ทะลุมิติมาเป็นหญิงบ้าที่กลายมาเป็นคุณนายตำรวจ 70s

ทะลุมิติมาเป็นหญิงบ้าที่กลายมาเป็นคุณนายตำรวจ 70s

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-03-10
Oleh:  sanvittayamTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
88Bab
6.0KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ตำรวจสาวมือดีกลับต้องมาอยู่ในร่างของหญิงสาวสติไม่ดีของบ้านถัง แค่นี้ก็ว่าแย่แล้ว แถมบ้านของเธอยังถูกใช้งานเยี่ยงทาสอีก เอาว่ะ เธอจะใช้ความบ้านี่แหละทำให้ครอบครัวมีกินมีใช้เอง!!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 หว่านอันถิง

บทที่ 1 หว่านอันถิง

หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาในตึกขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง ในขณะที่กำลังเปิดประตูเพื่อเข้ามาในร้านกาแฟ ก็รู้สึกได้ถึงลมหอบใหญ่ที่พัดผ่านร่างไป เธอหันมองรอบกายและรู้สึกประหลาดใจที่จู่ ๆ ก็รู้สึกคล้ายกับว่ามีลมพัดเข้ามาทั้งที่ตอนนี้เธออยู่ในตัวอาคารที่ล้อมรอบไปด้วยกระจกหนา แต่ก็ไม่คิดอะไรเพราะมีเสียงทักทายเสียขึ้นมาเสียก่อน

“คุณอันถิง สวัสดีค่ะ วันนี้รับอะไรดีคะ”

พนักงานสาวประจำร้านเอ่ยทักทายขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสดใส ในขณะที่กำลังปั๊มฟองนมอย่างขะมักเขม้น

ตำรวจสาวยิ้มหวาน ก่อนจะเงยหน้ามองเมนูและสั่งอเมริกาโน่เหมือนทุกวัน แต่วันนี้แปลกหน่อยก็ตรงที่เธอสั่งแบบใส่น้ำเชื่อม ทั้งที่ปกติแล้วเธอมักจะชื่นชอบรสขมของกาแฟมากกว่า

“วันนี้ฉันขอเป็นอเมริกาโน่เหมือนเดิมนะ แต่ขอเพิ่มเป็นน้ำเชื่อมหนึ่งปั๊ม”

“รับทราบค่ะ” พนักงานสาวตอบรับด้วยรอยยิ้มก่อนที่เธอนั้นจะรับเงินและยื่นใบเสร็จให้กับตำรวจสาว “รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวจะนำไปเสิร์ฟให้ค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ”

หว่านอันถิงพูดจบก็เดินไปนั่งที่โต๊ะริมกระจกก่อนที่เธอนั้นจะเงยหน้ามองโทรทัศน์ที่กำลังเสนอข่าวเกี่ยวกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าซึ่งถูกตำรวจกวาดล้าง เนื่องจากได้รับเบาะแสจากชาวบ้านใกล้เคียงว่า กลุ่มพี่เลี้ยงได้ใช้เด็กกำพร้าบังหน้าเพื่อเปิดรับเงินบริจาคจากคนที่ใจบุญ แต่ลับหลังกลับลงมือทำร้ายเด็กเหล่านั้นและปล่อยให้หิวโซ มีเด็กหลายคนร่างกายซูบผอมและบางคนถึงกับล้มป่วย ทั้งยังถูกซ่อนไว้ในห้องใต้ดินอับชื้น

ทันทีที่เห็นข่าวแล้วก็อดนึกถึงชีวิตของตัวเองไม่ได้ เธอก็เกิดและเติบโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเช่นกัน ก่อนหน้านี้แม่ของเธอก็เป็นพี่เลี้ยงอยู่ที่นั่น แต่หลังจากคลอดเธอได้ไม่นาน แม่ของเธอก็หนีหายไป จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้เหตุผลว่า ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงได้ตัดสินใจทอดทิ้งเธอไป

