เฮยจิวจู่ ดินแดนรักร้อนซ่อนแรงปรารถนา(Nc18+)

เฮยจิวจู่ ดินแดนรักร้อนซ่อนแรงปรารถนา(Nc18+)

last updateHuling Na-update : 2025-05-18
By:  wan’anOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
12Mga Kabanata
884views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

โอรสสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ในใต้หล้าต้องพลัดพรากจากสตรีอันเป็นที่รักและบุตรในครรภ์ เขาจึงออกตามหานางกับลูกอีกครั้ง ในเมืองที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา ซึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้ฉากหน้าอันงดงามเรียบง่าย เชิญพบกับเรื่องราวความรักอันเร่าร้อนของพวกเขาได้ที่นี่

view more

Kabanata 1

ตอนที่ 1 ปฐมบท

“นายน้อย คุณต้องกลับไปกับเรานะครับ ตอนนี้ตระกูลหานต้องการให้คุณกลับไปเป็นประธานครับ”

“คุณพ่อของคุณป่วยหนัก พี่ชายของคุณก็ติดคุกอยู่ ตอนนี้มีเพียงคุณเท่านั้นที่จะสามารถประคับประคองตระกูลหานต่อไปได้นะครับ”

“คุณย่าบอกให้พวกเราพาคุณกลับไปให้ได้ครับ”

ณ เมืองหยุนเฉิง ถนนจื่อถง ในมือของหานซานเฉียนถือกล่องของขวัญกล่องหนึ่งอยู่ เขาสวมเสื้อผ้าที่ซื้อจากแผงลอยริมถนน และมีสีหน้าเฉยเมย

“ตั้งแต่เด็กจนโตฉันไม่เคยพูดจาประจบสอพลอเอาอกเอาใจให้ท่านเอ็นดู ไม่เหมือนพี่ชายของฉันที่ไม่ว่าจะทำอะไรท่านก็ชอบ คุณย่ากลัวว่าฉันจะแย่งตำแหน่งทายาทมาจากพี่ ท่านเลยไล่ฉันออกจากตระกูลหานยังไงล่ะ”

“ฉันแต่งงานเข้ามาอยู่ในตระกูลซูสามปีแล้ว ตลอดเวลานั้นต้องทนทุกข์กับความอัปยศอดสู ตระกูลหานเคยใส่ใจถามไถ่ฉันบ้างไหม ท่านเป็นคนขับไล่ฉันออกจากตระกูลหานเอง ตอนอยากให้กลับ ก็สั่งให้ฉันกลับไป ท่านคิดว่าหานซานเฉียนเป็นสุนัขที่ต้องเชื่อฟังรึไง?”

“ตอนนี้ฉันอยากเป็นแค่คนเดินดินธรรมดา ๆ และอยู่อย่างสงบ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็อย่ามาวุ่นวายกับฉัน”

หานซานเฉียนเดินออกไปและทิ้งให้คนพวกนั้นมองหน้ากันเลิกลั่ก

ตระกูลซูเป็นตระกูลที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงเป็นอันดับสองในเมืองหยุนเฉิง เมื่อสามปีก่อน ตอนที่หานซานเฉียนพเนจรเหมือนสุนัขจรจัด คุณปู่ของตระกูลซูอ้างถึงสัญญาการแต่งงานระหว่างซูหยิงเซี่ยกับหานซานเฉียน ในเวลานั้น งานแต่งงานของเธอเป็นเรื่องฮือฮาในเมืองหยุนเฉิงมาก แต่เรื่องที่ทุกคนตกตะลึงคือ ซูหยิงเซี่ยแต่งงานกับคนกระจอกที่ไร้ชื่อเสียง และเรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องตลกของหยุนเฉิง

ตัวตนที่แท้จริงของหานซานเฉียนมีเพียงคุณปู่ของตระกูลซูเท่านั้นที่รู้ แต่สองเดือนหลังจากงานแต่งงาน คุณปู่ก็เสียชีวิตด้วยอาการป่วย นับแต่นั้นมาก็ไม่มีใครรู้ตัวตนของหานซานเฉียน และเขาก็กลายเป็นลูกเขยที่ไร้ประโยชน์

ในช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมา หานซานเฉียนถูกเหยียดหยามและได้รับการปฏิบัติอย่างเย็นชา แต่เมื่อเทียบกับการถูกไล่ออกจากตระกูลหานแล้ว เหตุการณ์นั้นเลวร้ายยิ่งกว่า

เขาเริ่มรู้สึกปล่อยวางจนมันกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตเขาไปแล้ว

วันนี้เป็นวันเกิดคุณย่าของตระกูลซู หานซานเฉียนตั้งใจเลือกของขวัญมาอย่างดี มันไม่ใช่สิ่งของราคาแพง เขาจึงเตรียมตัวที่จะถูกหัวเราะเยาะ แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่านี้แล้ว

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ภายในจิตใจของหานซานเฉียนนั้นสงบนิ่ง แม้เขาอยากจะหัวเราะออกมาบ้างก็ตาม

