรณีใช่จะยอมปล่อยไปโดยง่าย ในเมื่อวันนี้เป็นโอกาสดีที่สุด ในการลงมือกระทำการบางอย่าง
หลันลี่จินเอื้อมมาจับข้อมือของเฟยฮวา เพื่อดำเนินการตามแผน ทั้งยังยืนบังการกระทำอย่างพอเหมาะพอดี นางมั่นใจว่าไม่มีผู้ใดมองเห็นทั้งนั้น
“อ๊ะ! เฟยฮวาปล่อยข้านะ เหตุใดจึงมาทำร้ายกันเช่นนี้ พี่ไป่หลงช่วยข้าด้วย ฮือ…ฮือ ข้าเจ็บ”เสียงเล็กแหลมตะโกนดังไปไกลจนถึงหูของกวงไป่หลง ซึ่งยืนรอคอยอยู่อีกฝั่งของสระบัว
ร่างกำยำของรองแม่ทัพหนุ่ม ผู้ซึ่งหมั่นฝึกฝนวรยุทธ์อยู่สม่ำเสมอรีบรุดวิ่งไปยังจุดเกิดเหตุ ภาพที่เห็นคือสตรีทั้งสองคน กำลังยื้อยุดฉุดกระชากลากกัน เขาเห็นหยางเฟยฮวากำลังบิดข้อมือหลันลี่จินอย่างโกรธเคือง ภรรยาผู้เจียมตัวกำลังทำร้ายผู้อื่นเช่นนั้นหรือ!
ตูม…..เสียงน้ำในสระบัวสาดกระเซ็น ก่อนที่กวงไป่หลงจะวิ่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ยามนี้เขาเห็นเพียงสองร่างที่ลอยคว้างอยู่กลางสระบัว
“กรี๊ดดดดด!!”สตรีทั้งสองคนกรีดร้องประสานเสียงกันดังลั่นสระบัว ต่างฝ่ายต่างพยายามลอยตัวขึ้นบนผิวน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด น้ำในสระบัวทั้งเย็นทั้งลึก หากเลือกได้คงไม่มีผู้ใดอยากลงไปลอยคออยู่ในนั้น แม้กระทั่งตัวการของเรื่อง ยังหวาดกลัวจนสีหน้าซีดเผือด
สตรีผู้คิดแผนการตื้น ๆ นี้ขึ้นมาเพราะอยากกลั่นแกล้ง ให้อีกฝ่ายถูกสามีตำหนิติเตียน ดังเช่นทุกครั้งที่ทะเลาะวิวาทกัน แต่หลันลี่จินพลาดออกแรงของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นต้น ขณะกำลังตกลงไปในสระบัว จึงเป็นเหตุให้สตรีทั้งสองลอยไกลไปถึงกลางสระ ซึ่งลึกกว่าจุดอื่นอยู่มาก
กวงไป่หลงมาเห็นตอนที่หลันลี่จิน กำลังตะเกียกตะกายว่ายน้ำด้วยท่าทีตื่นตระหนก เมื่อหันไปมองหยางเฟยฮวา ก็เห็นนางกำลังพยุงร่างกายเพื่อว่ายน้ำเข้าฝั่งอย่างชำนาญไร้ท่าทีตกใจ
“พี่ไป่หลงช่วยข้าด้วย อึก! อึก!”หลันลี่จินดิ้นรนอยู่กลางสระ ด้วยสภาพตื่นตระหนกตกใจสุดขีด
เมื่อตัดสินใจได้รองแม่ทัพหนุ่ม จึงตัดสินใจกระโดดลงไปช่วยสตรีที่สภาพย่ำแย่กว่า และเลือกปล่อยให้ภรรยาเผชิญชะตากรรมด้วยตนเอง!
ตูม!…..
