로그인นีร่า เงือกสาวผู้ไร้เดียงสา ถูกคลื่นโชคชะตาพัดขึ้นฝั่ง ต้องเรียนรู้โลกมนุษย์อันโหดร้าย พร้อมหัวใจที่สั่นไหวให้ชายลึกลับท่ามกลางไฟแค้นและการไล่ล่า
더 보기นิยายเซตนี้มีสองเรื่อง ฮูหยินร้อนสวาท และลี่จูสะใภ้ในตำนาน
นวนิยายสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น
ผู้เขียน เฉ่าฟ่าน
ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือ
หรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ
เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของหนังสือเท่านั้น
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่สมมติขึ้น
ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องจริงแต่อย่างใด ชื่อบุคคล
และสถานที่ที่ปรากฏในเนื้อเรื่อง ไม่มีเจตนา
อ้างอิงหรือก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ
……….
นิยายเรื่องนี้… ไม่มีแก่นสารอะไรนักหนา
ทั้งเรื่องขับเคลื่อนด้วยอารมณ์อันมืดดำของมนุษย์
ดำเนินเรื่องด้วยตัณหาราคะสุดร้อนแรง
ท่านใดที่ไม่ชอบโปรดหลีกเลี่ยง
*เราเตือนท่านแล้ว
ฮูหยินร้อนสวาท
ที่ห้องนอน ภายในบ้านหลังใหญ่ของเศรษฐีผู้มั่งคั่งมีนามว่า ‘จางเยี่ยนเฟย’
“ท่านพี่… ก่อนไปท่านพี่จะไม่ร่ำลาข้าเชียวหรือ… คราวนี้ท่านพี่ไปตั้งหลายวัน… ”
‘เยี่ยนเหนียง’ หรือที่คนรับใช้ในบ้านหลังนี้ต่างเรียกนางว่า ‘ฮูหยินจาง’ เดินเข้ามาสวมกอดสามีที่กำลังเตรียมตัวออกเดินทาง
จางเยี่ยนเฟยเป็นพ่อค้า ทุกเดือนจะต้องออกเดินทางนำสินค้าไปขายยังต่างเมือง การต้องทิ้งภรรยาไปนานจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
“เจ้ารอข้ากลับมาก่อนไม่ดีกว่าหรือเยี่ยนเหนียง… ตอนนี้พวกคนงานคงมารอกันแล้ว”
จางเยี่ยนเฟยเป็นห่วงเรื่องการเดินทาง ด้วยมีอุปนิสัยเป็นคนขยัน ทำงานเป็นบ้าเป็นหลังมาแต่ไหนแต่ไร ทุกเดือนต้องออกเดินทางค้าขายทั้งทางบกและทางน้ำจนร่ำรวยเป็นเศรษฐีในทุกวันนี้
“โธ่… ท่านพี่ ช้านิดหน่อยจะเป็นไรไป หรือว่าท่านพี่กล้าปฏิเสธข้า… ”
เยี่ยนเหนียงรู้วิธีจะเหนี่ยวรั้งสามีเอาไว้ นางจึงแกะผ้าคาดเอว ค่อยๆ เปลื้องผ้าออกจากร่างกายทีละชิ้นจนเปลือยเปล่า อวดเรือนร่างขาวผ่องต่อหน้าสามีชราผู้มีวัยต่างกันราวพ่อกับลูก
“เจ้างามเหลือเกินฮูหยินข้า… ”