พี่ชายของเขาเป็นคนชอบพูดจาประจบสอพลอ แม้ว่าเขาจะชอบเอาอกเอาใจคุณย่า แต่เขาก็เย่อหยิ่งและชอบทำลายชีวิตของตัวเอง สักวันหนึ่งชีวิตของเขาต้องพังลงในไม่ช้าก็เร็ว

บางทีฟ้าอาจต้องการให้ตระกูลหานพังพินาศ

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ? ฉันเป็นแค่ลูกเขยที่ตระกูลซูไม่ยอมรับเท่านั้น

เขากลับมาที่คฤหาสน์ของตระกูลซู และพบเข้ากับสาวสวยคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ที่ประตูด้วยท่าทางวิตกกังวล

ซูหยิงเซี่ยเป็นผู้หญิงที่สวยมาก เธอก็คือภรรยาของหานซานเฉียน และเนื่องจากเธอเป็นคนที่เพียบพร้อม ดังนั้นงานแต่งงานของพวกเขาเมื่อสามปีที่แล้วจึงกลายเป็นเรื่องตลก

หานซานเฉียนเดินเข้ามาหาซูหยิงเซี่ยและถามว่า “หยิงเซี่ย คุณรอใครอยู่เหรอ?”

ซูหยิงเซี่ยเหลือบมองหานซานเฉียนด้วยท่าทีเบื่อหน่ายและพูดว่า “คุณเตรียมของขวัญให้คุณย่าแล้วหรือยัง?”

หานซานเฉียนยกกล่องของขวัญในมือขึ้นแล้วพูดว่า "เรียบร้อยแล้วล่ะ ผมตั้งใจเลือกอยู่นานเลยนะ"

ซูหยิงเซี่ยไม่แม้แต่จะชายตามอง สามปีก่อนไม่รู้ว่าคุณปู่คิดอะไรอยู่ ถึงได้บังคับให้เธอแต่งงานกับหานซานเฉียนเสียให้ได้

สิ่งที่ทำให้ซูหยิงเซี่ยไม่เข้าใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ก่อนที่คุณปู่จะเสียชีวิต ท่านจับมือเธอ และย้ำเตือนเธอว่าอย่าได้ดูถูกหานซานเฉียน

สามปีแล้ว ซูหยิงเซี่ยยังคงไม่เข้าใจว่าคนต่ำต้อยคนนี้มีดีที่ตรงไหน ทำไมคุณปู่ถึงได้เห็นดีเห็นงามด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าชื่อเสียงของตระกูลซูจะเสื่อมเสีย เธอคงหย่ากับหานซานฉียนไปนานแล้ว

“วันนี้ญาติทั้งหมดจะมา คุณห้ามพูดอะไรไร้สาระ และถึงแม้ว่าจะถูกพวกเขาเยาะเย้ยหรือเหยียดหยาม คุณก็ต้องต้องอดทนเอาไว้ เพราะฉันไม่อยากเสียหน้าเพราะคุณ” ซูหยิงเซี่ยพูดเตือนเขา

หานซานเฉียนยิ้มรับและพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ

เมื่อเห็นท่าทางของหานซานเฉียน ซูหยิงเซี่ยก็แทบอยากจะฆ่าเขา เขาไม่มีทักษะและความสามารถอะไรเลย สามปีมานี้นอกจากกวาดพื้น ซักเสื้อผ้า และทำอาหาร เขาก็ทำอะไรไม่เป็นแล้ว

หานซานเฉียนไม่เคยไม่พอใจกับท่าทีของซูหยิงเซี่ยที่มีต่อตน เพราะทั้งสองแต่งงานกันโดยปราศจากความรัก แถมยังต้องมาแต่งงานกับผู้ชายไร้ประโยชน์อย่างเขา ซึ่งมันไม่ยุติธรรมกับเธอเลย เขาจึงพอจะเข้าใจความรู้สึกของซูหยิงเซี่ย

ทั้งสองคนเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น ญาติของตระกูลซูก็อยู่ที่นั่นกันเกือบทั้งหมดแล้ว ทำให้วันนี้บรรยากาศในบ้านดูครึกครื้นเป็นพิเศษ

“หยิงเซี่ย มานี่เร็วเข้า”

“วันนี้วันเกิดคุณย่า ทำไมมาช้าจังล่ะ”

“หรือว่ามัวแต่เตรียมเซอร์ไพรส์อะไรให้คุณย่าอยู่ล่ะสิ”

บรรดาญาติ ๆ ทักทายซูหยิงเซี่ยอย่างอบอุ่น โดยไม่สนใจการมีตัวตนของหานซานเฉียนเลย

หานซานเฉียนชินกับการถูกเมิน ไม่ต้องมาสนใจเขาน่ะดีแล้ว จะได้ไม่ต้องถูกคนอื่นหัวเราะเยาะอีก

ถึงอย่างไรก็มีคนที่ไม่พอใจเขาอีกอยู่ดี ซูไห่เฉาลูกพี่ลูกน้องของซูหยิงเซี่ย ทุกครั้งที่พบกัน เขาชอบหาเรื่องให้หานซานเฉียนลำบาก และทำให้หานซานเฉียนเสื่อมเสียจนดูไร้ค่า แม้แต่ฉายาลูกเขยที่ไร้ประโยชน์ของหานซานเฉียนในเมืองหยุนเฉิงก็มาจากซูไห่เฉา เพราะเขามักจะเอาชื่อของหานซานเฉียนไปพูดถึงแต่สิ่งที่ไม่ดี