ร่างสูงใหญ่กระโดดลงน้ำ แล้วรีบว่ายน้ำเข้าไปใกล้น้องสาวข้างจวนด้วยท่าทีห่วงใย สายตาที่เขาจ้องมองสตรีอื่นตกอยู่ในอันตรายช่างร้อนรนกระวนกระวาย จนคนแอบมองใจเจ็บซ้ำเติมลงแผลเดิม ซึ่งไม่เคยได้รับการรักษาเลยสักครั้ง
ผู้ไม่ถูกเลือกปล่อยให้น้ำตา ซึ่งพยายามเก็บกลั้นไว้ก่อนหน้านี้ให้ไหลออกมา แต่สองขาอวบใต้น้ำก็พยายามพยุงตัว เพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้ นางยังมีครอบครัวให้นึกถึง ท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่ชาย ก็ห่วงใยกันอยู่เสมอมา จะตายเพราะตกน้ำไม่ได้เด็ดขาด
หยางเฟยฮวาว่ายน้ำเก่ง เพราะบิดาฝึกสอนให้มาแต่เยาว์วัย จึงไม่เป็นกังวลในระยะทางจากขอบฝั่ง ซึ่งนับว่าไกลพอสมควร ถึงแม้น้ำจะลึกมากก็ตาม แต่วันนี้คงเป็นคราวเคราะห์ของนาง เมื่อมีบางอย่างใต้น้ำ กำลังเกี่ยวรัดฉุดรั้งต้นขาอวบ ไม่ให้เคลื่อนไหวไปมาได้อย่างอิสระ
“ท่านพี่ ชะ…ช่วยข้าด้วย”
ลำคอของผู้ร้องขอชีวิตจมอยู่ใต้น้ำลึก เสียงที่เปล่งออกไปจึงแผ่วเบาเกินกว่าจะเข้าใจ ไม่มีผู้ใดได้ยินคำอ้อนวอนจากคนใกล้ตายเลยสักคน
“ท่านพี่ช่วยด้วย ฮึก! ฮึก! ขาของข้าขยับไม่ได้มีบางอย่างเกี่ยวเอาไว้”
ผู้ไม่ถูกเลือกพยายามลอยคอขึ้นเหนือน้ำ เพื่อส่งเสียงวิงวอนร้องขอความช่วยเหลือจากสามี สายตาพร่ามัวมองเห็นกวงไป่หลง กำลังช่วยพยุงหลันลี่จินให้รอดชีวิต ขาทั้งสองข้างซึ่งถูกบางอย่างพันธนาการเอาไว้พยายามสะบัดไปมา เพื่อเคลื่อนไหวรอคอยให้สามีกลับมาช่วยเหลือ แต่เขาก็ไม่มาทั้ง ๆ ที่ช่วยพาหลันลี่จินว่ายน้ำไปใกล้ฝั่งแล้ว!
กวงไป่หลงโอบกอดร่างหลันลี่จินไว้แนบกาย แล้วพาว่ายน้ำเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย เขาเป็นทหารผู้มีวรยุทธ์ขั้นกลาง เรื่องเพียงเท่านี้จึงไม่เหนือบ่ากว่าแรง สายตาก็เหลือบมองภรรยาคล้ายขอลุแก่โทษ
“ท่านพี่มาช่วยข้าด้วย!”
เสียงสั่นเครือพยายามตะโกนออกไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อเห็นสายตาคมกริบจ้องมองมา แต่ก็ต้องผิดหวังอีกครั้ง แน่ชัดแล้วว่าเขาไม่มา!
