ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก

ข้าน่ะหรือแย่งบุรุษของนางเอก

last updateآخر تحديث : 2025-04-13
بواسطة:  ไฉ่เลี่ยงหรงمكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
10
4 تقييمات. 4 المراجعات
117فصول
13.6Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เกิดมาพร้อมกับความทรงจำในชาติก่อนยังไม่พอ ยังต้องเกิดเป็นคู่หมั้นชินอ๋องซื่อจื่อที่เป็นถึงพระเอกสุดท้ายก็ถูกตัวร้ายฆ่าตายเพื่อบูชาความรักที่แสนโง่งม เพื่อเอาชีวิตรอดจึงพยายามหลีกเลี่ยงตัวซวยผู้นั้น ข้าว่าข้าอยู่เฉยๆ ไม่ได้ล่อลวงอันใดบุรุษพวกนั้น แต่เหตุใดบุรุษที่ควรจะถูกนางเอกดอกบัวขาวล่อลวง กลับเอาแต่บังเอิญมาเจอนางอยู่ร่ำไป หากเป็นเช่นนี้ต่อไป คนงามอย่างนางก็ลำบากใจน่ะสิ ..................................... “ชินอ๋องซื่อจื่อ พระองค์จะเอาแต่ใจเช่นนี้ไม่ได้ พระองค์ไม่มีสิทธิ์มาห้ามหม่อมฉัน” ตัวซวยผู้นี้เหตุใดถึงได้หน้าหนาหน้าทน นางแสดงตัวว่าไม่อยากอยู่ใกล้มากถึงเพียงนี้ ก็ยังดื้อรั้น “หึ” กล่าวถึงสิทธิ์หรือ หากตอนนั้นนางไม่เอ่ยปฏิเสธคำของบิดาเข้าด้วยท่าทางไร้เดียงสา วันนี้เขาและนางก็คงได้กลายเป็นคู่หมั้น ++++++++++++++++++++++++

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 เกือบไปแล้ว (1/4)

1

เกือบไปแล้ว

           

            ผ่านมาเกือบเจ็ดปีแล้วที่พี่ชายผู้นี้ทำหน้าที่เป็นทั้งบิดาและมารดาให้นางเพราะตั้งแต่มารดาตาย บิดาจึงอาสาไปออกรบเกือบสามปีกว่าจะสิ้นลมในสนามรบ และก็เป็นเวลาสิบสี่ปีที่นางได้มาเกิดใหม่ในโลกแห่งนี้ซึ่งตามความเข้าใจของนางมันคือโลกนิยาย

            ทั้งยังเป็นหนึ่งในนิยายที่นางได้อ่านก่อนจะตายเพราะเดินข้ามทางม้าลายแล้วถูกรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ไร้จิตสำนึกชนล้มหัวกระแทกฟุตบาทตายอนาถ แม้จะงุนงงอยู่สักเล็กน้อยที่จู่ๆ ก็ได้มาเกิดใหม่ในที่แห่งนี้ แต่ก็คิดเข้าข้างตนเองว่าคงเป็นเพราะก่อนตายเพียงสองวันนางได้บริจาคเงินหนึ่งร้อยหยวนให้กับวัดที่เดินผ่านทุกวัน ด้วยผลบุญนั้นจึงนำพาให้นางได้มาเกิดใหม่โดยไม่ต้องไปเดินเล่นในนรกก่อน

            ใช่แล้ว การมาที่โลกแห่งนี้ของนางไม่ได้ทะลุมิติหรือตายแล้วมาเข้าร่างผู้อื่นเช่นนางเอกนิยายที่เคยอ่าน แต่เป็นการที่นางตายจากแล้วเกิดใหม่โดยเริ่มตั้งแต่เป็นทารก ผ่านร้อนผ่านหนาวกว่าจะกลายเป็นแม่นางน้อยวัยใกล้ปักปิ่นผู้นี้

            “พี่ใหญ่ข้าขอไปร่วมงานจิบชาชมดอกไม้ที่จวนหลิวมิได้หรือเจ้าคะ” จางชิงหนี่ว์ส่งสายตาออดอ้อนพี่ชาย

            “มิได้ งานนี้เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อให้บุรุษและสตรีได้พบปะพูดคุยกัน”

            “ข้าก็เป็นสตรีนี่เจ้าคะ เหตุใดข้าถึงไปไม่ได้”

