LOGIN“แต่มีอีกข้อนึง” เขาส่งสัญญาณให้ลูกน้องเขาเดินออกไปห่าง ๆ แล้วเดินเข้ามาใกล้ ๆ เธอ ด้วยความสูงของเขาที่ต้องก้มตัวลงมาใกล้ ๆ เธอเหมือนเขาไม่อยากจะให้ใครได้ยิน "ฉันไม่ได้คิดดอกเบี้ยจากเงินสามแสนบาท แต่เธอควรจะตอบแทนเวลาสามเดือนที่ฉันต้องเสียไป อย่างเช่นค่าเสียเวลา" พิมนภาไม่ใช่คนโง่ เธอเข้าใจดีว่าน่านฟ้าหมายถึงอะไร หญิงสาวถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แล้วเงยหน้ามองหน้า "เมื่อกี้คุณยังพูดอยู่เลยค่ะว่าฉันเป็นผู้หญิงประเภทที่ขายนาผืนน้อย นาผืนนั้นฉันขายไปตั้งนานแล้วค่ะ มันไม่เหลือถึงคุณหรอก คุณอยากจะมาเช็กของอะไรตอนนี้" ใบหน้าของน่านฟ้าเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำทันที เขาขยับเข้ามาใกล้เธออีกครั้งพร้อมกับขบกรามแน่นเป็นสันนูน จนพิมนภาถึงกับขนลุกซู่
View More“ไปอยู่ไหนเนี่ยเพชร ดึกขนาดนี้ทำไมยังไม่กลับห้องอีก” พิมนภาที่รอการกลับมาของน้องชาย จวบจนสองชั่วโมงเต็มจนเธอกระวนกระวายใจแทบอยู่ไม่สุข มือเรียวกดโทรศัพท์หาน้องชายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ไร้สัญญาณตอบรับเพทายคือคนเดียวในชีวิตที่เธอห่วงใยที่สุด
หญิงสาวรู้ดีแก่ใจว่าเพทายคงไปก่อเรื่องเข้าอีกแล้วด้วยความร้อนรน เธอรีบเปิดโทรศัพท์เพื่อติดตามตำแหน่งของน้องชาย เธอร้อนใจเกินไปที่จะรอคอยอยู่ที่ห้องเช่าอีกต่อไปแล้ว เมื่อรู้ว่าเพทายอยู่ที่ไหน เธอจึงรีบบิดมอเตอร์ไซค์ออกไปทันที ด้วยความรีบร้อนทำให้พิมนภาไม่ได้สังเกตเห็นสัญญาณไฟจราจรที่เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดง
เธอมัวแต่ก้มลงมองโทรศัพท์เพื่อความแน่ใจในเส้นทาง และวินาทีนั้นเองที่เสียงแตรรถหลายคันดังสนั่น หญิงสาวเงยหน้าขึ้นก็เห็นรถสิบล้อขนาดใหญ่กำลังพุ่งตรงมาทางเธอด้วยความเร็วสูง
“ปรี๊น!”
“ว้าย!” ด้วยความตกใจสุดขีดเธอหักหลบไปอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว โชคยังดีที่ฝั่งนั้นไม่มีรถสวนมา เมื่อรถจักรยานยนต์ของเธอจอดสนิทเธอก็ยกมือที่สั่นเทาขึ้นกุมหน้าอกตัวเองโชคดีที่เธอรอดพ้นจากอุบัติเหตุร้ายแรงไปได้อย่างหวุดหวิด
“คุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง” พิมนภาจอดมอเตอร์ไซค์ชิดข้างทางหัวใจของเธอยังคงเต้นระรัวไม่หยุดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมายังไม่ทันที่พิมนภาจะได้สงบสติอารมณ์ รถตู้สีดำคันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจอดเทียบข้างเธอด้วยความเร็วสูง
หญิงสาวถึงกับกลั้นหายใจหลับตาปี๋ด้วยความหวาดกลัวว่าเหตุร้ายจะเกิดขึ้นกับเธออีกครั้ง