จางเยี่ยนเฟยจ้องมองเรือนร่างอะร้าอร่ามของเยี่ยนเหนียง นางช่างเป็นหญิงงดงาม ทั่วสรรพางค์กายไร้ที่ติติง ผิวพรรณขาวเปล่งปลั่งขาวเนียนไปด้วยเลือดเนื้อของวัยสาวสะพรั่ง เต้านมอวบใหญ่เป็นทรงสวยสะดุดตาชาย เอวคอดรับกับสะโพกผาย ก้นงอนสวยบ่งบอกถึงแรงกำหนัดและพลังเพศอัดแน่นอยู่ภายใน จะมีก็แต่จางเยี่ยนเฟยเท่านั้นที่รู้ว่าสตรีนางนี้เร่าร้อนเพียงใดเวลาที่นางอยู่บนเตียง
ไม่อาจทนแรงยั่วเย้า…
จางเยี่ยนเฟยโอบเอวภรรยามาที่เตียงนอน ถอดเสื้อผ้าจนเนื้อตัวเปลือยเปล่าล่อนจ้อนไม่ต่างกัน
“เร็วเถอะท่านพี่… ข้าอยากเหลือเกิน… ”
ด้วยความใคร่เต้นระยับอยู่ในดวงตา นางทอดกายลงนอนบนเตียง ถ่างขารับลำตัวสามี ขยับขึ้นมาทาบทับ เบียดสะโพกพร้อมกับดันแท่งหยกเข้าใส่กลีบดอกเหมยของนางที่ภายในชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำคาวสวาท
“อ๊า… ”
ตาของนางหลับพริ้ม สะดุ้งเมื่อแท่งหยกถูกดันเข้ามา น้ำเสียวคัดหลั่งออกมาอาบชุ่มพุ่มขนรอบโคนอวัยวะเพศของจางเยี่ยนเฟย ขยับเข้าออกในซอกกลีบของนางเป็นจังหวะ
“อ๊า… เสียวมาก รูของเจ้าหนีบแรงเหลือเกินเมียข้า”
จางเยี่ยนเฟยขยับเอวเป็นจังหวะ ใบหน้ากดลงแนบซุกสองเต้าอวบขาวราวกับหยวก กระเพื่อมส่ายตามแรงกระเด้า เชยชมปทุมถันคู่งามอย่างกระหาย ทั้งดูดเลียสลับบีบเคล้นไปมาจนปลายปทุมชูชัน แข็งโด่แดงเรื่อขึ้นมาเป็นสีทับทิม
“อ๊า… ท่านพี่ ข้าเสียว… ซี้ดด… ดูดนมข้าสิ… ข้าชอบโดนดูดนม… ข้าชอบให้ท่านเลียหัวนม”
สองมือของเยี่ยนเหนียงบีบขยำปทุมถันอวบใหญ่ของตัวเอง บีบจนหนั่นเนื้อขาวๆ ปลิ้นออกมาจากซอกนิ้ว เคล้นยอดปทุมที่กำลังเบ่งบวมชูชัน บีบป้อนใส่ปากสามีดูดเลียจนปลายยอดแฉะชุ่มไปด้วยน้ำลายเหนียวๆ
“นมเจ้าใหญ่มาก… สวยมาก… ข้าชอบที่สุด”
สามีชราเล้าโลมให้อย่างเร่าร้อน ทำเอาเมียสาววัยคราวลูกร้องครางครวญบิดตัวไปมาอยู่ใต้ร่างด้วยความซ่านเสียว
“ข้าอยากโดนกระแทกแรงๆ… แทงหนักๆ… ทะ… ท่านพี่ได้โปรด… ”
สองขาเรียวกระหวัดรัดรอบเอวจางเยี่ยนเฟย แขนสองข้างโอบกอดลำตัว รั้งเข้ามาให้ความเป็นหญิงชายสอดใส่แนบชิดเป็นเนื้อเดียวกัน ทว่าแท่งหยกแห่งความเป็นชายของสามีชรานั้นก็เล็กจนรู้สึกได้ถึงความ
ไม่เต็มลำเต็มรู ไม่อาจครูดถูทะลวงร่องได้อย่างที่นางปรารถนา
“ซี้ดดดด… อู้ว… ซี้ดดดด ท่านพี่ขา ได้โปรดกระเด้าแรงๆ แทงลึกๆ… ข้าทรมาน… อย่าปรานีข้า”