            “เพราะเจ้ายังไม่ปักปิ่น สตรีที่เข้าร่วมงานมีแต่สตรีที่พร้อมออกเรือน” จางชิงเทียนพูดจาหว่านล้อมน้องสาวไม่ให้เข้าร่วมงานนี้

            “งานนี้ชินอ๋องซื่อจื่อเข้าร่วมด้วยใช่หรือไม่ หัวเด็ดตีนขาดอย่างไร ท่านถึงไม่ยอมให้ข้าไปร่วมงาน”

            “เจ้าเห็นพี่เป็นคนเช่นไร”

            “ก็เป็นพี่ชายที่หวงน้องสาวมากอย่างไรเจ้าคะ ข้าบอกท่านกี่ครั้งแล้วว่านั่นเป็นเพียงความคิดในวัยเด็ก พอโตมาข้าก็รู้แล้วว่าข้าไม่คู่ควรกับเขา” ใครจะอยากครองคู่กับพระเอกผู้นั้นกันเล่า มิเช่นนั้นนางคงทูลขอฮ่องเต้ที่เอ่ยถามความต้องการของนางเพื่อเป็นการปลอบประโลมที่บิดาตายในสนามรบ

            บทบาทเดิมที่นางถูกกำหนดให้เป็นคู่หมั้นพระเอกที่สุดท้ายต้องตายเพราะฝีมือตัวร้ายที่หลงรักนางเอก โดยจัดฉากสังหารนางให้คล้ายกับว่าโดนโจรป่าปล้นรถม้าแล้วถูกฆ่าตาย ช่างเป็นตัวร้ายที่น่ารังเกียจยิ่งสังหารสตรีไร้ทางสู้เพื่อเทิดทูนความรักที่ไม่อาจสมหวังของตน

            ส่วนนางเอกผู้นั้นก็เป็นสตรีชาเขียว คนเขามีคู่หมั้นอยู่แล้วก็ยังมาแย่ง แต่ก็เป็นดังที่ใครต่อใครว่า ปรบมือข้างเดียวมันไม่ดังหากชินอ๋องซื่อจื่อผู้นั้นไม่ให้ความร่วมมือ สตรีใดจะมาแย่งไปได้

            ตามเนื้อหาเดิมมันควรจะเป็นเช่นนั้น นางควรจะได้หมั้นกับชินอ๋องซื่อจื่อตามความต้องการของท่านปู่ที่อยากให้นางได้มีคู่หมายดีๆ หลังจากที่ต้องสูญเสียบิดาและมารดาในเวลาไล่เลี่ยกัน

            แต่เพราะในตอนนั้นนางที่ยังจดจำเรื่องราวที่เคยอ่านมาได้เอ่ยปากปฏิเสธไม่ยอมหมั้นตามที่ท่านปู่ทูลขอฮ่องเต้พร้อมทั้งบอกว่าหากฮ่องเต้อยากมอบรางวัลปลอบประโลมที่ต่อจากนี้จะไม่มีบิดามารดาคอยดูแล นางทูลขอราชโองการให้สามารถเลือกคู่ครองได้เอง และเพราะเป็นคำขอจากปากเด็กน้อยวัยสิบขวบ ฮ่องเต้จึงตอบรับด้วยความเอ็นดู ส่วนพี่ชายที่ตอนนั้นอายุเพียงสิบเจ็ดปีก็ได้เข้าไปช่วยงานในวังหลวงเป็นผู้ช่วยขุนนางเพราะเจ้าตัวกล่าวว่าไม่อยากเป็นแม่ทัพตามรอยบิดาเนื่องจากเป็นห่วงน้องสาว ก่อนจะได้รับตำแหน่งราชเลขาธิการหลังจากสวมกวาน[1]เพียงหนึ่งปี

            เพราะกลัวว่ายิ่งเติบโตขึ้นนางก็จะยิ่งหลงลืมเรื่องราวในโลกเก่ารวมทั้งนิยายที่เคยอ่านมาด้วยเหตุนี้ตอนสิบขวบที่นางยังไม่ได้เรียนเขียนอักษรเพราะขี้เกียจโดยบุรุษตระกูลจางต่างก็ตามใจไม่บีบบังคับ แต่จู่ๆ หากเขียนเองได้ก็จะดูแปลกเกินไป จึงได้เอ่ยปากขอพี่ชายให้สอนเขียนคำว่า ‘แต่งชินอ๋อง’ และ ‘ตาย’ เพื่อความแนบเนียนนางจึงต้องขอให้พี่ชายสอนสองคำนี้แยกกัน เป็นเหตุให้ต้องหาข้ออ้าง