“เอี๊ยด!” เสียงเบรกดังเอี๊ยดสนั่นก็เรียกสติของเธอกลับมา ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่คนหนึ่งกระโดดลงจากรถตู้สีดำอย่างรวดเร็ว วินาทีนั้นพิมนภารู้ทันทีว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย เธอรีบบิดคันเร่งหมายจะหนี แต่ยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกมือใหญ่กระชากตัวออกจากมอเตอร์ไซค์ด้วยพลกำลังมหาศาล
“จะไปไหน”
“ว้าย! ปล่อยนะ”
"พวกแกเป็นใคร ปล่อยฉันนะ" พิมนภาตะโกนด้วยความตกใจ แต่เธอก็ไม่ได้โวยวายอะไรมากไปกว่านั้น เธอรู้ดีว่าพวกเขาคงมาจับตัวเธอไปเพราะน้องชายตัวดีของเธอแน่ ๆ
ตั้งแต่เรียนจบปริญญามาเพทายก็ไม่เคยทำการทำงาน เอาแต่สร้างปัญหาให้เธอไม่เว้นแต่ละวัน ไม่นานมานี้เธอก็เพิ่งขายทองเพื่อนำเงินไปจ่ายให้นักเลงที่น้องชายเธอไปติดหนี้พนัน จนพวกเขามาทวงเงินถึงที่ทำงานทุกวัน รอบนี้คงไม่พ้นเช่นกัน แต่เธอไม่คิดเลยว่าจะถึงขั้นมีรถตู้มารับถึงที่
พิมนภาแทบจะไม่ได้ขัดขืนอะไรเลย พวกเขาไม่จำเป็นต้องออกแรงมากนักในการฉุดเธอขึ้นรถตู้ พวกเขาไม่พูดจากันเลยแม้แต่น้อย ภายในรถเงียบสนิท พิมนภามองตรงไปยังถนนเบื้องหน้า เพราะพวกเขาไม่ได้ปิดตาเธอแต่อย่างใด ใจเธอยังคงเต้นรัวด้วยความรู้สึกกังวลเกี่ยวกับน้องชายของเธอ
ในที่สุดรถตู้ก็มาหยุดลงที่ปางไม้ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดลำปาง พิมนภาถึงกับกระจ่างทันที น้องชายของเธอคงมาติดหนี้ที่ปางไม้นี้เอง แต่เธอไม่รู้ว่าเพทายรู้จักกับคนที่นี่ได้อย่างไง
บรรยากาศยามค่ำคืนช่างมืดมิดและเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม และเสียงลมพัดหวิว จนเธอรู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นมาไม่น้อย โชคไม่ดีที่พิมนภาไม่ได้สวมเสื้อแขนยาวออกมาด้วย
ชายฉกรรจ์เดินนำหน้าเธอผ่านป่าไผ่เข้าไปยังส่วนของปางไม้ ซึ่งมีบ้านหลังหนึ่งสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ดูสวยงามและทันสมัย เธอหันมองไปรอบๆ เธอไม่เคยมาแถวนี้มาก่อนเลย แต่ก็พอรู้ว่าที่นี่คือปางไม้ใหญ่ของพ่อเลี้ยงเมืองไม้ ซึ่งมีลูกชายอยู่ 2 คน ได้ยินว่าแต่ละคนหน้าตาหล่อเหลาไม่เบา แต่ที่เธอไม่รู้ว่าน้องชายของเธอไปยืมเงินใครเข้ากันแน่ ลูกชายหรือตัวพ่อเลี้ยงเอง จิตใจของเธอเริ่มสับสนและกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม้ถูก
พิมนภาเดินเข้าไปไม่นานก็พบโกดังเก็บไม้อีกฝั่งหนึ่งของบ้าน
“เดินเร็วเขาไป” ชายฉกรรจ์ทั้งหกก็พาเธอมาถึงลานไม้ซึ่งมีคนยืนล้อมรอบอยู่ไม่น้อย พิมนภาเห็นเพียงแผ่นหลังของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตัวสั่นเทา เธอรู้ทันทีว่านั่นคือน้องชายของเธออย่างแน่นอน เพราะเธอเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เล็กจนโตหัวใจของเธอเริ่มสั่นไหว แต่คนที่นั่งหันหน้ามาหาเธอนั้นสิ สายตาจ้องเธอเขม็งไม่วางตา เธอเองก็จ้องกลับไปเช่นกัน ไม่ใช่ว่าเธอไม่กลัวเขาเพียงแต่เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาเอาการ จนเธอไม่อาจละสายตาจากใบหน้านั้นได้เลย