หลังจากที่เรียนจบชั้นประถม เธอก็ตัดสินใจสมัครสอบชิงทุนทั้งของรัฐบาลและเอกชน ซึ่งก็ไม่ทำให้ตัวเองผิดหวัง เธอได้รับทุนการศึกษาจากหลายทาง ทำให้ตัดสินใจออกจากบ้านเด็กกำพร้าและมาเช่าหอพักอยู่เพียงลำพัง นอกเหนือจากเงินทุนที่ได้รับจากผู้ใหญ่ใจดี เธอก็ยังขวนขวายหางานพิเศษทำ ยอมแม้กระทั่งทำการบ้านให้เพื่อน ๆ เพื่อแลกเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ

ทั้งที่หว่านอันถิงเป็นตำรวจ แต่โดยปกติแล้วหญิงสาวก็ไม่ค่อยได้เข้าสำนักงานบ่อยนัก เนื่องจากเธอเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวนที่ถูกบีบคั้นจากเพื่อนร่วมงาน ให้ออกไปหาหลักฐานข้างนอก ในสังคมที่ผู้คนต่างเห็นแก่ตัว แม้เธอจะเป็นผู้หญิงแต่คนเหล่านั้นก็ไม่เคยปรานี รู้ทั้งรู้ว่าการออกไปสืบข่าวจะต้องพบเจออันตรายมากแค่ไหน แต่พวกเขาที่เป็นผู้ชายก็ไม่ยินดีที่จะเสียสละตัวเอง กลับให้ผู้หญิงอย่างเธอออกหน้าแทน

หลังจากดื่มกาแฟเสร็จแล้ว หญิงสาวก็ขึ้นมาด้านบนเพื่อพบกับหัวหน้างาน ความจริงแล้วเวลานี้เธอมีภารกิจที่ยังคงทำค้างเอาไว้ แต่จู่ ๆ หัวหน้าก็เรียกให้มาหาอย่างกะทันหัน หว่านอันถิงไม่มีทางเลือกจึงต้องทำตามคำสั่ง โชคดีที่เธอนั้นมีผู้ช่วยหนึ่งคน ทำให้งานยังคงดำเนินต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก

“มาก็ดีแล้ว ฉันมีงานสำคัญจะให้เธอทำ”

ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ ก่อนที่เขาจะโยนกระดาษปึกใหญ่มาตรงหน้าหญิงสาวอย่างไม่สนใจว่าเธอจะรู้สึกยังไง

หว่านอันถิงที่ชินแล้วกับพฤติกรรมแบบนี้ของเขาจึงไม่ได้ถือสาอะไร มือก็เอื้อมมาหยิบกระดาษปึกนั้นขึ้นมาคลี่ดูทีละแผ่น ก่อนที่เธอจะไหวไหล่และเอ่ยถามกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ฉันไม่ได้อยากรู้ประวัติของคนพวกนี้ เข้าเรื่องเลยดีกว่าว่าจะให้ฉันทำอะไร”

เดิมทีหญิงสาวไม่ค่อยสนใจไยดีใครอยู่แล้วถ้าไม่เกี่ยวกับงาน ประวัติละเอียดที่อีกฝ่ายส่งให้อ่าน เธอเองก็ขี้เกียจเกินกว่าที่จะไล่สายตาดู เพราะคิดว่ามันไม่ได้เป็นประโยชน์ขนาดนั้น มีใครบ้างที่ไม่รู้จักชายหนุ่มในรูป เพียงแต่คนทั่วไปและตำรวจนั้น รู้จักประวัติของเขาในรูปแบบที่ไม่เหมือนกัน

“เธอไม่ควรประมาท เขาไม่ใช่คนที่เธอจะล้วงคอได้ง่าย ๆ” หัวหน้างานพูดขึ้นมาอย่างจริงจัง

หญิงสาวถอนหายใจ ไม่ว่าเธอจะพยายามพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานมากแค่ไหน หัวหน้าก็ไม่เคยเชื่อมือเธอสักครั้ง หว่านอันถิงกระแทกตัวนั่งลงที่เก้าอี้ ตอนที่เธอนั้นจะหรี่ตามองโปรเจคเตอร์ที่กำลังฉายให้เห็นถึงประวัติของมาเฟียหนุ่ม