            แล้วข้ออ้างนั้นก็คือนางเห็นพระเอกผู้นั้นได้ช่วยเด็กน้อยที่กำลังจะถูกรถม้าชนเอาไว้ได้จึงชื่นชอบเลยขอพี่ชายให้ช่วยสอนคำว่า ‘แต่งชินอ๋อง’ ให้ และด้วยเหตุนี้ จางชิงเทียนจึงไม่ใคร่ชอบหน้าชินอ๋องซื่อจื่อผู้นั้นเท่าใด ราวกับกลัวบุรุษผู้นั้นจะมาแย่งน้องสาวที่น่ารักน่าเอ็นดูอย่างนางไป

            “เจ้าคิดเช่นนั้น แต่พี่กลัวเจ้าถูกชินอ๋องซื่อจื่อผู้นั้นล่อลวงอีกครา” เพราะบุรุษผู้นั้นนอกจากจะรูปงามแล้วยังเก่งกาจ จนเขาเจอหน้าเมื่อใดก็รู้สึกไม่สบอารมณ์

            เขาไม่มีทางยกน้องสาวให้บุรุษน่าตายผู้นั้นหรอก...

[1] สิ่งที่ชนชั้นสูงชาวจีนในสมัยโบราณใช้ครอบรัดมวยผม

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

Pat M.
Pat M.
แกงค์นางเอกกับแกงค์พระเอกน่ารักมากกกก อ่านเพลินๆฟินๆ ไม่มีดราม่า สนุก ตลก แนะนำ
2026-03-19 20:42:03
0
0
มู๋อ้วนนนนน น๊จ๊
มู๋อ้วนนนนน น๊จ๊
สนุกดีชอบพระเอกที่ไม่มีเมียเยอะแบบนี้
2025-10-05 23:32:15
1
1
Yingluck Thalangdee
Yingluck Thalangdee
มาติดตามจ้า
2025-04-23 08:19:40
1
1
Tassanawadee
Tassanawadee
สนุกมากค่ะ อัพเยอะๆนะคะ
2025-04-11 16:46:31
1
1
117 فصول
บทที่ 1 เกือบไปแล้ว (1/4)
1เกือบไปแล้ว ผ่านมาเกือบเจ็ดปีแล้วที่พี่ชายผู้นี้ทำหน้าที่เป็นทั้งบิดาและมารดาให้นางเพราะตั้งแต่มารดาตาย บิดาจึงอาสาไปออกรบเกือบสามปีกว่าจะสิ้นลมในสนามรบ และก็เป็นเวลาสิบสี่ปีที่นางได้มาเกิดใหม่ในโลกแห่งนี้ซึ่งตามความเข้าใจของนางมันคือโลกนิยาย ทั้งยังเป็นหนึ่งในนิยายที่นางได้อ่านก่อนจะตายเพราะเดินข้ามทางม้าลายแล้วถูกรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ไร้จิตสำนึกชนล้มหัวกระแทกฟุตบาทตายอนาถ แม้จะงุนงงอยู่สักเล็กน้อยที่จู่ๆ ก็ได้มาเกิดใหม่ในที่แห่งนี้ แต่ก็คิดเข้าข้างตนเองว่าคงเป็นเพราะก่อนตายเพียงสองวันนางได้บริจาคเงินหนึ่งร้อยหยวนให้กับวัดที่เดินผ่านทุกวัน ด้วยผลบุญนั้นจึงนำพาให้นางได้มาเกิดใหม่โดยไม่ต้องไปเดินเล่นในนรกก่อน ใช่แล้ว การมาที่โลกแห่งนี้ของนางไม่ได้ทะลุมิติหรือตายแล้วมาเข้าร่างผู้อื่นเช่นนางเอกนิยายที่เคยอ่าน แต่เป็นการที่นางตายจากแล้วเกิดใหม่โดยเริ่มตั้งแต่เป็นทารก ผ่านร้อนผ่านหนาวกว่าจะกลายเป็นแม่นางน้อยวัยใกล้ปักปิ่นผู้นี้ “พี่ใหญ่ข้าขอไปร่วมงานจิบชาชมดอกไม้ที่จวนหลิวมิได้หรือเจ้าคะ” จางชิงหนี่ว์ส่งสายตาออดอ้อนพี่ชาย “มิได้