เยี่ยนเหนียงร้องขออย่างไร้ยางอาย
เวลาผ่านไปหลายเดือน อีธานเริ่มปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่บนชายฝั่ง เขาได้สร้างมุมเล็ก ๆ บนเรือไม้ที่ไม่ใช้ล่องทะเลแล้ว เป็นบ้านชั่วคราวสำหรับเขาและลูก ผนังไม้ถูกแขวนเปลือกหอยและดอกไม้ทะเล เงือกตัวน้อยหัวเราะร่าเล่นน้ำในอ่างไม้กว้าง ขณะที่อีธานค่อย ๆ ช่วยเธอสอนว่ายน้ำ ฝึกหายใจ และทำความเข้าใจกับโลกบนบก“พ่อ… ข้าทำได้แล้วนะ!” เสียงเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจอีธานยิ้มกว้าง มือเรียวจับมือเด็กไว้แน่น “ดีมาก! เจ้าทำได้จริง ๆ ข้าแทบไม่อยากเชื่อเลย” น้ำเสียงเขาอบอุ่น ราวกับทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นใต้ทะเลกำลังโอบล้อมพวกเขาไว้ช่วงบ่ายที่เงียบสงบ คลื่นซัดเบา ๆ ผิวทะเลสะท้อนแสงตะวัน ทันใดนั้น คลื่นสูงขึ้นเล็กน้อยเหนือท้องน้ำ และร่างคุ้นเคยก็โผล่พ้นผิวน้ำ ดวงตาสีครามเจิดจ้า ยิ้มอ่อนโยน นีร่า—ราชินีแห่งท้องทะเล—ปรากฏอยู่ตรงหน้า“สวัสดี… ข้าแค่ผ่านมาแวะเยี่ยมสองพ่อลูกของข้า” เธอกระซิบ ราวกับเสียงคลื่นซัดเข้ามาเบา ๆลูกเงือกตัวน้อยตาเบิกกว้าง “แม่!?” แม้ยังเล็ก แต่แววตาเต็มไปด้วยความเข้าใจอีธานตาเบิกกว้าง ใจเต้นแรง มือยังกุมเด็กไว้แน่น เขายิ้มออกมา น้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัว “นีร่า… ข้า… ข้าคิดถึงเจ้า
คลื่นทะเลซัดกระทบโขดหินที่ยื่นออกไปกลางอ่าว อีธานนั่งอยู่คนเดียว มือกำสร้อย ที่นีร่าเคยให้เขาไว้แน่น สร้อยสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงลม และทุกครั้งที่ดวงตาของเขาสบกับมัน ความทรงจำก็กลับมา รอยยิ้มของนีร่า เสียงหัวเราะในคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว การต่อสู้ใต้ทะเลลึก และคำสัญญาที่ยังคงอยู่ในใจ“นีร่า… ข้า… ข้าอยากเจอเจ้า…” เสียงอีธานพึมพำเบาๆ มือของเขากำสร้อยแน่นขึ้น ทันใดนั้น เสียงหัวเราะแหลมใส ๆ ดังขึ้นจากน้ำ อีธานหันมอง เงาร่างเล็ก ๆ ผุดขึ้นเหนือผิวน้ำ ผมสีทองฟุ้งราวกับเส้นแสง ดวงตาใสเหมือนมุกมองเขาอย่างเต็มไปด้วยความไว้วางใจ“พ่อ…” เสียงนั้นเรียบง่าย แต่ชัดเจน ท่วงทำนองนั้นเจือความอบอุ่นและความคุ้นเคยที่ลึกซึ้งอีธานตาเบิกกว้าง มือที่กำสร้อยไว้เกือบหลุด ร่างเขาสั่นด้วยความประหลาดใจและไม่เชื่อสายตา “เฮ้… เจ้าคือ....