“หานซานเฉียน อย่าบอกนะว่าของที่นายถืออยู่เป็นของขวัญของคุณย่าน่ะ?” ซูไห่เฉามองหานซานเฉียนด้วยสายตาอย่างดูถูก ของขวัญชิ้นใหญ่ที่ถูกห่อด้วยกระดาษของขวัญแบบนี้ ดูอย่างไรก็เป็นของราคาถูก

“ใช่” หานซานเฉียนตอบอย่างมั่นใจ

ซูไห่เฉาหัวเราะเยาะและพูดว่า “นี่มันอะไร ซื้อมาจากร้านข้างถนนเหรอ?”

หานซานเฉียนส่ายหัวและพูดว่า “ฉันซื้อมาจากร้านขายของขวัญ”

แม้ว่าเขาจะพูดอย่างจริงใจ แต่คำพูดเหล่านั้นกลับทำให้คนอื่นหัวเราะเยาะเขา สีหน้าของซูหยิงเซี่ยแข็งทื่อ คิดไม่ถึงว่าเพิ่งมาถึงได้ไม่นานเธอก็ต้องอับอายขายขี้หน้าเพราะหานซานเฉียน

แต่ปกติแล้วซูหยิงเซี่ยจะไม่พูดอะไร เธอไม่คิดว่าตัวเองและหานซานเฉียนเป็นครอบครัวเดียวกัน เธอไม่สนใจว่าหานซานเฉียนจะรู้สึกอับอายแค่ไหน ตราบใดที่เธอไม่ถูกพูดถึงไปด้วย

“นายมาเพื่อเล่นตลกเหรอ? วันนี้เป็นวันฉลองครบรอบแปดสิบปีของคุณย่านะ นายไม่ตั้งใจเลือกของขวัญเลยอย่างงั้นเหรอ?” ซูไห่เฉาเดินไปที่โต๊ะน้ำชาในห้องนั่งเล่น ซึ่งเต็มไปด้วยของขวัญราคาแพงมากมาย ของขวัญเหล่านั้นดูมีค่าจนของขวัญของหานซานเฉียนนั้นเทียบไม่ติด

“ดูของที่ฉันให้คุณย่าสิ ชาผู่เอ่อร์ นายรู้ไหมว่าชากระปุกนี้ราคาเท่าไหร่? แปดแสนแปดหมื่นหยวนเชียวนะ” ซูไห่เฉาพูดอย่างภาคภูมิใจ

“ว้าว เยี่ยมไปเลย” หานซานเฉียนเหลือบมองซูหยิงเซี่ย เธอเคยเตือนให้เขาพูดน้อย ๆ ดังนั้นเขาจึงไม่โต้ตอบอะไรมาก

ซูไห่เฉาต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่าของขวัญของเขานั้นดูเหนือกว่าของขวัญของหานซานเฉียน จึงพูดต่อว่า “แม้แต่เศษชาก็ยังมีค่ากว่าของขวัญของนายอีก นายไม่คิดอย่างนั้นเหรอ ไอ้คนกระจอก”

หานซานเฉียนยิ้มตอบโดยไม่พูดอะไร และทั้งห้องนั่งเล่นก็เต็มไปเสียงหัวเราะเยาะ

แม้ว่าซูหยิงเซี่ยจะไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของหานซานเฉียน แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เป็นสามีของเธออย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถึงจะไม่เหมือนเป็นสามีภรรยากันจริง ๆ และเธอก็ไม่เคยให้หานซานเฉียนสัมผัสตัวเธอเลยตลอดสามปีที่ผ่านมา แต่หานซานเฉียนต้องมาเสียหน้าต่อหน้าญาติพี่น้องของเธอ ซึ่งเธอไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้

“ซูไห่เฉาพอได้แล้ว นายจะมีเงินมากมายแค่ไหนมันก็เป็นเรื่องของนาย การให้ของขวัญราคาแพงมันไม่ได้เกี่ยวกับเรา นายไม่จำเป็นต้องโอ้อวด” ซูหยิงเซี่ยเอ่ยอย่างไม่พอใจ

หานซานเฉียนมองไปที่ซูหยิงเซี่ยด้วยความประหลาดใจ นี่เป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่ซูหยิงเซี่ยพูดแทนเขา

“อวดเหรอ? หยิงเซี่ย เธอเข้าใจผิดแล้ว ฉันจำเป็นต้องอวดต่อหน้าเจ้าคนต่ำต้อยนี่ด้วยเหรอ? ฉันแค่คิดว่าเขาไม่ให้ความสำคัญกับวันเกิดของคุณย่าก็เท่านั้น ส่วนเธอก็นะรู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นคนฉลาดน้อย และไม่มีเงินซื้อของขวัญ แต่เธอก็ไม่คิดจะให้ควักเงินให้เขาเพิ่มหน่อยเหรอ? หรือว่าเธอไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันเกิดของคุณย่า?” ซูไห่เฉาพูดพลางยิ้มอย่างเยาะเย้ย

“นาย…” ใบหน้าของซูหยิงเซี่ยแดงก่ำ ครอบครัวของเธอมีฐานะต้อยต่ำที่สุดในตระกูลซู และสภาพความเป็นอยู่ก็แย่ที่สุด เธอไม่สามารถให้ของขวัญที่มีราคาสูงได้จริง ๆ

ทันใดนั้น หานซานเฉียนก็ลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปข้าง ๆ ซูไห่เฉา และดมชาผู่เอ๋อร์

“นายจะทำอะไร นี่คือของขวัญของคุณย่าเชียวนะ คนต่ำต้อยอย่างนายกล้าดียังไงมาดมเนี่ย?”