“หัวหน้ากำลังพูดให้ฉันกลัวอยู่นะ คุณควรจะมีศิลปะในการพูดมากกว่านี้ อย่างน้อยก็ช่วยชื่นชมให้ฉันรู้สึกฮึกเหิมบ้าง หรือไม่ก็ด่าเจ้าหมอนั่นว่ากระจอกให้ฉันฟังก็ยังดี” หญิงสาวพูดขึ้นมาด้วยท่าทางเบื่อหน่าย โดยไม่มีวี่แววของความกลัวอย่างที่เธอบอก

ชายวัยกลางคนส่ายหน้า สาเหตุที่เขานั้นไล่หว่านอันถิงไปให้พ้นจากสำนักงาน ก็เพราะรำคาญที่อีกฝ่ายชอบพูดยอกย้อนและกวนประสาทเขาแบบนี้ยังไงล่ะ แต่หญิงสาวไม่ได้สนใจท่าทางนั้นเลย เธอกลับใช้นิ้วเขี่ยกระดาษเปิดออกด้วยท่าทางเนิบนาบราวกับคนเกียจคร้าน

“กระตือรือร้นหน่อยได้ไหมอันถิง นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ”

หัวหน้างานของเธอพูดขึ้นอีกครั้ง เขาไม่อยากให้หญิงสาวประมาท เพราะรู้ว่ามาเฟียหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา หากเขาไม่เฉลียวฉลาดมากพอ คงไม่ยืนหยัดอยู่ในวงการสีเทามาได้นานหลายปีขนาดนี้ ไม่เพียงแต่ตำรวจที่จัดการทำอะไรเขาไม่ได้ แม้แต่ศัตรูของเขาเอง ก็ยังหาช่องว่างเพื่อโจมตีอีกฝ่ายไม่ได้เช่นกัน

“ถึงฉันจะเป็นแบบนี้แต่ฉันก็ไม่เคยทำงานพลาดสักครั้ง หรือไม่จริงล่ะคะ”

หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับย้อนถามกลับมา ซึ่งนั่นทำให้อีกฝ่ายถึงกับชะงักเพราะเถียงไม่ออก นั่นก็เพราะว่าหว่านอันถิงเป็นตำรวจที่มีความสามารถ หูตาว่องไว ทั้งทำตัวลื่นไหลและกลมกลืนกับผู้คนได้เป็นอย่างดี เธอจึงมักจะสืบสวนหาหลักฐานและความจริงได้ง่ายกว่าคนอื่น

นี่เป็นเหตุผลที่เขาไว้วางใจให้เธอช่วยทำงานสำคัญให้อยู่บ่อย ๆ

แต่ติดตรงที่หญิงสาวนั้นมักจะล้อเล่นกับทุกเรื่อง ทำให้เขาไม่ค่อยชอบนิสัยของเธอเท่าไรนัก

“ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ฉันจะส่งฝ่ายสืบสวนคนใหม่ไปสานต่องานเก่าของเธอเอง ส่วนเธอก็รีบเข้าไปหาหลักฐานที่บริษัทนั้น ฉันเตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้แล้ว นี่คือตัวตนของเธอ” หัวหน้าพูดขึ้นมาพร้อมกับส่งเอกสารชุดใหม่ให้หญิงสาว

หว่านอันถิงรับบัตรส่วนตัวที่มีข้อมูลสำคัญที่ระบุตัวตน รวมทั้งบัตรพนักงานบริษัทของตัวเองมา เธอพลิกไปมาก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างไม่ชอบใจเท่าไรนัก

“น่าจะปรึกษาฉันก่อนนะ ฉันไม่ชอบรูปนี้เลย มันไม่สวย”