اقرأ المزيد
บทที่ 1 เกือบไปแล้ว (2/4)
เขาไม่มีทางยกน้องสาวให้บุรุษน่าตายผู้นั้นหรอก... “พี่ชายเห็นข้าเป็นสตรีเช่นไรเจ้าคะ ข้าไม่ได้ถูกล่อลวงง่ายดายเช่นนั้น ให้ข้าไปร่วมงานที่จวนหลิวเถิดนะเจ้าคะ” หากนางไปล่อลวงบุรุษอื่นเข้าจวนน่ะก็ไม่แน่ “เจ้าอยากไปจริงๆ หรือ” “ข้าอยากไปจริงๆ เจ้าค่ะ” นางอยากเห็นฉากที่พระเอกนางเอกเจอกันครั้งแรก อยากเห็นภาพที่บรรยายว่า ‘เพียงได้พบหน้าสบตาทุกอย่างรอบตัวก็ราวกับหยุดหมุน’ “เช่นนั้นก็ได้ เจ้าต้องอยู่ข้างๆ ไม่ห่างจากพี่เข้าใจหรือไม่” จุดประสงค์ของงานชมดอกไม้คือต้องการให้บุรุษสตรีได้พบเจอพูดคุยกันหวังสานสัมพันธ์ ซึ่งน้องเล็กยังไม่ถึงเวลาที่ต้องทำเช่นนั้น “เจ้าค่ะ พี่ใหญ่ของข้าน่ารักที่สุด” นางยิ้มดีใจก่อนจะโผเข้าไปกอดพี่ชาย ซึ่งคนเป็นพี่ก็ได้แต่ลูบหัวอย่างอ่อนโยน ปีหน้านางก็คงโผกอดเขาเช่นนี้มิได้แล้ว เพราะคำว่า ‘เหมาะสม’ ในสายตาผู้อื่นเพียงคำเดียว แม้จะเป็นพี่น้องที่รักใคร่กัน แต่หากเติบโตถึงวัยออกเรือนก็จะสนิทสนมกันดังเช่นแต่ก่อนไม่ได้ เรื่องนี้ทำให้คุณชายใหญ่จางไม่ชอบใจอยู่มาก “วันนี้เจ้า
اقرأ المزيد
บทที่ 1 เกือบไปแล้ว (3/4)
          แม้ในจวนของอดีตแม่ทัพประจิมที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นจวนท่านราชเลขาฯ แล้วจะไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทองเพราะยังมีท่านราชครูจางคอยเกื้อหนุน แต่คุณหนูของเขาก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาวาดภาพบุรุษขายเพื่อหาเงิน                       เนิ่นนานเท่าใดไม่รู้ที่จางชิงหนี่ว์วาดภาพสลับกับลอบมองบุรุษในลานฝึกวรยุทธ์ผ่านพุ่มไม้            แปะ แปะ แรงสะกิดของใครบางคนดึงความสนใจของนาง แต่เพราะคิดว่าคนที่สะกิดคือผู้คุ้มกันของตน นางจึงตอบกลับไปสั้นๆ โดยไม่ได้หันไปมอง            “หากรูปนี้เสร็จข้าก็จะกลับแล้ว”            แปะ แปะ คนที่อยู่ด้านหลังก็ยังใช้ปลายนิ้วแตะลงบนไหล่นาง         &
اقرأ المزيد
บทที่ 1 เกือบไปแล้ว (4/4)