ซูไห่เฉาพูดด้วยความฉุนเฉียว

หานซานเฉียนขมวดคิ้วและพูดว่า “ชาผู่เอ๋อร์ยิ่งแก่ยิ่งหอม เพราะอย่างนั้นชาผู่เอ๋อร์ยิ่งแก่เท่าไหร่ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น พ่อค้าหลายคนจึงจงใจใช้เหตุผลนี้ในการขึ้นราคา”

“ชาผู่เอ๋อร์ยังแบ่งออกเป็นชาดิบและชาสุก ชาของนายส่วนใหญ่เป็นสีเขียว และสีเขียวเข้มถือได้ว่าเป็นชาดิบ ชาดิบมีกลิ่นและรสชาติที่ไม่เหมือนกับชาสุก แต่ชาดิบที่ผลิตใหม่จะมีคาเฟอีนสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ และบ่มเป็นเวลานาน ยิ่งอายุชามาก ปริมาณคาเฟอีนก็จะยิ่งน้อยลง”

“แต่กระปุกชาในมือนาย ดูเหมือนว่าจะถูกเร่งให้แก่ เวลาที่บ่มยังไม่เพียงพอ หากดื่มเข้าไปจะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้”

“ถึงแม้ฉันจะเป็นแค่คนต่ำต้อย แต่นายก็ไม่ได้ดีไปกว่าฉันหรอก ทั้งยังเป็นภัยต่อสุขภาพคุณย่าด้วย นายมันแย่ยิ่งกว่าฉันเสียอีก”