“เลิกไร้สาระสักที ฟังฉันนะ งานนี้มันไม่ง่ายเหมือนงานที่ผ่านมา เธอห้ามประมาทเด็ดขาด เข้าใจไหม” เขาพูดขึ้นมาในเชิงดุเล็กน้อย แม้จะรำคาญอยู่บ้าง ถึงอย่างนั้นก็อดเป็นห่วงลูกน้องสาวไม่ได้ งานนี้มันอันตรายเกินกว่าที่เขานั้นจะเข้าไปเสี่ยงด้วยตัวเอง ตัวเขามีลูกและภรรยารออยู่ที่บ้าน แต่หว่านอันถิงตัวคนเดียวไร้ญาติพี่น้อง ฉะนั้นทุกคนจึงเห็นพ้องต้องกันว่าควรส่งหญิงสาวไป

“ฉันรู้แล้ว หัวหน้าเชื่อมือฉันเถอะ ต่อให้ต้องตายฉันก็จะหาหลักฐานมาให้ได้” หญิงสาวกล่าวก่อนที่เธอนั้นจะเดินออกไป

เขามองตามด้วยความไม่สบายใจและรู้สึกกังวลแปลก ๆ ราวกับว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาได้พบหน้าหญิงสาว!!

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

0011zhann
0011zhann
ขอบคุณ​ค่ะ​ สนุกมากค่ะ
2025-05-17 11:47:39
1
0
88 Bab
บทที่ 1 หว่านอันถิง
บทที่ 1 หว่านอันถิงหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาในตึกขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง ในขณะที่กำลังเปิดประตูเพื่อเข้ามาในร้านกาแฟ ก็รู้สึกได้ถึงลมหอบใหญ่ที่พัดผ่านร่างไป เธอหันมองรอบกายและรู้สึกประหลาดใจที่จู่ ๆ ก็รู้สึกคล้ายกับว่ามีลมพัดเข้ามาทั้งที่ตอนนี้เธออยู่ในตัวอาคารที่ล้อมรอบไปด้วยกระจกหนา แต่ก็ไม่คิดอะไรเพราะมีเสียงทักทายเสียขึ้นมาเสียก่อน“คุณอันถิง สวัสดีค่ะ วันนี้รับอะไรดีคะ”พนักงานสาวประจำร้านเอ่ยทักทายขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสดใส ในขณะที่กำลังปั๊มฟองนมอย่างขะมักเขม้นตำรวจสาวยิ้มหวาน ก่อนจะเงยหน้ามองเมนูและสั่งอเมริกาโน่เหมือนทุกวัน แต่วันนี้แปลกหน่อยก็ตรงที่เธอสั่งแบบใส่น้ำเชื่อม ทั้งที่ปกติแล้วเธอมักจะชื่นชอบรสขมของกาแฟมากกว่า“วันนี้ฉันขอเป็นอเมริกาโน่เหมือนเดิมนะ แต่ขอเพิ่มเป็นน้ำเชื่อมหนึ่งปั๊ม”“รับทราบค่ะ” พนักงานสาวตอบรับด้วยรอยยิ้มก่อนที่เธอนั้นจะรับเงินและยื่นใบเสร็จให้กับตำรวจสาว “รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวจะนำไปเสิร์ฟให้ค่ะ”“ขอบคุณค่ะ”หว่านอันถิงพูดจบก็เดินไปนั่งที่โต๊ะริมกระจกก่อนที่เธอนั้นจะเงยหน้ามองโทรทัศน์ที่กำลังเสนอข่าวเกี่ยวกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าซึ่งถูกตำรวจกวาดล้
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ภารกิจสุดท้าย
