LOGIN“Mbak ... aku hamil anak suamimu.” Tes pack di tangannya seperti belati yang menusuk tepat ke jantungku ... garis dua yang kuimpikan selama lima tahun pernikahan. Dadaku sesak, air mata mengaburkan pandanganku. Aku menatap Mas Alvin yang kini masih menunduk, berharap ia akan membantahnya. “Mas … aku mau cerai,” ucapku terbata, suaraku bergetar. Perlahan, ia mengangkat wajahnya. Senyum tipis terukir di bibirnya—bukan senyum dari orang yang pernah kucintai. “Aku nggak bakal ngelepasin kamu, kecuali ... kamu mati.”
View Moreหมิงฮ่องเต้พระราชทานตำแหน่งสำคัญที่ยังไม่มีผู้ใดในรัชกาลนี้ได้ดำรงมาก่อน นั่นคือ ชินอ๋อง หรือองค์ชายขั้นหนึ่งให้กับจวิ้นอ๋อง หมิงจิ้นเหอ ผู้เป็นแม่ทัพแห่งภาคเหนือ คุมกองกำลังพยัคฆ์เหินอันเกรียงไกร
ชินอ๋องผู้นั้นอภิเษกสมรสกับฟ่านซิ่วอิง บุตรีใต้เท้าฟ่าน เสนาบดีฝ่ายซ้ายคนสำคัญ และเป็นหลานของฮองไทเฮาที่เป็นพระมารดาเลี้ยงของฮ่องเต้
ชื่อเสียงที่โด่งดังอย่างยิ่งในยามนี้ของชินอ๋องกับพระชายาเอก คือ การที่มีบุตรฝาแฝดถึงสี่คน กล่าวขานกันว่า พระชายาเอกผู้นี้คือ เทพีแห่งการมีบุตรที่สวรรค์เบื้องบนประทานพรมาให้
ชินอ๋องผู้เป็นแม่ทัพที่มีฉายาว่า ‘ปีศาจภูเขา’ ควงทวนฟาดฟันศัตรูไม่เคยลดละ ถือดาบตัดหัวคนไม่กระพริบตาผู้นั้น บัดนี้กำลังสาละวนกับการเลี้ยงทารกน้อยทั้งสี่ช่วยพระชายาจนไม่ได้สนใจเข้าเฝ้าฮ่องเต้เป็นการส่วนตัวเช่นแต่ก่อน
บัดนี้ หมิงฮ่องเต้ กำลังวางแผนที่จะเข้าไปยึดเอาทรัพยากรในแคว้นจิน ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของแคว้นหมิง คำว่า ‘จิน’ ที่แปลว่า ทองนั้น มีที่มาจากเหมืองทองคำที่แคว้นนี้ครอบครองอยู่มาหลายชั่วอายุคน นับตั้งแต่ยังดำรงเป็นชนเผ่า จวบจนสถาปนาแคว้นขึ้น
“นี่สิบสอง นับตั้งแต่คราวนั้น ข้ายังติดค้างรางวัลในการช่วยชีวิต”
“หามิได้ พะย่ะค่ะ ฝ่าบาททรงมอบอาวุธลับเหล่านั้นให้กระหม่อมก็เพียงพอแล้ว” องค์ชายสิบสองหมิงเฉินกง เป็นผู้หลงใหลในอาวุธลับ เมื่อครั้งงานสมรสพระราชทานของรองแม่ทัพมู่ เกิดเหตุลอบสังหารฮ่องเต้ คราวนั้นนักฆ่าจากต่างถิ่นได้ขว้างอาวุธลับแปลกประหลาดเป็นรูปสี่แฉกออกมาจำนวนมาก
“ครั้งนี้ ข้าจะให้เจ้าดำรงตำแหน่งจวิ้นอ๋อง ต่อจากเจ้าห้า แต่ว่า....”