            “ปล่อยข้า” บุรุษสวมหน้ากากกล่าวแล้วพยายามดึงขาออกจากการเกาะกุม มือใหญ่สองข้างดึงรั้งตัวสตรีแปลกหน้าให้ออกห่าง                “ข้าเพียงแค่เข้ามาวาดรูปบุรุษเพื่อเอาไปขายหาเงินเลี้ยงชีพเพียงเท่านั้น ข้าไม่ได้มีเจตนาร้ายอันใดเลยนะเจ้าคะ ได้โปรดไว้ชีวิตข้าเถิดเจ้าค่ะ ท่านจะให้ข้าทำอันใดก็ได้ทั้งนั้นขอแค่อย่าได้เอาชีวิตข้าเลย”            “ข้าบอกให้ปล่อยขาข้าอย่างไรเล่า” น้ำเสียงของบุรุษสวมหน้ากากเริ่มแสดงออกถึงโทสะ ก่อนที่เขาจะกระชากอย่างแรงทำให้สตรีผู้นั้นกระเด็นไปอีกทาง            “โอ๊ย!” เจ็บชะมัด ใช่สิ! ข้ามันไม่ใช่โฉมสะคราญเหมือนนางเอกที่จะมีบุรุษมาพึงใจตั้งแต่แรกเห็น            “เจ้า!&rdq
اقرأ المزيد
บทที่ 2 แรกพบสบตา (1/4)
2แรกพบสบตา             ในที่สุดก็ถึงวันงานจิบชาชมดอกไม้ของจวนหลิวมีคุณหนูคุณชายมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก เนื่องจากผู้นำตระกูลหลิวเป็นถึงเสนาบดีฝ่ายขวาที่มีความสำคัญต่อราชสำนัก และเนื่องจากตระกูลหลิวได้แจ้งถึงจุดประสงค์การจัดงานชัดเจน สตรีวัยออกเรือนที่เข้าร่วมจึงพากันแต่งตัวงดงามอวดโฉมโดยหวังว่าจะมีบุรุษที่เพียบพร้อมด้วยรูปโฉมและชาติตระกูลหมายปองตน            “เจ้าอย่ามัวเหม่อมอง ประเดี๋ยวจะพลัดหลงกับพี่”            “เจ้าค่ะ” อีกไม่กี่เดือนนางก็จะปักปิ่นแล้ว พี่ใหญ่ก็เป็นห่วงนางเกินไป            “เจ้าต้องระวังตัวให้ดี ในงานเลี้ยงเหล่านี้มักจะเกิดเรื่องไม่ดีงาม คุณหนูบางคนพลาดท่าเสียทีศัตรูจนต้องแต่งงานกับบุรุษที่ตนไม่พึงใจมานักต่อนัก&rdquo
اقرأ المزيد
บทที่ 2 แรกพบสบตา (2/4)
‘มิได้ ข้าไม่ควรสบตากับเขา แรงดึงดูดของพระเอกรุนแรงเกินไป ข้าอาจจะพลั้งเผลอเข้าไปในบทบาทเดิม’ “ชิงหนี่ว์ เจ้าฟังข้าอยู่หรือไม่” “ขออภัยเจ้าค่ะ นานๆ ทีข้าจะได้ออกมาร่วมงานเช่นนี้ ข้าจึงพลั้งเผลอมองบุรุษรูปงามนานเกินไปบ้าง” “ข้าชอบเจ้ายิ่ง เรามาเป็นสหายกันเถิด” หวังเยว่ฉิงคว้ามือน้อยมาจับไว้ด้วยความดีใจ สตรีตรงไปตรงมาไม่เสแสร้งในเมืองหลวงช่างหากได้ยากยิ่ง “ข้ายินดีเจ้าค่ะ ท่านล่ะเจ้าคะ อยากเป็นสหายของข้าด้วยหรือไม่” จางชิงหนี่ว์หันไปเอ่ยถามแล้วส่งยิ้มกว้างให้กับนางร้ายที่นั่งเงียบ “อะ...อืม” “เข่อชิงตอบรับแล้ว เช่นนั้นต่อจากนี้เราเป็นสหายกันแล้วนะ” หวังเยว่ฉิงกล่าวอย่างอารมณ์ดี พลางเอามือข้างหนึ่งของนางไปวางลงบนมือของเจิ้งเข่อชิงทำให้เจ้าตัวรีบก้มหน้าลงเพื่อซ่อนสีหน้า ‘เหตุใดสตรีผู้นี้ถึงได้งดงามน่ามองเช่นนี้’ คุณหนูเจิ้งผู้เย่อหยิ่งไม่เข้าใจตนเองว่าเหตุใดถึงใจเต้นแรงยามเห็นรอยยิ้มของสหายคนใหม่ เมื่อปรับเปลี่ยนสีหน้าได้แล้วจึงเงยขึ้นมองคุณหนูจางก่อนจะส่งยิ้มให้อย่างจริงใจ
اقرأ المزيد