บทที่ 2 ภารกิจสุดท้ายหว่านอันถิงใช้เวลาเตรียมตัวและปรับบุคลิกใหม่ราว ๆ สามวัน เนื่องจากเธอนั้นต้องปลอมเข้าไปเป็นพนักงานเดินเอกสารในบริษัทของมาเฟียหนุ่ม จะได้มีโอกาสเข้านอกออกในหลาย ๆ ห้องในวันนี้หญิงสาวเดินทางมาที่บริษัทแต่เช้า เพราะเธอมีบัตรที่แสดงว่าเธอเป็นคนของที่นี่ ทำให้พนักงานรักษาความปลอดภัยไม่ได้สนใจเธอเท่าไรนัก พอมองไปรอบ ๆ เห็นแม่บ้านกำลังทำความสะอาดอย่างตั้งใจ ก็รีบขึ้นลิฟต์ตรงไปยังชั้นบนทันทีแต่ก่อนที่จะขึ้นไปยังห้องทำงานของมาเฟียหนุ่ม เธอไม่ลืมที่จะแวะไปยังห้องควบคุมระบบต่าง ๆ โชคดีที่พนักงานรักษาความปลอดภัยกำลังดื่มกาแฟ และไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีใครบางคนเดินเข้ามาด้านหลังเขาหว่านอันถิงใช้จังหวะที่อีกฝ่ายเผลอ สับฝ่ามือลงบนหลังคอจนเขาสลบไป หลังจากนั้นเธอได้หาเชือกมามัดข้อมือเขาไพล่หลัง และไม่ลืมที่จะนำสก๊อตเทปปิดปากชายหนุ่มไว้เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายส่งเสียงดังขณะที่เธอกำลังล้วงข้อมูลหญิงสาวไล่ปิดระบบกล้องวงจรปิดทุกตัวอย่างชำนาญ ก่อนที่เธอนั้นจะรีบขึ้นไปยังห้องทำงานของมาเฟียหนุ่มชั้นบนค่อนข้างเงียบสงบ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีแม่บ้านทำงานอยู่ประปราย เมื่อมองซ้ายมองขวาพอเห็น
Baca selengkapnya
บทที่ 3 หญิงบ้าของบ้านถัง
บทที่ 3 หญิงบ้าของบ้านถัง“นังลู่เหมย ทำไมเนื้อตัวเปียกแบบนี้ หล่อนแอบหนีไปเล่นน้ำอีกแล้วใช่ไหม”หญิงชราที่เห็นว่าหลานสาวนั้นเดินตัวเปียก ผมแห้งลีบติดศีรษะ ก็เข้าใจว่าถังลู่เหมยนั้นคงแอบไปเล่นน้ำอยู่แน่ ๆ ถึงได้กลับมาช้า นางตวาดถามออกไปก่อนจะคว้าไม้ยาวมาฟาดไปที่ก้นหลานสาว หญิงสาวร้องลั่นวิ่งหนีไปโดยทิ้งผลท้อลงพื้น ก่อนจะไปหลบอยู่หลังพี่ชายที่เดินออกมาพอดี“เจ็บ เจ็บ ย่าตี”หญิงสาวชี้ไปที่หญิงชรา ก่อนใช้ฝ่ามือตบที่หลังพี่ชายและพูดคำเดิมย้ำ ๆ พลางลูบก้นป้อย ๆ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถูกย่าตี ความเจ็บปวดทำให้หญิงสาวรู้สึกโกรธ ด้วยความที่สติไม่สมประกอบแม้เธอจะเป็นคนที่อารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้นในบางครั้งก็คลุ้มคลั่งควบคุมตัวเองไม่ได้ถังลู่เหมยย่อตัวลง ก่อนที่เธอนั้นจะคว้าก้อนหินก้อนเล็กมาถือไว้และโยนใส่หญิงชรา“นังลู่เหมย เดี๋ยวเถอะนะ!”ด้วยความโมโหที่ถูกปาก้อนหินใส่ ผู้เป็นย่าจึงเดินตรงเข้าหา พร้อมกับง้างไม้มาแต่ไกล แต่โชคดีที่ชายหนุ่มขวางเอาไว้ ทำให้หญิงชรานั้นไม่กล้าลงไม้ลงมือไปมากกว่านี้“หลบไป ฉันจะสั่งสอนเด็กนิสัยเสีย!” ย่าถังพูดกับหลานชายที่ยืนขวางทางอยู่“ย่าพอเถอะ อาเหมย
Baca selengkapnya