สัญชาตญาณขององค์ชายสิบสองเริ่มไม่ค่อยดีนัก ขนอ่อนตรงท้ายทอยคล้ายจะลุกชันขึ้นพร้อมกัน
‘ผู้ใดบ้างจะไม่รู้ถึงความเหลี่ยมจัดของเสด็จพี่ฮ่องเต้’
“เราจะให้อภิเษกสมรสกับองค์หญิงจินเฟิ่ง ธิดาของจินอ๋อง”
องค์ชายสิบสองผงะในทันที ประสบการณ์ที่เกี่ยวกับองค์หญิงต่างถิ่นนั้น ล้วนแล้วแต่ไปในทางเลวร้าย ก็ดูอย่างองค์หญิงซู่ลี่หมีขาวใหญ่นั่นปะไร ลือกันนักว่า....งามล่มเมือง
“เอ่อ...ขอกระหม่อมสืบข่าวก่อนได้หรือไม่”
ฮ่องเต้หรี่ตามองน้องชาย ก่อนจะโบกพระหัตถ์
“ไม่ว่าจะอย่างไร ข้าก็อยากให้เจ้าอภิเษกกับนาง ตำแหน่งจวิ้นอ๋องก็คงไม่น้อยหน้าที่จะทำให้จินอ๋องยอมรับเจ้าในฐานะบุตรเขยได้”
หมิงเฉินกงนึกถึงเรื่องเล่าที่ข้าราชบริพารเคยเล่าถวายเมื่อครั้งยังเยาว์ แคว้นจินเป็นชนเผ่าป่าเถื่อน แม้จะสถาปนาแคว้นขึ้นมาได้ แต่กลับไม่สนใจเคร่งครัดในธรรมเนียมปฏิบัติมากนัก บริเวณรายรอบแคว้นเป็นป่ารกทึบ ทั้งชายและหญิงจึงนิยมล่าสัตว์ พวกเขามีผิวคล้ำ ร่างกายสูงใหญ่ แค่คิด หมิงเฉินกงก็ถึงกับฝันร้าย
เมื่อออกจากห้องทรงพระอักษรของฮ่องเต้ได้ หมิงเฉินกงก็รีบรุดไปหาชินอ๋อง
ป้าย ‘วังสามพยัคฆ์’ ที่ได้รับพระราชทานหลังจากให้กำเนิดโอรสทั้งสามในคราวเดียวเด่นหรา จวิ้นอ๋ององค์ใหม่ถึงกับถอนหายใจ
‘จิ้งจอกขาว ให้แต่สิ่งดีๆ กับพี่ห้า แต่กับข้าเล่า ’
ชินอ๋องที่อุ้มลูกชายคนโต หันมามองน้องชายที่หน้าบึ้งมาแต่ไกล
“อ้าว! สิบสอง เจ้ามาแต่เช้าเทียว”
“ท่านรู้เรื่องอยู่ก่อนแล้ว ไม่เตือนข้าสักคำ”
ทารกอายุสามเดือนขดแขนขาอยู่ในห่อผ้า แม่นมทั้งสี่และพี่เลี้ยงอีกแปดคนคอยวนเวียนดูแลอยู่ไม่ห่าง ชินอ๋องหน้าตาแจ่มใส ฮ่องเต้ให้เขาพักงานได้หกเดือน จึงเป็นช่วงเวลาที่ได้อยู่เลี้ยงบุตรธิดา ที่สำคัญหลังสามเดือนแล้วได้คลอเคลียพระชายาที่อวบอิ่มน่ากินกว่าแต่ก่อนได้ทุกค่ำคืน
“เตือนเจ้าแล้วจะช่วยอันใดได้ เสด็จพี่วางแผนเรื่องนี้ไว้นานแล้ว หาแค่ผู้ที่เหมาะสมเป็นราชบุตรเขยแคว้นจินเท่านั้น”
“เหตุใดต้องเป็นข้าที่แต่งไปแคว้นนั้น มิใช่นางแต่งมาแคว้นเรา” พระชายาหันไปหาชินอ๋อง
แคว้นหมิงยิ่งใหญ่กว่าแคว้นจินมากมายนัก กองทหารก็ยิ่งใหญ่กว่า มิต้องพูดถึงความสามารถในการรบของชินอ๋องสวามีของนาง แค่จำนวนไพร่พลของกองทัพหมิงก็ยังเป็นครั่นคร้ามของอีกสี่แคว้น
“นั่นเพราะเหมืองทองอย่างไรเล่า ” หมิงเฉินกงไตร่ตรองเรื่องราว “เสด็จพี่อาจจะทรงเล็งเห็นโอกาสที่จะได้ร่วมมือกันกับแคว้นจิน เพราะแคว้นเหลียนเองก็เริ่มทำการค้าทางทะเลกับต่างแดนแล้ว”
ชินอ๋องพยักหน้า เขากำลังติดตามเรื่องนี้ แคว้นจินเองก็พยายามจะติดต่อกับแคว้นเหลียนที่มีท่าเรือขนาดใหญ่ นี่เป็นเหตุผลที่หมิงฮ่องเต้พยายามสานสัมพันธ์กับแคว้นจินก่อนที่แคว้นจินกับแคว้นเหลียนจะตกลงกันได้
หากเปลี่ยนเป็นการอภิเษกสมรสระหว่างแคว้นเหลียนกับแคว้นจิน คราวนี้แคว้นหมิงย่อมสูญเสียผลประโยชน์มหาศาล เพราะแคว้นหมิงไม่มีทางออกทางทะเล มีเพียงแม่น้ำขนาดใหญ่ไหลผ่าน
“แคว้นเหลียนก็มีโอรสธิดาหลายพระองค์ หากจะตกลงอภิเษกกับบุตรทั้งสองของจินอ๋องก็สมควร” ชินอ๋องคิดว่าตนเองคงต้องต้องเริ่มสืบเรื่องนี้อย่างจริงจัง