เรี่ยวแรงของผู้พยายามเอาชีวิตรอดด้วยตนเอง ใกล้จะหมดลงทุกที ประกอบกับกำลังใจในการมีชีวิตติดลบ จนยากเกินกว่าจะทำใจ หัวใจของเฟยฮวาถูกแช่แข็งจนหนาวเหน็บ ไม่แพ้ร่างกายที่แช่อยู่ในสระบัว
จิตใจของภรรยาผู้ทนแบกรับแต่ความผิดหวัง จากการกระทำของสามีซ้ำแล้วซ้ำเล่ามานานนับปี แหลกสลายคล้ายผงธุลีเมื่อถูกเผาไหม้ ก่อเกิดเป็นความคิดอยากลาจากไปเสียให้พ้นทาง บุรุษและสตรีที่กำลังประคองกอดรัดกันอย่างแนบแน่น
แขนและขาทั้งสองข้าง ซึ่งก่อนหน้านี้พยายามกวัดแกว่งพยุงตน ให้ลอยเหนือผืนน้ำ จึงหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวอีกต่อไป นางหมดหวังหมดสิ้นศรัทธาในรัก และมองไม่เห็นทางรอดของตนเอง ร่างกายหนักอึ้งตรึงอยู่กับกอบัว ความตายคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที
“ทะ…ท่านพี่ เหตุใดจึงเลือกทอดทิ้งข้า”เฟยฮวาอ้อนวอนและตัดพ้อสามีเป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่ร่างกำลังจมลึกลงไปในสระบัว
‘จบสิ้นกันเสียที หลังจากนี้ข้าจะไม่ถูกผู้ใดย่ำยีหัวใจอีกแล้ว’
‘ลาก่อน ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาม หากชาติหน้ามีจริงข้าขอมีหัวใจที่เข้มแข็งกว่านี้ และจะมีชีวิตอยู่เพื่อครอบครัวของเราเท่านั้น’
ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมยอมรับความตาย น้ำเย็นเฉียบกำลังไหลทะลักเข้าจมูกจนแสบไปหมด ผู้ที่ยอมจากลาปล่อยให้น้ำไหลเข้าร่างกายโดยไม่ยอมกลั้นหายใจ สิ้นใจเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ศีรษะของคนจำยอมในชะตาชีวิต จมลงไปอยู่ใต้ผืนน้ำจนมองไม่เห็นแม้กระทั่งเส้นผม
ทันใดนั้นบริเวณรอบสระบัว ก็เกิดลมพายุหมุนขนาดย่อมผิวน้ำบริเวณใกล้จุดที่หยางเฟยฮวาจมลงไป ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเกิดเป็นแรงกระเพื่อมวงใหญ่ โดยไม่มีผู้ใดมองทันว่าเกิดจากสิ่งใด
กวงไป่หลงสะดุ้งตกใจเสียงน้ำสาดกระเซ็น สายตาพร่ามัวเพราะสายน้ำสาดเข้าตาเขาพยายามจ้องมอง ไปตรงจุดที่ภรรยาลอยคออยู่ก่อนหน้า ก็พบเพียงความว่างเปล่า หัวใจของเขาแทบหล่นไปอยู่ตาตุ่ม
หกปีผ่านไป…ท่ามกลางธรรมชาติงดงาม ซึ่งมีภูเขาน้อยใหญ่ห้อมล้อมอย่างลงตัว มีเรือนขนาดกลางหลังหนึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา เรือนหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวของจักรพรรดิผู้ปกครองแคว้นเฮ่อทว่าเจ้าตัวมีภารกิจรัดตัวยิ่งกว่าคนอื่น ๆ จึงไม่ค่อยมีโอกาสมาพักผ่อนที่เรือนน้ำพุร้อนแห่งนี้สักเท่าไหร่ มีเพียงหลานชายกับหลานสะใภ้ที่เทียวมาพักทุกปี บางปีก็มากันหลายครั้ง“ท่านพี่วันนี้พวกเราไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ ป่านนี้เด็ก ๆ คงชะเง้อคอรอคอยกันใหญ่แล้ว ท่านพาข้ามาเที่ยวสามวันสามคืนแล้วนะเจ้าคะ”หยางเฟยฮวาคุณแม่ลูกสาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เพราะพึ่งขึ้นควบขี่ม้าศึกทวนใหญ่อยู่นานสองนาน กว่าสามีจะยอมสงบนางก็เกือบเอวเคล็ด สามีติดใจท่วงท่าร่อนเอวยิ่งกว่าท่วงท่าอื่น ๆ จึงต้องขึ้นโยกขยับอยู่ทุกคืน ผ่านพ้นมาหกปีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้พักเขาบอกว่าจะพามาเที่ยวชมธรรมชาติ แต่นางยังไม่มีโอกาสสวมใส่อาภรณ์เลยสักวัน เดินทางมาถึงเรือนน้ำพุร้อนธรรมชาติในช่วงบ่ายของวัน สามีวัย40ปีผู้ที่แข็งแรงไม่ต่างจากหนุ่ม ๆ ก็ชวนทำกิจกรรมกระชับสัมพันธ์ในที่ร่มตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ขึ้นร่อนจนขาสั่นก็ลงมานอนกางขารับบทผู้ถูกกระทำต่ออีกห
ขณะที่ก้าวเท้าเข้าสู่ท้องพระโรงในพระราชวัง หยางเฟยฮวาก็ถูกเสียง ๆ หนึ่งก่นด่าด้วยความไม่พอใจ นางเดินเข้างานเพียงลำพังเพราะอยากมาเตรียมการบางอย่างล่วงหน้าสวีเยี่ยนหลงมาส่งถึงหน้าประตูท้องพระโรง ก็ต้องรีบปลีกตัวไปประชุมลับ กับหน่วยองครักษ์ประจำพระองค์ ทางด้านคนตระกูลหยางก็กำลังทะยอยลงจากรถม้า แล้วเดินตามกันมาในภายหลังหยางเฟยฮวานึกโครงสร้างของท้องพระโรงไม่ออก จึงขอเดินเข้ามาสำรวจและสอดแนมก่อนคนอื่น ๆ ในขณะที่กำลังหาจุดอับเพื่อหลบสายตาผู้คน ก็ได้ยินเสียงน่ารำคาญดังขึ้น“เอ๊ะ! มาขวางทางข้าทำไม ไม่รู้หรือว่าข้าคือผู้ใด แล้วเจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงกล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งสำคัญ”“พูดมากจริงเชียว เบิกตาขึ้นกว้าง ๆ แล้วมองดูว่าข้าคือใคร ไม่ใช่สักแต่ด่าผู้อื่นไปเรื่อย ข้าหยางเฟยฮวาสหายรักของเจ้าอย่างไรเล่าหลันลี่จิน หากคนตระกูลหยางไม่กล้าเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งนี้ แล้วตระกูลใดจะกล้าเข้ามา ตระกูลหลันเช่นนั้นหรือ”“หยางเฟยฮวา เหตุใดเจ้าจึง…”“งดงามใช่หรือไม่ ข้าก็แค่ลดความอ้วนแปลกตรงไหน ปกติก็ใบหน้าสวยหวานอยู่แล้ว มีแต่เจ้าที่ชอบหลอกตัวเองว่าข้าอัปลักษณ์ งามไม่เท่าเลยต้องสะกดจิตตัวเองว่างามกว่า ข