หานซานเฉียนพูดเสียงดังและชี้ไปที่ซูไห่เฉา นั่นจึงทำให้ทุกคนในบ้านเงียบกริบ!
Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
12 Kabanata
ตอนที่ 1 ปฐมบท
เมื่อเข้าสู่ยามพระอาทิตย์อัสดง พระสนมหวงสตรีงามล่มเมืองแห่งวังหลังกำลังถูกเหล่าขันทีห่อหุ้มร่างเปลือยเปล่าด้วยผ้าหนานุ่ม ก่อนจะโอบอุ้มร่างอวบอิ่มเข้าสู่ตำหนักเฉียนชิงอันเป็นที่ประทับของโอรสสวรรค์วัยยี่สิบห้าปี พระนามว่าหยางจิ่งถง หูฮองเฮามองผ่านขบวนของขันทีที่โอบอุ้มอนุภรรยาเข้าหาสามีในนามของตนด้วยความเฉยเมย นับตั้งแต่ที่นางเข้าพิธีแต่งงานกับหยางจิ่งถงมาได้นับห้าปี บุรุษใจแข็งผู้นี้ก็มิเคยร่วมหลับนอนกับนางเยี่ยงสามีภรรยาทั่วไป ในแต่ละวันเขาได้แต่เลือกป้ายของสนมนางในคนอื่นๆ โดยมองข้ามตำหนักคุนหนิงของนางจนหญิงสาวชินชา แม้นางจะรู้ว่าโอรสสวรรค์ใช้การแต่งงานครั้งนี้เพื่อกุมอำนาจฝ่ายบุ๋นบู๊ให้เป็นปึกแผ่น หาใช่รักใคร่ชอบพอนางไม่ แต่หญิงสาวก็มิอาจตัดใจจากผู้ชายคนแรกที่นางหลงรักได้ หูอี้หลงจึงเร่งเร้าบิดาเพื่อให้ได้แต่งงาน เป็นฮองเฮาเคียงคู่กับเขา แต่สุดท้ายนางก็รู้ว่าตนเองใช้ความพยายามในทางที่ผิด บุรุษสูงศักดิ์ผู้นั้นมิเคยเหลียวแลนางแม้แต่น้อย ชีวิตในวังหลังของนางมีเพียงนักพรตเหลียวตั๋วลู่ผู้เป็นขุนนางในกรมพิธีการ ที่คอยปลอบโยนนาง หูฮองเฮาทอดสายตามองกระถางกำยานที่ทำจากกระเบื้องเคลือบ
Magbasa pa
ตอนที่ 2 หญิงสาวชาวบ้าน
ประตูเรือนหลังเล็กท้ายหมู่บ้านถูกเปิดขึ้นในยามพระอาทิตย์อัสดง หลิวจิ่นอิงสตรีวัยสิบแปดกลับจากขายเซาปิ่งในตลาดด้วยความสภาพร่างกายเปียกปอนจากสายฝนโปรยปราย ในขณะที่นางกำลังขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เมฆฝนก็ตั้งเค้ามาแต่ไกล จนนางต้องตัดใจเก็บเซาปิ่งกลับบ้าน หญิงกวาดตามองหาบิดาที่ออกไปทำนาตั้งแต่เช้า มาบัดนี้ยังไม่พบแม้แต่เงาของผู้อาวุโสทันใดนั้นก็มีมีเสียงชายหญิงคู่หนึ่งครางกระเส่ามาจากกำแพงทางด้านหลังบ้าน หลิวจิ่นอิงจึงเดินไปดูด้วยความระคนสงสัย นางมองลอดผ่านรูกำแพงติดกับเรือนหลังเล็กของครอบครัวสกุลกวง ที่บัดนี้เหลือเพียงกวงฮูหยินที่กลายเป็นม่ายสาวอยู่เฝ้าเรือนเพียงลำพังกับแม่สามีตาบอด เพราะสามีนางที่เป็นมือปราบได้จากไปปรโลกเมื่อครึ่งปีก่อนมือของม่ายสาววัยสามสิบกำลังจับที่ขอบบ่อบาดาลอย่างแน่นหนา เพื่อรองรับแรงกระแทกจากบุรุษเฒ่าวัยสี่สิบห้า บั้นท้ายขาวร่อนรับแก่นกายยักษ์ด้วยความระริกระรี้ ในขณะที่เต้าอวบใหญ่ถูกเขาบีบเคล้นอย่างเต็มไม้เต็มมือ ด้วยแรงกำหนัดที่เปี่ยมล้น เสียงต้นขาแกร่งกระทบบั้นท้ายขาวเคล้าคลอกับเสียงครางกระเส่าของหญิงม่ายดังระงมไปทั่วสวนหลังบ้าน“อร๊างงค์!! พี่เส้าเหิง เบาๆ หน่อย
Magbasa pa
ตอนที่ 3 แม่ทัพใหญ่
สตรีทั้งสองเดินลัดเลาะมาตามแม่น้ำจนมาถึงค่ายทหารที่ตั้งอยู่เต็มลานกว้างติดชายป่า พอพวกนางไปถึงก็พบกับพ่อค้าแม่ค้ามากหน้าหลายตา ที่ตั้งแถวรอนำของมาขายก่อนหน้าพวกนาง หญิงสาวทั้งสองเข้าไปต่อท้ายแถวเพื่อรอหัวหน้ากองเข้าตรวจสินค้า หากตกลงราคากันได้เรียบร้อยก็จะเข้าไปรับเงินที่นายกองจัดหาเสบียงที่กระโจมด้านข้างหลิวจิ่นอิงลอบสังเกตการณ์ด้วยความสงสัย หากเป็นพ่อค้าหรือแม่ค้าที่อยู่ในวัยแก่เฒ่าพวกเขามักขายเสบียงได้ในราคาไม่สูงนัก