“แต่ว่าข้าจะต้องอภิเษกกับนาง ท่านเองก็เคยเห็นนี่ คนแคว้นจินรูปร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำ หยาบกระด้าง” สีหน้าสยดสยองของน้องชายผู้สุภาพเรียบร้อยและดูเป็นบัณฑิตทุกกระเบียดนิ้ว ทำเอาชินอ๋องอมยิ้ม
“นั่นเป็นชาวพื้นเมืองเดิมของแคว้นจิน แต่ได้ยินมาว่า ภายหลังนิยมแต่งงานกับชาวเผ่าต่างๆ ที่อยู่แถบทิศเหนือของแคว้นที่มีผิวขาวจัด บางทีนางอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่เจ้าว่า”
“พี่ห้า คราวนี้ท่านต้องช่วยข้า”
“หากข้าต้องเดินทางไปแคว้นจิน ต้องเตรียมคนที่เก่งที่สุดไปด้วย”
ชินอ๋องกับพระชายาปรึกษากันแล้วจึงมอบองครักษ์เงาผู้เก่งกาจอันดับสองของวังสามพยัคฆ์ คือ ฉินจางหย่งหรือฉินผู้น้อง ไปร่วมกับทีมองครักษ์เงาของจวิ้นอ๋อง
ที่สำคัญงานนี้ จินวั่งซู ญาติผู้พี่ที่ชอบการผจญภัยขอร่วมเดินทางไปด้วย
“ในแคว้นจิน มีญาติสายหนึ่งของเราอยู่ จวิ้นอ๋องก็ควรให้ข้าไปด้วย บางทีข้าอาจจะช่วยวางแผนให้ทุกอย่างง่ายขึ้น”
ท่านปู่ของจินวั่งซูเป็นบุตรบุญธรรมของตระกูลจินที่ขอเดินทางมาค้าขายยังแคว้นหมิง ครั้นร่ำรวยลงหลักปักฐานตบแต่งภรรยาที่นี่จึงไม่ได้กลับไปเยี่ยมต้นตระกูลอีกเลย
“แต่ไปคราวนี้ ข้าจะไปในฐานะอื่น”
“หือ....” จินวั่งซูจ้องหน้าญาติผู้น้องที่เป็นองค์ชายเขม็ง เขารู้สึกได้ว่า การเดินทางครั้งนี้ต้องมีเรื่องน่าตื่นเต้นรออยู่
“ข้าจะปลอมเป็นพ่อค้า ไปสืบเรื่องของจินอ๋องและจินเฟิ่งให้ชัดเจนเสียก่อน” ใบหน้าหล่อราวเทพเซียนนั้น ปรากฏแววตาหนักแน่น องค์ชายสิบสองตั้งใจจะมีพระชายาที่แช่มช้อย อ่อนหวาน สง่างาม รู้ศาสตร์ที่เขาเชี่ยวชาญทั้ง พิณ อักษร และหมากล้อม สมเป็นกุลสตรี
จินวั่งซูจอมยุแยง หรี่ตามองญาติผู้น้อง “จวิ้นอ๋อง คิดจะทำสิ่งใด”
“ในเมื่อทำให้ฮ่องเต้ทรงเปลี่ยนพระทัยไม่ได้ ข้าก็ต้องทำให้นางเปลี่ยนเป้าหมายจากข้าไปเป็นผู้อื่น”
สองมือเรียวใหญ่นั้นหันมากอบกุมมือของจินวั่งซูไว้อย่างมีความหวัง
“พี่วั่งซู หากได้คนโฉดเช่นท่านช่วยข้า เรื่องนี้ต้องสำเร็จแน่”
Aku tersenyum kaku, berusaha menenangkan detak jantungku. "Aku baik, Pak Adrian. Dan ... suamiku tidak ikut. Sebenarnya, aku di sini bekerja, Pak Adrian," jelasku singkat.Adrian mengernyitkan dahinya. "Bekerja? Kamu kembali bekerja? Di perusahaan mana?"Aku menelan ludah, melirik ke arah Raynard yang menatapku dengan penuh tanda tanya. "Aku bekerja di rumah Tuan Raynard ... sebagai pengasuh Kenzo."Adrian terdiam. Matanya membelalak, lalu ia menoleh ke arah Raynard dengan ekspresi tidak percaya. "Apa? Pengasuh?" ulangnya, terkejut. "Ray! Apa-apaan ini? Kamu mempekerjakan Safira sebagai pengasuh?" lanjutnya."Adrian, apa maksudmu?""Maksudku, kamu keterlaluan!" Adrian menunjukku dengan nada kesal pada Raynard. "Safira ini salah satu aset terbaik yang pernah aku miliki di kantor! Dia cerdas, taktis, dan punya kemampuan manajerial yang luar biasa. Bagaimana bisa kamu menyia-nyiakan bakatnya hanya untuk mengurus anak kecil?"Raynard kembali menatapku, alisnya terangkat, seolah ia tengah