สิ้นเสียงคำบอกกล่าว ร่างอวบอิ่มก็ขึ้นคร่อมทับอยู่ด้านบน เพราะเรียนรู้มาบ้างแล้วว่าท่วงท่าลักษณะเช่นนี้เจ็บแต่จบ และสามารถค้นหาจุดเสียวซ่านได้เร็ว ไม่ต้องรั้งรอให้เจ็บซ้ำ ๆ จนหมดอารมณ์อาศัยช่วงที่คนตัวโตนอนหลับตาซึมซับความสุข นางก็กดแทรกใจกลางบุปผาอวบอูมตรงรอยแยกปริ่มน้ำ ให้ครอบครองกลืนกินแท่งทวนขนาดใหญ่ในครั้งเดียว!กึก! พรวด!เสียงฉีกขาดของเส้นแบ่งกั้นความหฤหรรษ์ ความรู้สึกเจ็บแสบแล่นปราดไปทั่วกายสาว ทางด้านเจ้าของแท่งทวนตัวการสำคัญก็เจ็บเช่นกัน เพียงแค่เจ็บไม่มากเท่าคนที่ถูกสอดแทรกเข้าไปจนมิดด้าม“โอ๊ย! ท่านพี่ข้าเจ็บ”คนใจกล้าตัวสั่นระริกเพราะเจ็บร่องคับแคบจนพูดไม่ออก แต่ความเจ็บปวดเพียงเท่านี้ ไม่สามารถฉุดรั้งห้วงอารมณ์สวาทให้ดับมอดลงได้หรอก นางยังอยากไปต่อเพื่อค้นหาความสุขสมในอนาคตอันใกล้นี้ ‘ร่อนไม่แตกอย่าได้เรียกนางว่าหยางเฟยฮวา’“อา..ฮวาเอ๋อร์ เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บมากหรือไม่”มือใหญ่ช่วยยกสะโพกผายให้ลอยขึ้น เพราะเกรงว่านางมารจอมยั่วสวาทจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ต้องสูดปากเสียงดังเมื่อคนข้างบนไม่ยอมหยุดพัก ทั้งยังร่อนเอวด้วยท่วงท่าพลิ้วไหวน่ามอง“ซี๊ด!…ฮูหยิน อืม…”สวีเยี่ยนหลงยอมรับค
สวีเยี่ยนหลง เดินเข้ามาอุ้มเรือนร่างอวบอิ่มขาวโพลน แล้วจับให้นั่งลงบนตักแกร่งในท่าหันหลังพิงอกเขา โดยที่สายน้ำอยู่ในระดับพอท่วมปลายถันพอดี มือสากระคายก็เริ่มทำหน้าที่ประจำของมัน จนเรียกได้ว่าเชี่ยวชาญด้านการนวดคลึงเป็นที่สุด“ท่านอาจารย์ตรงนั้น มันเอ่อ…ตั้งตรงจนทิ่มขาข้า”“เรียกข้าว่าท่านพี่เถิดฮวาเอ๋อร์ หลังจากคืนนี้เจ้าคือฮูหยินของแม่ทัพใหญ่โดยสมบูรณ์”“ท่านพี่เจ็บหรือไม่เจ้าคะ แข็งมากถึงเพียงนั้น”เสียงอ่อนหวานกระซิบยั่วเย้าปลุกกำหนัดคนตัวโต“เจ็บและฮวาเอ๋อร์ต้องช่วยให้หายเจ็บ มันอาจจะตั้งอยู่แบบนี้ทั้งคืนก็อย่าได้ถือสา แค่ร้องครางหวาน ๆ สามีก็พอใจแล้ว”“เช่นนั้นต้องนั่งท่านี้ อา…อย่าพึ่งเบียดเข้ามานะเจ้าคะเดี๋ยวเจ็บ”ร่างอวบอิ่มพลิกกลับมานั่งคร่อมตักแกร่ง ในท่านั่งหันหน้าเข้าหากัน แต่ก็เอ่ยร้องห้ามปรามเมื่อสิ่งที่กำลังตั้งชูชันอยู่ใต้น้ำ กำลังสัมผัสโดนจุดที่ไวต่อความรู้สึกเข้าพอดี“ทำอย่างไรจึงจะไม่เจ็บเล่า จูบกันก่อนดีหรือไม่”เสียงทุ้มเอ่ยถามลองใจคนช่างยั่ว“ต้องถามด้วยหรือเจ้าคะ”ใบหน้าหวานเงยหน้าท้าทายสายตาหื่นกระหายที่จ้องมองมา“ฮวาเอ๋อร์ข้าจะกลืนกินเจ้าให้สมกับที่เจ้ายั่วข้าทุก