ยกเว้นแม่ค้าที่เป็นสตรีแรกรุ่นที่ขายเสบียงได้ราคามากกว่าคนกลุ่มแรกหลายเท่าตัวเมื่อถึงคิวของหญิงสาวทั้งสอง ลี่จือวางตระกร้าหมั่นโถวสองใบใหญ่ลงบนโต๊ะกลางตรวจสินค้า เหล่าทหารต่างเข้ามารุมล้อมดูสตรีขายหมั่นโถวที่มีเรือนกายอวบอิ่มด้วยความหื่นกระหาย อกอวบขาวของลี่จือล้นทะลักออกมานอกร่มผ้าในขณะที่หญิงสาวกำลังก้มนับหมั่นโถวเพื่อมอบให้กับหัวหน้านายกอง“เจ้าจะขายหมั่นโถวเท่าไหร่? ““ทั้งหมดห้าร้อยอีแปะเจ้าค่ะ”“ข้าให้เจ้าหนึ่งตำลึง แต่ต้องไปรับเงินที่กระโจมใหญ่ฝั่งนู้น เจ้ายินดีหรือไม่??”“ข้ายินดีเจ้าค่ะ!!!”ด้วยความดีใจที่ขายหมั่นโถวได้มากกว่าที่คิดไว้ตั้งหลายเท่า ลี่จือรีบ
Magbasa pa
ตอนที่ 4 แม่นมจวนผู้ตรวจการ
หลังจากที่หลิวจิ่นอิงพักผ่อนที่เรือนจนหายดี นางก็เข้าไปสอบถามข่าวคราวของลี่จือถึงในเรือน ก็ได้รับทราบว่า หลังจากพักฟื้นจากอาการบอบช้ำ สหายของนางก็ถูกบิดานำไปอยู่พักกับญาติที่เมืองหลวงชั่วคราวเพื่อหลบหนีจากเรื่องอับอายที่เกิดขึ้นสองเดือนให้หลัง หลังจากทัพใหญ่เคลื่อนย้ายออกไปจากหมู่บ้าน น้ำข้นรักที่แม่ทัพใหญ่ได้ฝากฝังไว้ก็เติบโตเป็นหน่อเนื้ออ่อนในครรภ์ของนาง เรื่องของหลิวจิ่งอิงกลายเป็นที่ติฉินนินทาจากคนทั้งหมู่บ้าน แต่ถึงกระนั้นนางก็ยอมอดทนอดกลั้นใช้เงินก้อนสุดท้ายที่ได้จากแม่ทัพใหญ่มาเลี้ยงดูตนกับบุตรในท้องจวบจนถึงวันคลอด ในขณะที่บิดาของนางก็ย้ายไปอยู่กับกวงฮูหยินที่เรือนข้างๆ โดยมิได้สนใจบุตรีเยี่ยงนางเลยแม้แต่น้อยบุตรชายตัวอ้วนขาวของหลิวจิ่นอิงคลอดออกมาอย่างปลอดภัยด้วยความโล่งใจของนางกับสหาย หลังจากลี่จือได้ข่าวว่าหลิวจิ่นอิงกำลังใกล้คลอด นางก็เดินทางออกจากบ้านญาติที่เมืองหลวงมาดูแลสหายกับบุตรชายของนางอยู่มาวันหนึ่ง บุตรชายตัวอ้วนของนางเกิดไม่สบายอย่างหนัก หลิวจิ่นอิงจึงโอบอุ้มเด็กชายขึ้นรถม้ารับจ้างเพื่อไปรักษาที่โรงหมอชื่อดังในตัวเมือง หลังรักษาเสร็จหมอเทวดาจึงคิดค่ารักษากับห
Magbasa pa
ตอนที่ 5 ร้านเซาปิ่งกับเรือนหลังใหม่
เมื่อหูฮูหยินเดินทางมาถึงโรงเก็บฟืนด้านหลังจวน นางตรงเข้าไปเรียกชายตัดฟืนคนใหม่ที่หน้าประตูห้องเด็กหนุ่มวัยสิบแปดที่มีรูปร่างสูงใหญ่ เปิดประตูออกมาท่ามกลางความมืดมิด เขาตกใจเมื่อเห็นฮูหยินของจวนมาเยือนบ่าวต้อยต่ำถึงที่นี่“ฮูหยินมีอันใดให้ข้ารับใช้หรือขอรับ!”“อาเฟิงเจ้าไปเลือกฟืนท่อนใหญ่ในโรงเก็บฟืนเป็นเพื่อนข้าหน่อย ข้าจะรีบเอาไปใช้คืนนี้!”“ได้ขอรับฮูหยิน เชิญตามบ่าวมาทางนี้ขอรับ”อาเฟิงเดินนำหูฮูหยินเข้าไปในโรงเก็บฟืนข้างเรือนพัก สตรีสูงศักดิ์ปิดล็อคประตูจากด้านในก่อนจะเดินไปประกบที่แผ่นหลังใหญ่ของบ่าวตัดฟืน“ท่อนนี้ดีไหมครับฮูหยิน ตัดจากไม้เนื้อหอม วงปีของมันนับสิบปี ยิ่งโดนไฟเผาจะยิ่งส่งกลิ่นหอมขอรับ“แต่ข้าว่าท่อนนี้ดีกว่า ดูหนุ่มแน่นน่าดูดชิมมากกว่าท่อนไหนเสียอีก!”มือเรียวเอื้อมไปลูบคลำท่อนฟืนใหญ่ที่หลับไหลอยู่ใต้ร่มผ้า ก่อนจะปลดชุดปะชุนของชายหนุ่มตรงหน้าออก เหลือเพียงฟืนท่อนใหญ่ ที่ชูชันท้าทายนายสาวอยู่เบื้องหน้า ลิ้นเรียวเล็กไล้เลียจากปลายหัวหยักไปจนถึงโคน จนฟืนทั้งท่อนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายของนาง ก่อนจะกลืนกินฟืนท่อนใหญ่เข้าไปจนมิดลำ บ่าวตัดฟืนที่ยังหนุ่มยังแน่นถึงกับคราง
Magbasa pa
ตอนที่ 6 ตั้งครรภ์อีกครั้ง