เด็กเงือกตัวน้อยยิ้มกว้าง โบกมือ “ข้าคือ… ลูกของพ่อ เเม่ส่งข้าขึ้นมาอีธานแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เขาก้มลง กำมือทั้งสองของเด็กไว้แน่น รู้สึกถึงความอบอุ่นและชีวิตที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้สัมผัสอีกครั้ง“นี่… จริงหรือ… ข้า… ข้าต้องดูแลเจ้า… ใช่ไหม?” เสียงเขาสั่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยควา
เสียงดนตรีเบาลง ดวงไฟระยิบระยับสะท้อนบนผิวน้ำรอบ ๆ พระราชวัง เป็นฉากที่เหมาะกับความสงบ แต่ในใจของนีร่าเต็มไปด้วยความว้าวุ่นอีธานยืนอยู่ข้างเธอ มองออกไปยังผืนน้ำทะเลมืดกว่าปกติ “คืนนี้… ทุกอย่างเหมือนฝันเลยนะ” เขาพูดเบา ๆ ราวกับกลัวคำพูดจะทำให้มันแตกสลายนีร่ายิ้มบาง ๆ แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยคราบน้ำตา “ใช่… เหมือนฝัน… แต่ข้ากลับรู้สึกว่าฝันนี้กำลังจะจบลง”อีธานเงยหน้ามองนีร่า ดวงตาของเขาสื่อถึงความสงสัยและความเจ็บปวด “เจ้าหมายความว่าอะไร? นีร่า… อย่าบอกว่าข้าต้องเสียเจ้าไปอีกครั้งนะ”นีร่าเงียบไปสักครู่ สูดหายใจลึก ๆ ก่อนเอ่ยเสียงสั่น ๆ “ข้า… ต้องกลับไปยังทะเล… ข้าต้องกลับไปเป็นราชินีอีกครั้ง”อีธานชะงัก มือของเขาข้างหนึ่งจับข้อมือเธอแน่น “แต่…คืนนี้เจ้ากำลังอยู่ที่นี่กับข้า… เราเพิ่งรอดมา…เพิ่งเฉลิมฉลอง…เจ้าไม่จำเป็นต้องไปเดี๋ยวนี้หรอกนะ”นีร่าหันหน้าหนี น้ำตาไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัว “ข้าไม่สามารถอยู่ต่อได้…ทะเลต้องการข้า… ข้าต้องปกป้องมัน… และถ้าข้าไม่ไป… จะมีอีกหลายชีวิตที่ถูกคุกคาม… ข้าไม่สามารถเห็นใครต้องตายเพราะข้าไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง”อีธานสูดลึก พลางเอื้อมมือลูบแก้มเธออย่างแผ่วเบ
พระราชวัง ถูกแปลงเป็นสวนแห่งแสงไฟ โคมไฟกระจกน้ำมันแขวนเรียงรายเหนือสวนล้อมด้วยต้นปาล์มทะเล แสงสีทองสะท้อนลงบนผิวน้ำบ่อน้ำพุที่ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้และเปลือกหอย เสียงคลื่นทะเลด้านนอกผสมกับเสียงดนตรีสดที่เล่นท่วงทำนองโจรสลัดปนหวานโต๊ะยาวจากไม้โอ๊กวางเรียงซ้อนด้วยจานเงิน จานทอง และชามมุก ภายในเต็มไปด้วยอาหาร—กุ้งย่างราดซอสไวน์ขาว