บทที่ 2 แรกพบสบตา (3/4)
สตรีตัวน้อยที่กล่าวปฏิเสธข้อเสนอการหมั้นหมายกับชินอ๋องซื่อจื่อพร้อมทั้งปฏิเสธรางวัลทั้งหมดแลกกับราชโองการเลือกคู่ครองด้วยตนเอง ส่วนพี่ชายก็ปฏิเสธรางวัลแลกกับการได้เป็นขุนนางช่วยเหลืองานในวังเพื่อจะได้เป็นเสาหลักให้น้องสาว ซึ่งสุดท้ายจางชิงเทียนก็สามารถพิสูจน์ตนเองถึงความสามารถและได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้ให้ทำงานอยู่ข้างกาย นั่นเป็นครั้งเดียวที่องค์รัชทายาทเช่นเขาได้เจอสตรีผู้นั้น “เฟยหลง สตรีที่พูดคุยกับคู่หมายเจ้าเป็นคุณหนูจวนใดหรือ เหตุใดข้าไม่เคยเห็นหน้า” “ข้าไม่ทราบ” องค์รัชทายาทกล่าวพลางจ้องมองไปยังว่าที่คู่หมั้นซึ่งตนไม่ได้พึงใจกำลังนั่งพูดคุยกับสตรีที่มีดวงหน้างดงามน่ามอง ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มที่ระบายเต็มดวงหน้าหวานของเจิ้งเข่อชิง รู้จักกันมาตั้งนานเขาเพิ่งเคยเห็นนางยิ้มเช่นนี้เป็นครั้งแรก... “ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน อันฉีเจ้ารู้หรือไม่” “หึ” ชินอ๋องซื่อจื่อส่งเสียงสั้นๆ เพียงแค่นั้นก่อนจะยกชาขึ้นจิบ สายตาจับจ้องไปที่กลุ่มสตรีสามคนกำลังพูดคุยกัน ในงานจิบชาชมดอก
اقرأ المزيد
บทที่ 2 แรกพบสบตา (4/4)
“มิเป็นไรเจ้าค่ะ จริงๆ ที่ข้าไม่กินอันใดเลยเพราะพี่ชายของข้ากำชับไว้ว่า บรรดาคุณหนูที่ชอบริษยาผู้อื่นมักจะใช้งานเลี้ยงเช่นนี้สร้างเรื่องอื้อฉาวให้ตนเอง หรือสร้างเรื่องเพื่อทำลายผู้อื่น ข้าควรระวังให้มาก” เพราะกลัวคุณหนูที่นั่งห่างออกไปจะได้ยิน จางชิงหนี่ว์จึงยื่นดวงหน้าหวานเข้าไปใกล้สหายแล้วกระซิบบอกเสียงเบาที่ข้างหู ใบหน้าหวานของคุณหนูเจิ้งเห่อร้อนกับความใกล้ชิดนี้ ความน่ารักสดใสของคุณหนูผู้นี้ทำให้ภาพลักษณ์เย่อหยิ่งของตนพังทลาย นางช่างเหมือนกระต่ายป่าขนปุกปุยที่ตนเคยเลี้ยงไว้เมื่อตอนเป็นเด็ก การได้รู้จักจางชิงหนี่ว์ในวันนี้ทำให้ความนิยมชมชอบของน่ารักที่เจิ้งเข่อชิงเคยลืมเลือนไปถูกรื้อฟื้น ที่ผ่านมาเพราะถูกฝึกฝนให้เป็นว่าที่ฮองเฮา นางจึงไม่อาจแสดงออกถึงความต้องการที่แท้จริงของตนได้ บัดนี้เมื่อตัดสินใจที่จะปล่อยมือนางจึงค้นพบความสุขอีกครั้ง ‘เหตุใดหนี่ว์เอ๋อร์ของข้าถึงได้น่ารักเช่นนี้’ อยากจะรั้งตัวเข้ามากอดสักครา แต่เกรงว่านางจะตื่นตกใจ “ข้าเข้าใจแล้ว แต่การที่เจ้าปล่อยท้องให้หิวเช่นนี้ก็ไม่ดีเท่าใดนัก อย่างไรลองกินขนมนี่ดีหรื