“Kita akan berkunjung ke rumah orang tua saya," ujar Raynard di tengah perjalanan pulang."Ke rumah orang tua Tuan?" tanyaku kaget. "Tapi, bukankah Sus Rini biasanya yang mendampingi Kenzo dalam acara keluarga?"Raynard menatapku sekilas, lalu kembali menatap jalana di depannya. "Sus Rini sudah tahu tugasnya seperti apa, tapi kali ini orang tua saya meminta secara khusus agar orang yang paling dekat dengan keseharian Kenzo selama saya pergi kemarin, ikut berkunjung juga. Itu kamu, Safira." Perjalanan menuju kediaman keluarga Raynard terasa sangat panjang. Begitu kami sampai di sebuah rumah besar bergaya klasik yang megah, aku merasa seolah sedang melangkah ke dalam dunia yang benar-benar asing bagiku.“Oma! Opa!" seru Kenzo dengan suara lantang. Ia menghambur ke pelukan neneknya—wanita paruh baya yang terlihat sangat berwibawa—menatapku dari ujung kepala hingga kaki dengan tatapan yang sulit diartikan.Setelah melepas pelukannya, ia tidak langsung duduk, melainkan berbalik ke arahku
Hari demi hari kulalui dengan berat, sekarang, sudah sepuluh hari lamanya Tuan Raynard berada di luar negeri. Pagi ini, rumah terasa lebih sepi dari biasanya. Kenzo sudah diantar Sus Rini ke kelas renang, dan aku duduk di meja makan sambil menikmati roti tawar dan teh hangat.Begitu aku bangkit untuk merapikan meja, suara pintu depan terbuka dengan pelan. Suara langkah kaki cepat terdengar—bukan langkah kecil Kenzo, bukan langkah Sus Rini yang lembut.Hatiku terlonjak.Seseorang baru saja masuk ke dalam rumah ini. Aku berjalan ke ruang tamu dengan waspada. Dan di sana dia berdiri.Raynard.Pria itu masih memakai coat hitam panjang, rambut yang sedikit berantakan, dan wajahnya menunjukkan kelelahan perjalanan panjang ... tapi matanya langsung tertuju padaku begitu aku muncul di hadapannya.“Pagi, Safira.”Aku terpaku sejenak. “Tuan...? Bukannya jadwal pulang Anda masih tiga hari lagi?”Raynard melepas coat-nya, dan menyangkutkannya di sandaran sofa. “Dimajukan.” Ia menatapku lebih lama