ปูทะเลนึ่งเสิร์ฟคู่เนยสมุนไพร หอยนางรมสดวางบนก้อนน้ำแข็ง กุหลาบทอดคลุกเกลือทะเล และขนมปังอบใหม่ที่ส่งกลิ่นหอมอบอวลฟรอเรสในชุดเจ้าชายโจรสลัดเต็มยศเดินถือแก้วไวน์แดง ผ่านแขกเหรื่อที่กำลังหัวเราะเสียงดัง เขายืนคุยกับดรานที่กำลังหั่นเนื้อกวางป่า"บอกข้ามาตรง ๆ ดราน—เจ้าเคยคิดไหมว่าข้าจะลงเอยแต่งงานแบบราชพิธี?"ดรานเหลือบมองแล้วยักไหล่ "ข้าคิดว่าเจ้าคงลงเอยในคุกมากกว่า"เสียงหัวเราะจากโต๊ะดังขึ้นทันทีที่ฟรอเรสหัวเราะเสียงดัง “ฮ่า! ดีที่วันนี้ไม่ใช่คุก แต่ถ้าเป็นคุกที่มีไอล่าอยู่ด้วย ข้าก็ยอม”อีกมุมหนึ่งของงาน นีร่ากำลังสอนเด็ก ๆ ในเมืองเต้นรำแบบโจรสลัด เด็ก ๆ หัวเราะคิกคักขณะที่พยายามหมุนตัวและกระทืบเท้าตามจังหวะกลองอีธานกับซารีนกำลังเล่นพนันเล็ก ๆ ด้วยลูกเต๋า—แต่แ
ความมืดกลืนทุกสีและทุกเส้นเงา เหลือเพียงประกายจาง ๆ จากหอกของนีรากับดวงตาหลายคู่ของสัตว์เกราะใต้ทะเลที่ยังขยับช้า ๆ แต่มั่นคงเสียงแหวกน้ำมาจากรอบทิศ ไม่ใช่เสียงเดียว…แต่เป็นหลายสิบ หลายร้อย แทรกอยู่ในคลื่นหัวใจของทุกคน คาเอลกำมีดแน่นจนข้อนิ้วซีด เขาพยายามเพ่งมองหาเงาแต่สิ่งเดียวที่เห็นคือน้ำที่ขุ่
สายฝนหยุดลงเพียงชั่วคราวเหมือนฟ้าต้องการให้พวกเขาเคลื่อนตัวต่อ แบร์กตันม้วนแผนที่เก็บอย่างระวัง เสียงน้ำหยดจากกิ่งไม้ดังเป็นจังหวะเหนือหัว คาเอลยกถุงเสบียงขึ้นพาดบ่า “เอาล่ะ ไปเจอมังกรยักษ์ของราชินีกัน”นีร่าไม่ได้ตอบ เธอกำลังคิดถึงสัญลักษณ์รูปตาที่ติดบนแผนที่ เส้นรัศมีสามเส้นที่แผ่ออกมาราวกับกำลัง
ผืนทรายชื้นเย็นของชายฝั่งเกาะเงียบงันรับร่างของนีร่าที่ล้มลงคว่ำ หน้าอกกระเพื่อมแรงจากการหอบหายใจ ดรานและคาเอลตามมาติด ๆ ทั้งคู่เปียกโชกตั้งแต่หัวจรดเท้า น้ำเกลือกัดผิวจนแสบดรานทรุดนั่งพิงตอไม้ใหญ่ “ข้า… แทบเดินไม่ไหวแล้ว” เสียงแหบพร่า แววตาขุ่นมัวด้วยความเหนื่อยล้าคาเอลนั่งลงข้าง ๆ พลางหัวเราะเบ
เสียงร้องไห้แหลมเล็กของทารกตัดผ่านเสียงคลื่นราวกับแสงสว่างที่ฝ่าความมืดมิดออกมาได้ ทุกคนบนเรือเฮออกมาอย่างไม่ได้นัดหมาย แม้ลมแรงจะยังโหมกระหน่ำ แต่รอยยิ้มและน้ำตาก็ผสมปนกันอยู่บนใบหน้าของพวกเขา“เป็นเด็กผู้หญิง!” ชายวัยกลางคนที่ช่วยทำคลอดตะโกนบอก พลางยกทารกตัวน้อยห่อผ้าอย่างทะนุถนอม แสงจากโคมไฟเรือ






리뷰