LOGINชาติก่อนเวินซื่อเป็นไข่มุกบนฝ่ามือของบิดาและเหล่าพี่ชาย แต่หลังจากที่บิดาพาน้องสาวกลับมา นางก็สูญเสียความรักไปทั้งหมด อีกทั้งยังโดนพวกพี่ชายมองว่าเป็นสตรีเจ้าเล่ห์เพราะแก่งแย่งความรักกับน้องสาว พี่ใหญ่บังคับให้นางคุกเข่าต่อหน้าผู้คน พี่รองตัดมือเท้าทั้งสองข้างของนาง พี่สามทรมานนางอย่างหนัก พี่สี่ทำลายโฉมหน้าและชื่อเสียงของนาง แม้แต่บิดาก็ไล่นางออกจากบ้าน สุดท้ายเวินซื่อเสียชีวิตอย่างน่าเวทนาด้วยน้ำมือของบิดาและพี่ชาย เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง นางเลือกที่จะละทิ้ง ขอพระราชโองการออกจากตระกูล ตัดขาดความสัมพันธ์ทางสายเลือด ใครจะรู้ว่าพวกพี่ชายกลับพากันนึกเสียใจ คุกเข่าอ้อนวอนให้นางลาสิกขา เวินซื่อส่ายหน้าอย่างเฉยชา “อมิตตาพุทธ ตระกูลเวินอันใด เวินซื่ออันใด พวกประสกจำคนผิดแล้ว”
View Moreนางเพิ่งยื่นมือออกไป เป่ยเฉินหยวนที่อยู่ด้านหลังก็นำกล่องยาของนางออกมาทันทีหลานซื่อมองเขาทีหนึ่งพลางแย้มยิ้ม จากนั้นจึงเปิดกล่องยาแล้วหยิบของหลายอย่างออกมาจากด้านในมีทั้งหน้ากากสำหรับสวมบนใบหน้า ถุงมือผ้าสำหรับสวมมือ พลางถกแขนเสื้อขึ้น แล้วรวบผมมัดสูงหลังจากเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้น นางจึงหยิบมีดเล็กเล่มหนึ่ง รวมถึงเข็มเงินขนาดค่อนข้างหนาออกมาหลายเล่ม แล้วเริ่มทำการตรวจสอบศพเหล่านั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนหน้านี้ที่นอกเขตหวงห้าม ในหมู่บ้านที่ไร้ผู้รอดชีวิตแห่งนั้น เป็นเพราะมีพวกชางชิงหลานอยู่ด้วย ทั้งยังต้องเร่งทำเวลา นางจึงใช้เพียงแมลงพิษตรวจสอบศพเหล่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่ละเอียดเท่ากับลงมือด้วยตนเองในครั้งนี้นางตรวจสอบอย่างพิถีพิถัน แทบจะตรวจศพทั้งหลายตั้งแต่หัวจรดเท้า จากภายในสู่ภายนอกจนครบถ้วนสุดท้ายก็สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดสาเหตุการตายของศพเหล่านี้กับศพที่อยู่นอกเขตหวงห้ามเหล่านั้น เหมือนกันทุกประการพวกเขาทั้งหมดล้วนตายด้วยพิษประหลาดชนิดหนึ่ง!และเมื่อพิจารณาในตอนนี้ การที่พิษประหลาดชนิดนี้สามารถลุกลามไปจนถึงนอกเขตหวงห้ามได้ หากไม่ใช่ฝีมือมนุษย์ ก็ย่อมมีค
หลานซื่อปรายตามองเอ้อถานหลัวแวบหนึ่ง แม้จะไม่รู้ว่าหลวงจีนชั่วผู้นี้กำลังวางแผนอะไรอีก แต่คิ้วตาของนางก็โค้งลงพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ “แน่นอน ไต้ซือยินดีร่วมทางด้วย นับเป็นเกียรติของอู๋โยว”เมื่อเผชิญกับท่าทีนอบน้อมที่แสดงออกมาอย่างกะทันหันของนาง คนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกแปลกใจส่วนเป่ยเฉินหยวนเพียงเลิกคิ้วขึ้นหลานซื่อยังผายมือ ‘เชิญ’ เชื้อเชิญให้เอ้อถานหลัวเดินนำไปก่อนอย่างค่อนข้างเคารพนบนอบเอ้อถานหลัวมองนางด้วยสายตามีเลศนัย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ หลังจากเสินอ๋องผู้เฒ่าอนุญาต ก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างนอกหลานซื่อถึงค่อยตามไปเมื่อเดินผ่านข้างกายสองสามีภรรยาไป๋เยวี่ยโหรว ได้เห็นสีหน้าฉงนสนเท่บนใบหน้าของพวกเขาทั้งคู่นางเพียงยิ้มโดยไม่มีคำอธิบายดูแล้วท่าทีของนางสองวันก่อนหน้านี้จะวางตัวสูงส่งเกินไปหน่อยแล้วดูเอาเถิด คงลืมกันไปหมดแล้วว่านางเป็นเพียงแม่ชีน้อยบวชชีพราหมณ์ ส่วนเอ้อถานหลัวคือหลวงจีนระดับสูงต่อหน้าไต้ซือเช่นนี้ นางจะไปแก่งแย่งชิงดีเพื่ออะไร?อย่างไรเสียก็ยังไม่ทราบสถานการณ์ของศพเหล่านั้น นางเพียงแต่นึกถึงศพเหล่านั้นที่อยู่นอกเขตหวงห้ามก่อนหน้านี้ จึงคิดจะไปตรวจสอบดูเสียหน่