บทที่ 4 วิญญาณเร่ร่อน
บทที่ 4 วิญญาณเร่ร่อนกลับมายังโลกปัจจุบัน มาเฟียหนุ่มแทบคลุ้มคลั่งเมื่อเห็นว่าไฟล์ลับที่เขาเก็บไว้ถูกส่งไปยังสำนักงานตำรวจเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มเดินวนไปวนมาอย่างกระวนกระวายใจ พร้อมกับมองร่างไร้วิญญาณที่นอนเกลื่อนกลาดเต็มพื้นห้องเขามองที่ร่างของหญิงสาวที่เป็นต้นตอของปัญหาอย่างไม่พอใจ แม้ว่าเขาจะกำจัดเธอได้สำเร็จ แต่ถึงอย่างนั้นภารกิจที่เธอทำก็สำเร็จเช่นกัน ทำให้ความแค้นในใจของเขาไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียวชายหนุ่มรู้ว่าในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ ตำรวจเหล่านั้นจะต้องบุกมาที่นี่อย่างแน่นอน เขาจึงได้เตรียมตัวหนีด้วยการกวาดข้าวของที่สำคัญลงกระเป๋า รวมทั้งทรัพย์สินที่เก็บไว้ในเซฟในขณะที่ชายหนุ่มกำลังร้อนรนอยู่นั้น เขาไม่รู้เลยว่าวิญญาณของหว่านอันถิงกำลังยืนมองอยู่ หญิงสาวก้มมองร่างโปร่งแสงของตัวเองอย่างแทบไม่เชื่อสายตาว่าโลกหลังความตายนั้นมีอยู่จริง“ตำรวจพวกนั้นทำอะไรอยู่ ทำไมไม่รีบมาจับกุมล่ะ เดี๋ยวเขาก็หนีไปหรอก”หญิงสาวรู้สึกร้อนใจกลัวว่ามาเฟียหนุ่มจะหนีไปได้สำเร็จ เธอล่องลอยไปมา ก่อนจะโผล่หน้าออกไปนอกประตู แต่เมื่อเห็นว่ากลุ่มคนในชุดเครื่องแบบที่คุ้นเคยกำลังมุ่งตรงมาทางนี้เธอก็เบ
Baca selengkapnya
บทที่ 5 ล้มป่วย
บทที่ 5 ย่ามหาภัยหญิงสาวกระโดดสองขาก่อนที่จะโบกมือไปมา เพียงครู่เดียวสองพ่อลูกก็ได้พบหน้ากัน ถังเยี่ยดีใจจนน้ำตาไหล เขารีบตรงเข้าไปกอดลูกสาวไว้ก่อนจะลูบศีรษะอีกฝ่ายเพื่อปลอบโยน“อาเหมยของพ่อ ทำไมถึงได้เดินเข้ามาในป่าลึกเพียงลำพังแบบนี้” ถังเยี่ยถามลูกสาวอย่างอ่อนโยนผู้เป็นพ่อใจหายใจคว่ำเมื่อรู้ว่าลูกสาวหายตัวไป เขารีบออกตามหา โชคดีที่ชาวบ้านนั้นเห็นว่าอีกฝ่ายเดินเข้ามาในนี้ เขากับลูกชายจึงได้รีบเร่งเดินทางเข้ามาตามหาดีแค่ใดที่ถังลู่เหมยไม่ถูกสัตว์ป่าทำร้าย บริเวณนี้เป็นที่ชุกชุมของหมูป่าและสัตว์ร้ายอื่นๆ น่าแปลกที่พวกมันไม่ออกมาทำร้ายลูกสาวของเขา ทั้งที่ปกติพวกมันหวงอาณาเขตเป็นอย่างมาก“เจออาเหมยแล้วก็รีบไปกันเถอะพ่อ อยู่ในป่าลึกดึก ๆ แบบนี้อันตราย ไม่รู้จะมีตัวอะไรโผล่มาหรือไม่” ถังอี้คุณบอกกับผู้เป็นพ่ออย่างกังวลใจชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ เขารู้สึกหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก“ดี ไปกันเถอะ อาเหมยใส่เสื้อไว้นะ” ถังเยี่ยพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะถอดเสื้อคลุมตนเองมาห่มร่างกายของลูกสาวเพื่อคลายความหนาวเย็นถังลู่เหมยดีใจที่ได้เจอพ่อกับพี่ชาย เธอเกาะแขนทั้งสองก่อนจะเดินออกจากป่าด้วยท่าทางอารมณ์ดี