"พี่สาวของไอ้เพชรครับ" ลูกน้องที่นำทางมาถึงก็รีบรายงานผู้เป็นนายทันที
"นั่นน่ะเหรอ หันไปดูสิว่าผู้หญิงที่มาใหม่ใช่พี่สาวของนายหรือเปล่า"
เพทายค่อย ๆ หันกลับมามองทางด้านหลัง เมื่อเห็นพี่สาวของตัวเอง เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นขึ้นมาทันที เขารู้ดีว่าเขาทำให้เธอเดือดร้อนมาตลอดเวลา เพทายหันกลับมาช้า ๆ แล้วก้มหน้าลงพื้น เขาไม่อยากสบตาพี่สาวอีกแล้วมันทำให้เขารู้สึกผิดจนแทบไม่กล้าสู้หน้าเธอ
พิมนภาได้แต่กลืนก้อนจุก ๆ ที่ อยู่ตรงลำคอให้ลึกลงไปที่สุด เพราะเธอไม่มีเวลามาทำตัวอ่อนแอหรือนั่งร้องห่มร้องไห้ แค่รู้ว่าน้องชายของเธอยังอยู่ครบ 32 ประการก็ดีแล้ว
น่านฟ้าจ้องหน้าเธอเขม็งเพราะเธอช่างกล้าท้าทายเขา ทั้ง ๆ ที่น้องชายของเธอติดหนี้เขาอยู่ไม่น้อย
"คุณจะเอายังไงก็ว่ามาเลยค่ะ" เธอเอ่ยขึ้นหลังจากที่ความเงียบปกคลุมอยู่เป็นเวลาหลายนาที
น่านฟ้าจ้องหน้าเธอและเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูดออกมา เขาต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายพูดว่าเขาต้องการอะไร ไม่ใช่เธอเป็นฝ่ายถาม เธอกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ ไม่ได้เป็นฝ่ายได้เปรียบสักหน่อย ยังจะมาทำตัวจองหองใส่เขาอีก เห็นทีจะต้องสั่งสอนลูกหนี้อวดดีคนนี้สักหน่อย
ตอนที่ 31 ฉันยังไม่พร้อม“ไอ้เพชรก็ทำงานอยู่ตรงด้านหลังปางไงครับ” ชาติชี้ไปทางด้านหลังปางไม้ น่านฟ้าวิ่งไปถึงก็เห็นเพทายกำลังนั่งทำงานอยู่ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นน่านฟ้าที่วิ่งมาหน้าตาตื่นจนเหงื่อท่วมไปทั้งตัว“มีอะไรเหรอครับคุณน่าน”“พี่สาวนายอยู่ไหน” เขาถามขึ้นด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ“ไม่รู้สิครับ ตอนผมออกมาพี่พิมยังไม่ได้ออกจากห้องเลยนะครับ” เพทายรีบวางมือจากงานที่ทำอยู่ แล้วลุกขึ้นตึงตังกำลังจะวิ่งกลับไปที่บ้าน แต่แล้วชาติก็วิ่งเข้ามากลางวงสนทนา“คุณพิมอยู่ที่บ้านครับ” เมื่อได้ยินแบบนั้น ผู้ชายทั้งสองคนก็พากันวิ่งตาตั้งกลับไปที่บ้านหลังใหญ่“พิม” ทั้ง ๆ ที่เขายังไปไม่ถึงตัวบ้าน เขาก็ตะโกนเรียกเธอแล้ว หญิงสาวหันกลับไปมองก็เห็นทั้งน่านฟ้าและน้องชายของเธอวิ่งหน้าตาตื่นมาในบ้าน“คุณไปไหนมาน่ะ ผมตามหาคุณแทบแย่” น่านฟ้าเข้าไปหาเธอด้วยความเป็นห่วง“ฉันไปตักบาตรมาค่ะ” เธอพูดเพียงแค่นั้นก็นั่งก้มหน้า ชายหนุ่มหันไปมองหน้าผู้เป็นพ่อ