“กวงจื่อหมิง กวงไป่หลง วันนี้ตระกูลหยางกำลังจัดงานหมั้นของหยางเฟยฮวากับคนรักของนาง ข้าผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิงขอเชิญพวกเจ้าเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ แต่หากไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”หยางจิ้งถงเอ่ยเชิญสหายสนิทกับอดีตบุตรเขย เข้าร่วมงานเลี้ยงหมั้นหมายของบุตรสาว เขาออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตนเอง จึงต้องเอ่ยเชิญไปตามมารยาท ถึงแม้ในใจจะอยากเชิญเพียงสหายก็ตาม“เฟยฮวากำลังหมั้นหรือขอรับท่านอา”กวงไป่หลงรีบซักถามอย่างร้อนใจ ความรู้สึกของเขายามนี้เต็มไปด้วยความเสียดายและเสียใจน้ำเสียงของรองแม่ทัพหนุ่มร้อนรนและหมดหวัง จนกวงจื่อหมิงผู้เป็นบิดานึกสงสาร ที่พวกเขามาเยือนตระกูลหยางในวันนี้ เพราะบุตรชายร้องขอให้ช่วยพูดกับอดีตลูกสะใภ้ ให้นางหวนกลับคืนมารับตำแหน่งฮูหยินเอกรองแม่ทัพดังเดิม“อืม เป็นเช่นนั้น คงไม่ผิดอะไรเพราะนางก็ไร้พันธะ ทางด้านบุรุษที่มาขอหมั้นหมายก็ไม่รังเกียจเรื่องหย่าร้าง ทั้งสองคนต่างมีใจให้กันและพร้อมใช้ชีวิตร่วมกัน”หยางจิ้งถงถือโอกาสนี้กล่าวตอกย้ำอดีตบุตรเขยสักหน่อยเถิด ทำสีหน้าท่าทางเสียดายให้ผู้ใดมอง เขาไม่เอากำปั้นทุบหน้าขาว ๆ ก็ดีมากเท่าไหร่ เพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของสองตระกูล และ
“นั่นปะไร! ข้าคิดเอาไว้ไม่มีผิด”บุตรชายคนโตตระกูลหยาง ซึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับน้องสาวเอ่ยขึ้นเสียงดัง เมื่อได้ยินในสิ่งที่ตรงกันกับคำบอกกล่าวของน้องชายฝาแฝดทั้งสองที่รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียง จึงไม่ได้เดินออกมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกับครอบครัว“ข้ากับฮวาเอ๋อร์มีใจให้กันขอรับ ข้าพึงใจนางตั้งแต่มีโอกาสสอนวรยุทธ์ให้บุตรสาวคนเก่งของพวกท่าน วันนี้ข้าอยากหมั้นหมายจับจองหยางเฟยฮวาเอาไว้ก่อน และจะจัดงานแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”สายตาคมกริบสบสายตาเข้ากับดวงตาดำขลับ ของสตรีที่เขารักและอยากแต่งงานด้วยเพียงผู้เดียว เกิดมาจนกระทั่งอายุ35ปี ก็พึ่งคิดอยากมีคนอยู่ข้างกาย ทั้งยามสุขและยามทุกข์ หากไม่ใช่หยางเฟยฮวาผู้นี้ เขาคงครองตนเป็นโสดไปตลอดชีวิตชีวิตของเขาไม่มีผู้ใดบังคับเรื่องการแต่งงาน แม้กระทั่งฮ่องเต้ผู้มีศักดิ์เป็นท่านน้าก็ไม่กล้าบังคับ เฮ่อจิ่นเทียนฮ่องเต้เป็นน้องชายต่างมารดาขององค์หญิงเฮ่อจินเหมย มารดาผู้จากลาของเขานั่นเองทำตัวเป็นโจรเด็ดบุปผามาหลายคืน วันนี้โอกาสเหมาะสมเขาจึงบอกกล่าวความจริงให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงรับรู้อย่างเป็นทางการ จะได้รีบเร่งแต่งฮูห