เมื่อคำพูดนี้เอ่ยออกมา ใบหน้าของเวินเฉวียนเซิ่ง ชางชิงหลาน และฮาหลานทั้งสามคนที่ยืนอยู่ในกระโจมต่างก็เผยแววประหลาดใจออกมาส่วนหลานซื่อนั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปยังซากศพเหล่านั้นที่อยู่ไม่ไกล“เป็นโรคที่ติดต่อกันได้หรือ? หรือว่าจะเป็นโรคระบาด?!”เมื่อเสินอ๋องผู้เฒ่าได้ยินคำพูดของหมอกู่ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นย่ำแย่อย่างมากในทันทีหมอกู่ผู้นั้นส่ายหน้า “ไม่ใช่โรคระบาด หากเป็นโรคระบาด เกรงว่าในเวลานี้พวกเราคงติดโรคร้ายไปนานแล้ว แต่ข้าได้ตรวจดูทุกคนแล้ว ไม่พบผู้ใดมีความผิดปกติเลย”“เช่นนั้นโรคนี้คืออะไรกันแน่? มีความร้ายแรงเพียงใด? จะส่งผลกระทบต่อการเดินทางของคณะในตอนนี้หรือไม่?”แน่นอนว่าหมอกู่ไม่แนะนำให้ทุกคนเดินหน้าต่อไปเพราะอย่างไรเสียเมื่อดูจากจำนวนศพที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็รู้ได้ว่าข้างหน้าต้องมีศพมากกว่านี้แน่ หรือกระทั่งอาจจะเป็นพื้นที่ที่โรคเริ่มระบาดพวกเขาเหล่านี้ตอนนี้ยังไม่ติด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต่อไปจะไม่ติดดังนั้นหมอกู่จึงไม่กล้ารับประกันอย่างเด็ดขาดเขากัดฟันกล่าวออกมา “ทูลเสินอ๋อง เนื่องจากอาการทางร่างกายของโรคนี้มีน้อยเหลือเกิน อีกทั้งเวลามีจำกัด กระ
คนอื่น ๆ ที่นึกถึงสาเหตุในระดับนี้ได้เช่นกัน ต่างพากันมองหลานซื่อแวบหนึ่งอย่างอดไม่ได้สีหน้าของหลานซื่อเรียบเฉย ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจเรื่องนี้หรือสายตาของพวกเขาเลยเมื่อเห็นว่านางไม่ตอบสนองใด ๆ คนอื่น ๆ ที่มองอยู่ย่อมรู้สึกหมดสนุกไปด้วยไม่นานนัก หัวข้อสนทนาก็ดำเนินต่อไปเวินเฉวียนเซิ่งเอ่ยถาม “เสินอ๋อง ตอนแรกที่ท่านเข้าไปในประตูซีถงบานนั้น ถ้ำแห่งนั้นตั้งอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้หรือ?”เรื่องนี้ เสินอ๋องผู้เฒ่าไม่ได้ปกปิดแต่อย่างใด“อยู่ในภูเขาเล็ก ๆ ลูกหนึ่งตรงริมหมู่บ้าน ตำแหน่ง...น่าจะเป็นตรงนี้”เสินอ๋องผู้เฒ่าชี้ไปยังภูเขาเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้หมู่บ้านที่สุดบนภาพวาด แล้วบอกกับทุกคนว่า “หากพวกท่านอยากลองไปดู เช่นนั้นจุดหมายแรกก็กำหนดไว้ที่นี่ได้”“เช่นนั้นก็ไปดูที่นี่กันเถอะ ในเมื่อประตูซีถงเคยปรากฏขึ้นที่นี่ บางทีอาจจะหลงเหลือเบาะแสอะไรไว้บ้างก็ได้”ถึงแม้เสินอ๋องผู้เฒ่าจะบอกว่าภายหลังเขากลับไปหาแล้วไม่พบ แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงหรือเท็จ?อีกทั้งเขาไปแล้วหาไม่พบ แต่ตรงนี้มีธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้มีสายเลือดสกุลหลานอยู่ด้วยไม่ใช่หรือเผื่อว่าคนอื่นไปแล้วไม่ได้ผล แต่นางไปแ






Ratings
reviewsMore