เหล่าซือเฒ่าโอบอุ้มสตรีในดวงใจ กับเจ้าก้อนแป้งน้อยที่อยู่ในย่ามใหญ่กลับเรือนหลังเล็กด้วยใบหน้าฉาบสีแดงก่ำ จากบุรุษม่ายกลับกลายเป็นหัวหน้าครอบครัวใหญ่ที่มีทั้งฮูหยิน และเจ้าก้อนแป้งทั้งสองหน่อในชั่วข้ามคืน เขาเฝ้าดูแลหลิวจิ่นอิงกับเด็กน้อยอาซูจนถึงเช้า กระทั่งนางฟื้นจากอาการเป็นลมด้วยกลิ่นหอมฉุยของโจ๊กปูฝีมือของเหล่าซือเฒ่าด้านเจ้าหนูน้อยอาซูที่เคล้าคลออยู่ไม่ห่างจากมารดาก็ถูกเขาป้อนน้ำนมวัวจนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง “เจ้าฟื้นแล้วหรือจิ่นอิง ไม่สบายตรงไหนบ้างหรือไม่?” “ข้าหายดีแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณเหล่าซือที่ดูแลเราสองคนแม่ลูกนะเจ้าคะ” “เช่นนั้นข้าขอกลับสำนักก่อนนะ ยาบำรุงกับโจ๊กปู ข้าเคี่ยวไว้ในครัวแล้ว ถ้าเจ้าหิวก็ตักกินได้เลย ไม่ต้องเป็นห่วงอาซูนะ ข้าป้อนนมวัวให้เขาจนอิ่มแล้ว กว่าจะตื่นก็คงอีกหลายชั่วยาม” “ขอบคุณเจ้าค่ะ” หลิวจิ่นอิงมองตามหลังบุรุษเฒ่าด้วยความตื้นตัน คล้อยหลังจากเขาออกไปเพียงชั่วครู่ ลี่จือสหายคนสนิทของนางก็กึ่งเดินกึ่งวิ่ง มาที่เรือนหลังเล็กติดเชิงเขาเพื่อบอกเล่าข่าวลือของนางที่กระจายไปทั่วเมือง “จิ่นอิง เจ้ายังเห็นข้าเป็นสหายอยู่หรือไม่? เหตุใดจึงไม่ยอมบอกว่าเจ้
Magbasa pa
ตอนที่ 7 กำเนิดบุตรีตัวอ้วนขาว
วันเวลาล่วงเลยไปนานแปดเดือนเศษ ร้านขายเซาปิ่งของหลิวจิ่นอิงนับวันจะขายดีขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวเจรจาให้ลี่จือสหายคนสนิทนำหมั่นโถวกับซาลาเปามาเปิดแผงเพิ่มที่ร้านของนาง ทำให้เหล่านักเดินทางที่ลงเรือที่ท่าน้ำ กับบรรดาศิษย์ของสำนักศึกษาที่อยู่บนเขา ต่างแวะเวียนมานั่งพักรับความสำราญอยู่ที่นี่เป็นประจำก่อนหน้านี้เหล่าซือเฒ่ากว้านซื้อที่ดินบริเวณรอบเรือนเล็กเพื่อให้หลิวจิ่นอิงได้ต่อเติมกิจการร้านค้า นางจึงรวบรวมเงินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงมาสร้างโรงเตี๊ยมขนาดเล็กขึ้นที่ริมแม่น้ำด้านข้าง ขนาดห้องพักมีรูปแบบเรียบง่าย เข้ากับบรรยากาศริมแม่น้ำกับทุ่งข้าวฟ่างที่กำลังชูช่อสีเหลืองทองอยู่เต็มผืนดิน และแล้วโรงเตี๊ยมก็สร้างเสร็จทันกำหนดคลอดของหลิวจิ่นอิงเมื่อเข้าสู่ยามเหม่า (5.00-7.00) ของเช้าวันหนึ่ง รถม้าจากสำนักศึกษาได้พาหมอเทวดามาทำคลอดฮูหยินของเหล่าซือเฒ่าที่กำลังเจ็บท้องใกล้คลอด ในเรือนหลังเล็กท่ามกลางความเงียบสงบของเมืองเฮยจิวจู่ในเวลาไม่นาน บุตรีตัวอ้วนขาวก็คลอดออกมาทักทายมารดาของนางด้วยความปลอดภัย ท่ามกลางการลุ้นระทึกของเหล่าซือเฒ่า ที่ผุดลุกผุดนั่งที่หน้าห้องทำคลอด เขาโอบอุ้มบุตรีตัวอ้วนด้วยควา
Magbasa pa
ตอนที่ 8 เติบโตเป็นวัยสะพรั่ง
สิบแปดปีผ่านไป ร้านเซาปิ่งอันเลื่องชื่อกลับมาครึกครื้นไปด้วยลูกค้ามากหน้าหลายตาอีกครั้ง หลังจากที่ฮูหยินเจ้าของเรือนล้มป่วยจากไปปรโลกเมื่อสามปีก่อน ทั้งโรงเตี๊ยมริมน้ำและร้านเซาปิ่งแห่งนี้ก็ปิดตัวลงอย่างกะทันหันเมื่อจัดการงานศพไว้ทุกข์ให้กับมารดาเป็นที่เรียบร้อย ซุนซูหลินก็กลับมาเปิดร้านเซาปิ่งและโรงเตี๊ยมริมน้ำของมารดาดังเช่นกาลก่อน โรงเตี๊ยมที่เคยตกแต่งอย่างเรียบง่ายถูกเพิ่มเติมด้วยเครื่องปั้นงานศิลปะที่หญิงสาวเชี่ยวชาญในขณะทิวทัศน์ด้านหลังของโรงเตี๊ยมถูกโอบล้อมด้วยทุ่งข้าวฟ่างกับไร่ถั่วเหลืองนับร้อยหมู่ที่ชูช่อสีเหลืองทองเป็นทิวแถว