ตอนที่ 32 ผมอยากนอนกอดเมีย “ถ้างั้นเดี๋ยวผมพาเมียกลับบ้านก่อน เรื่องแต่งงานเดี๋ยวค่อยคุยกันอีกที” น่านฟ้ารีบประคองพิมนภาลุกขึ้น แล้วเดินออกไปจากบ้าน ผู้เป็นพ่อแทบจะอยากฟาดทุกสิ่งทุกอย่างให้แหลกเป็นหน้ากอง“อะไรอีกวะเนี่ย ฉันยอมให้แต่งงานก็มากแล้วนะ ยังจะลีลาค่าตัวแพงอีก”“พ่อก็พูดไป พ่อไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงหรอก” ขุนเขาที่เดินตามออกมาพูดกับผู้เป็นพ่อที่ยืนโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่หน้าบ้าน ดูลูกชายกำลังพยุงเมียรักเดินกลับไปที่บ้าน“แกเข้าใจหรือไง” ผู้เป็นพ่อหันมาถามจนขุนเขาชะงักกึก“ผมก็ไม่เข้าใจหรอก แต่น้องสะใภ้อาจจะอึดอัดใจอะไรบางอย่าง ให้สองคนเขาคุยกันก่อนเถอะน่า เดี๋ยวน่านมันก็ทำให้เมียมันยอมแต่งเองแหละ” พูดแล้วขุนเขาก็หมุนตัวเดินออกไปจากบ้าน ปล่อยให้ไม้เมืองนั่งโมโหอยู่คนเดียวณ บ้านของน่านฟ้า“ทำไมคุณยังต้องคิดอะไรอีก ในเมื่อพ่อผมก็ยอมให้เราสองคนแต่งงานกันแ
ตอนที่ 30 พิมหายไป“รีบกินสิ เดี๋ยวจะเย็นซะก่อน” จู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นมาเสียงดัง เมื่อเห็นว่าว่าที่ลูกสะใภ้นั้นไม่ยอมตักอาหารที่เขานำมาเลย จนขุนเขาที่เดินตามเข้ามาในห้องครัวถึงกับรีบสะกิดพ่อของตัวเองไว้“ผมบอกพ่อแล้วไงให้พูดดี ๆ” ขุนเขากระซิบบอกผู้เป็นพ่อ ไม้เมืองที่หงุดหงิดไม่หายกลับหันไปค้อนใส่ลูกชายคนโต“เอาล่ะ ๆ ถ้าเห็นหน้าฉันแล้วกินข้าวไม่ลง ฉันกลับก่อนก็ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันมาใหม่” ว่าแล้วเขาก็หมุนตัวและเดินตึงตังออกไปจากบ้านของน่านฟ้า จนขุนเขาและน่านฟ้าต้องมองหน้ากันแล้วอดยิ้มไม่ได้ เพราะว่าพ่อของเขาคงจะใจอ่อนแล้วหันมาทำดีกับว่าที่ลูกสะใภ้แล้วสินะ“ทานอาหารที่คุณพ่อผมอุตส่าห์เอามาให้สิ” น่านฟ้าพูดพลางยื่นมือไปตักอาหารป้อนพิมนภา แต่เธอกลับไม่ยอมอ้าปากรับอาหารที่เขาตักป้อน จนบางครั้งน่านฟ้าก็กังวลใจไม่รู้ว่าพิมนภานั้นกำลังคิดอะไรอยู่ เมื่อคนทั้งสองเข้าไปในห้องนอน พิมนภาก็ตัดสินใจพูดขึ้น“คุณปล่อยฉันกับน้องไปได้ไหม”“ทำไมเราต้องพูดเรื่องนี้อีก”
ตอนที่ 29 คุยเรื่องแต่งงาน“แหม! เห็นให้คนไปตามรังควานเขา ไปพังร้านขายของของเขา ที่ไหนได้ก็โกรธที่ว่าที่ลูกสะใภ้แล้วก็ลูกชายตัวเองไม่คุยด้วย”“แกอย่ามาทำเป็นรู้ดีนะไอ้ดิน”“ผมรู้หมดเลยพ่อ ที่พ่อโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงไม่ให้ลูกชายพาผู้หญิงเข้าบ้าน แต่พอผู้หญิงคนนั้นท้อง พ่อก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย อยากอุ้มหลานล่ะสิ”“รู้ดีไปหมด”“ก็ต้องรู้ดีอยู่แล้ว ว่าแต่พ่อเถอะ อยากอุ้มหลานก็ทำท่าทางให้มันดี ๆ หน่อย ไม่งั้นระวังเขาไม่ให้อุ้มหลานนะพ่อ”“จะไม่ให้ฉันอุ้มหลานได้ยังไง ฉันเป็นปู่นะ”“ปู่ที่จะอุ้มฆ่าแม่เขา หลานที่ไหนจะให้อุ้ม แค่เห็นหน้าปู่หลานก็วิ่งหนีไปไกลแล้ว”“ใครบอกว่าฉันจะอุ้มฆ่า ฉันไม่เคยทำสักหน่อย”“แล้วที่ให้คนไปขู่แม่ของหลานทำไม”“ก็ตอนนั้นฉันไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้มายุ่งกับลูกชายฉันนี่หว่า”“ผู้หญิงคนนี้น่ะไม่ได้ยุ่งกับลูกชายพ่อสักหน่อย ลูกชายพ่อนั่นแหละที่ไปวอแวกับเธอเอง” ยิ่งได