Malam hari berjalan dengan begitu cepat, Sus Rini sedang merapikan mainan di sudut ruangan. Aku duduk di sebelah Kenzo, mencoba fokus pada TV yang menyala, tapi jauh di dalam hati, aku masih terbayang kejadian di mall tadi siang.Notifikasi video call berbunyi di ponselku, sontak mengalihkan perhatian kami. Aku dengan cepat mengangkat ponsel dan menerima panggilan itu.“Hallo.”Kenzo langsung berdiri di sofa begitu mendengar suara dari ponselku. “Daddy! Daddy!” teriaknya girang, lalu duduk tepat di pangkuanku.Wajah Raynard muncul di layar—tengah berdiri di sebuah ruangan hotel dengan lampu kuning temaram, ia mengenakan kemeja putih dan dasi yang sudah sedikit longgar, wajahnya mengisyaratkan rasa lelah yang begitu kentara.Tapi begitu melihat Kenzo ... wajahnya kembali melunak.“Kenzo,” sapanya pelan.“Daddy!! Aku kangen! Monty juga!” ujar Kenzo sembari mengangkat bonekanya tepat ke kamera, membuat Raynard mengangkat alisnya.“Oh begitu?” jawab Raynard menatapku sekilas di layar. Tata
“Mbak ... aku boleh masak nggak?” tanyaku hati-hati, aku memutuskan melangkah ke dapur ketika bosan berada di kamar, sementara aku sudah membersikan diriku dan mengganti baju dengan baju yang disiapkan oleh Sus Rini.Seisi dapur sontak menoleh ke arahku dan menghentikan akivitas mereka. Tatapan mer
“Aruna …” aku kembali menyebut nama itu pelan, hampir seperti bisikan doa untuknya.Suster Rini mengangguk kecil. Matanya menatapku lama, lalu menggeleng tipis seolah tengah menimbang sesuatu. “Saya, boleh nanya sesuatu?”Aku menoleh dengan alis yang berkerut. “Iya, Sus … apa ya?”“Kalau boleh tahu
Mobil ini akhirnya berhenti di depan sebuah gerbang besi tinggi yang terbuka perlahan setelah sensor otomatis mengirimkan signal. Begitu melewati pintu gerbang, mataku langsung terbelalak, mulutku sedikit terbuka, takjub. Rumah? Tidak. Itu lebih mirip istana modern dengan halaman luas, lampu-lampu
Pria itu menatapku data. “Perlu. Dan saya akan menanggung semua kerugian yang timbul selama kamu tidak bekerja di sini. Anggap saja sebagai kompensasi,” ucapnya tegas tanpa memberi ruang untukku melakukan penolakan.“Kalau begitu, saya rasa solusi terbaik sementara memang begitu, Safira. Untuk meng












Selamat datang di dunia fiksi kami - Goodnovel. Jika Anda menyukai novel ini untuk menjelajahi dunia, menjadi penulis novel asli online untuk menambah penghasilan, bergabung dengan kami. Anda dapat membaca atau membuat berbagai jenis buku, seperti novel roman, bacaan epik, novel manusia serigala, novel fantasi, novel sejarah dan sebagainya yang berkualitas tinggi. Jika Anda seorang penulis, maka akan memperoleh banyak inspirasi untuk membuat karya yang lebih baik. Terlebih lagi, karya Anda menjadi lebih menarik dan disukai pembaca.