اقرأ المزيد
บทที่ 3 ความเก่งกาจของสหายคนใหม่ (1/4)
3ความเก่งกาจของสหายคนใหม่ ด้านหลิวเฟิงเหมียนที่หลังจากช่วยกู้หน้าให้สาวงามแล้วกลับมานั่งที่เดิม กำลังจะยกชาขึ้นจิบต้องชะงักเมื่อเห็นสายตาไม่ใคร่พอใจของสหาย “อันฉี หากเจ้าไม่พอใจข้าที่ลุกไปเก็บผ้าคลุมหน้าให้กับคุณหนูสวี่ เหตุใดเจ้าไม่ลุกไปเองเล่า” เพราะได้ยินมาจากน้องสาวว่าคุณหนูสวี่กับชินอ๋องซื่อจื่อมีใจให้กัน จึงคิดว่าสหายเกรงใจองค์รัชทายาทที่ก็มีใจให้คุณหนูสวี่จึงไม่กล้าแสดงออกมากนัก ตนเองก็เลยช่วยรักษามารยาทให้ “ข้ามาคิดดูแล้ว ใบหน้าของเจ้าควรมีรอยตำหนิสักสองสามรอยจริง” “อย่าได้คิดทำเช่นนั้นเชียว” “เช่นนั้นก็ไปทำให้ใบหน้าตนไม่น่ามองซะ” ดวงตาดำของโจวอันฉีฉายแววจริงจังจนสหายขนลุก “หากเจ้าไม่พอใจข้าเรื่องคุณหนูสวี่ เจ้าไม่ต้องห่วงไปหรอกอย่างไรนางก็ยังชื่นชอบเจ้า” “หุบปากซะ” “แค่กล่าวถึงก็ไม่ได้ เจ้ามันขี้หวงเกินไปแล้ว” ‘ต่อไปเป็นการแสดงความสามารถของคุณหนูเจิ้ง จากจวนเสนาบดีฝ่ายซ้าย’ “หากข้าจำไม่ผิดในรายชื่อคุณหนูที่จะขึ้นแสดงไม่มีชื่อของคุณหนูเจิ้งนี่” หลิ
اقرأ المزيد
บทที่ 3 ความเก่งกาจของสหายคนใหม่ (2/4)
ยิ่งนัยน์ตาหงส์ของสตรีผู้นั้นมองเห็นบุรุษที่นั่งในตำแหน่งเหนือกว่าผู้อื่นจ้องมองไปที่ว่าที่คู่หมั้นด้วยสายตาล้ำลึก ยิ่งทำให้นางไม่พอใจ แปะๆ ทันทีที่การบรรเลงจบลง เสียงปรบมือก็ดังกึกก้องคุณหนูคุณชายต่างพร้อมใจกันปรบมือให้กับการแสดงความสามารถของคุณหนูเจิ้งผู้ที่ถูกเล่าลือว่าร้ายกาจ “ขอบคุณทุกท่านเจ้าค่ะที่ให้โอกาสข้าได้แสดงความสามารถ” เจิ้งเข่อชิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม เพราะเป็นรอยยิ้มที่แผ่ไปถึงดวงตาบ่งบอกถึงความสุข ทำให้บุรุษที่จ้องมองต่างเคลิบเคลิ้ม ในขณะที่สตรีต่างตกตะลึงไปกับความงามของคุณหนูผู้เย่อหยิ่ง ‘คุณหนูเจิ้งยิ้มเช่นนี้งดงามกว่าสตรีอันดับหนึ่งอย่างคุณหนูสวี่เสียอีก’ คุณหนูผู้หนึ่งกล่าว ‘ข้าเห็นด้วยกับเจ้า ไหนจะชาติตระกูล กิริยามารยาทเช่นคุณหนูตระกูลใหญ่ นางช่างเหมาะสมกับตำแหน่งฮองเฮา’ ‘นั่นสิ หากนางลงแข่งขันชิงตำแหน่งสตรีอันดับหนึ่งของเมืองหลวง ข้าว่าคุณหนูเจิ้งต้องได้ตำแหน่งเป็นแน่’ เมื่อได้ยินบรรดาคุณหนูต่างพูดคุยถึงเจิ้งเข่อชิงในทางที่ดี มุมปากของสตรีตัวน้อยจึงยกยิ้มก่อนจะจิบชาอย่างอารมณ์ดี
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status