จนทำให้เหล่าบัณฑิตและเหล่ากวีเอกต่างเข้าจับจองที่พักในฤดูการเก็บเกี่ยวเพื่อชื่นชมความงามที่ถูกรังสรรค์ขึ้นจากธรรมชาติร้านเซาปิ่งหน้าเรือนหลังเล็กถูกมารดานางต่อเติมพื้นที่เรือนให้ใหญ่โตกว้างขวาง ระแนงไม้ข้างบ้านต่างรายล้อมไปด้วยดอกไม้นานาพรรณ หลังจากที่มารดาของนางจากไปปรโลกเมื่อสามปีก่อน บิดาได้แต่เก็บตัวเงียบอยู่ในสำนักศึกษา วันนี้หลังจากนางกลับมาจากงานสอนช่างฝีมือเครื่องปั้น ซุนซูหลินจึงเข้าครัวตั้งใจเตรียมข้าวห่อใบบัวกับน้ำแกงไก่ป่าซึ่งเป็นของโปรดข
Magbasa pa
ตอนที่ 9 โอรสสวรรค์หยางจิ่งถง
หยางจิ่งถง โอรสองค์เดียวของชินอ๋อง (หรือที่เหล่าชาวเมืองต่างขนานนามว่า องค์ชายห้า)ที่เกิดกับจางฮองเฮา เขามีน้องสาวต่างมารดาที่เกิดจากหลิวกุ้ยเฟยอยู่คนหนึ่ง นางมีนามว่าองค์หญิงหยางจิงฮวา จักรพรรดิ์หยางจิ่งถงขึ้นครองราชย์แทนบิดาที่สละราชสมบัติเพื่อท่องเที่ยวยุทธภพพร้อมกับมารดาตั้งแต่ตอนที่เขาอายุได้สิบแปดปี บุรุษสูงศักดิ์เติบโตขึ้นเป็นบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ที่ถอดเค้าโครงหน้ามาจากบิดาไม่มีผิดเพี้ยน ความรูปงามของโอรสสวรรค์ล้วนเป็นที่เลื่องลือออกไปต่างแคว้น จนบรรดาแคว้นเล็กแคว้นน้อยต่างมอบบุตรีให้เป็นสตรีวังหลังของจักรพรรดิ์หนุ่มถึงแม้จะมีสตรีวังหลังอยู่มากมาย แต่เขามิอาจแต่งตั้งผู้ใดขึ้นเป็นฮองเฮาคู่ใจได้ เพราะในวัยเยาว์เขาได้หมั้นหมายกับบุตรีของเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมความลับของราชวงศ์เอาไว้อย่างแน่นหนาเช้าวันครบรอบของการครองราชสมบัติครบปีที่สอง เสนาบดีฝ่ายซ้ายหูจวี่ได้ยื่นฎีกาในท้องพระโรง เพื่อขอพระราชทานสมรสและแต่งตั้งบุตรีของเขาขึ้นเป็นฮองเฮา หลังจากที่จักรพรรดิ์หยางจิ่งถงมีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์เหมาะแก่การมีคู่บารมี เพื่อให้กำเนิดองค์รัชทายาทเพื่อความมั่นคงของราชสำนัก ท่ามกลางการส
Magbasa pa
ตอนที่ 10 ลูกหนี้ผู้สูงศักดิ์
หลังจากควบม้าผ่านท่าน้ำหน้าวังหลัง โอรสสวรรค์ชะงักงันเพียงชั่วครู่ก่อนจะหันไปสั่งการกับองค์รักษ์ที่คอยติดตามอยู่ด้านข้าง“พวกเจ้าล่วงหน้าไปรอเราที่สำนักศึกษาก่อนเถิด เราอยากเที่ยวเล่นในเมืองสักพัก ใกล้ถึงวันแข่งขันเราจะไปที่นั่นเอง”“แล้วความปลอดภัยของพระองค์เล่าพะย่ะค่ะ!”“ไม่ต่องห่วงอันใด พวกเจ้าลืมแล้วหรือว่ายังมีองครักษ์เงาอยู่กับเราทุกๆที่”“น้อมรับคำสั่งพะย่ะค่ะ”หยางจิ่งถงฝากม้าโลหิตไว้ที่โรงเลี้ยงม้าด้านข้าง ก่อนจะกระโดดขึ้นเรือรับจ้างที่มุ่งสู่จุดหมายปลายทาง เรือลำใหญ่ลัดเลาะตามลำน้ำอย่างอ้อยอิ่ง สายลมเย็นพัดโชยเอื่อยตลอดเส้นทางจนทำให้โอรสสวรรค์เผลอหลับไป ระหว่างทางเรือลำใหญ่จอดรับนักเดินทางที่ท่าเรือกลางตลาดในเมืองเฮยจิวจู่ ด้วยความแออัดของนักเดินทางที่เต็มลำเรือ ข้างกายโอรสสวรรค์ปรากฏร่างหญิงสาวใบหน้างามล่มเมืองในชุดแต่งกายสีเรียบ ที่เพิ่งกลับจากงานสอนเครื่องปั้นในสำนักช่างฝีมือ ชายหนุ่มสูงศักดิ์ตื่นขึ้นมาสบตากับสตรีด้านข้างที่มีใบหน้าพริ้มเพราด้วยความตะลึงงัน หลังจากถูกบุรุษแปลกหน้าจดจ้องเป็นนานสองนาน ซุนซูหลินจึงเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ“ใบหน้าข้ามีอันใดติดอยู่หรื
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status