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ป่วยหนัก
บทที่ 6 ป่วยหนักกลางดึกคืนนั้น จู่ ๆ ถังลู่เหมยก็ล้มป่วย นั่นคงเพราะตากน้ำค้างในป่านานเกินไป ร่างของหญิงสาวนอนสั่นแถมตัวยังร้อนมาก“พี่เยี่ย ตื่นเถอะ อาเหมยตัวร้อนมาเลย สงสัยน่าจะตากน้ำค้างเมื่อเย็นน่ะ พี่ตื่นมาดูลูกหน่อย” เหนียงฟางเขย่าตัวสามีด้วยความร้อนใจ“อาเหมยป่วยเหรอ” ถังเยี่ยรู้สึกตัวเมื่อภรรยาเขย่าตัวเรียก เสียงของแม่ทำให้ถังอี้คุนที่นอนอยู่มุมห้องต้องลุกขึ้นมาอีกคน ก่อนจะรีบมาจับตัวน้องสาวด้วยความเป็นห่วง“น้องตัวร้อนมาเลยแม่ เอาอย่างนี้ เดี๋ยวผมจะลองเข้าป่าไปหาสมุนไพรมาต้มให้น้องดื่ม เผื่อว่าอาการจะดีขึ้น” ชายหนุ่มเลือกที่จะเสี่ยงขึ้นเขาเวลานี้ ดีกว่าจะต้องไปเคาะเรียกบ้านใหญ่แล้วถูกด่ากลับมา ถ้าโดนด่าแล้วได้เงินเขาก็ยินดีทำ แต่ส่วนมากจะโดนด่าแต่ไม่ได้เงิน“แต่เวลานี้มันดึกมาแล้ว ขึ้นเขาเข้าป่าตอนนี้อันตรายมากนะอาคุน” ถังเยี่ยไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะให้ลูกชายขึ้นเขาไปหาสมุนไพรเวลานี้“แล้วพ่อจะให้ผมทำอย่างไร นั่งมองน้องจับไข้และหนาวสั่นแบบนี้เหรอครับ ผมทำไม่ได้ ผมไปไม่นานเดี๋ยวจะรีบกลับมา” พูดจบถังอี้คุนเลือกที่จะเปิดประตูห้องและเดินออกมา ทำให้สองสามีภรรยามองตามแผ่นหลังลูกชายด้
Baca selengkapnya
บทที่ 7 ฉันกลายเป็นหญิงบ้าเหรอเนี่ย
บทที่ 7 ฉันกลายเป็นหญิงบ้าเหรอเนี่ยถังเยี่ยที่ฟังอยู่ตั้งแต่ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเดินออกมาพบหน้าแม่ตนเอง ก่อนจะพูดช่วยภรรยา “แม่ แต่อาเหมยไม่สบายเป็นไข้สูงมาก อาฟางต้องอยู่ดูแลคอยเช็ดตัวให้ตลอดนะ แม่มาก็ดีแล้ว ผมขอเบิกเงินกองกลางเพื่อพาลูกไปหาหมอในเมืองหน่อยนะครับ” ถังเยี่ยพูดกับแม่อย่างใจเย็นและถือโอกาสขอเบิกเงินกองกลางเพื่อจะได้พาลูกสาวไปหาหมอ“เงินอะไรกัน ฉันไม่มีให้เบิกหรอก รายได้บ้านเรานิดเดียวจะไปพอยาไส้อะไร ลูกแกป่วยก็ไปเก็บสมุนไพรบนเขามาต้มให้กินสิ เงินกองกลางมีไว้ใช้ในเรื่องจำเป็นเท่านั้น ไม่ใช่เอามาใช้กับเด็กที่สติไม่สมประกอบและไร้ค่าอย่างลูกแก” นางยังคงยืนยันว่าไม่มีเงินให้หรือถึงมีก็ไม่ให้ นั่นก็เพราะว่าในใจอยากให้หลานสาวที่มีสติไม่สมประกอบตายไปเสียเลย เพื่อที่บ้านรองจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับนังเด็กไร้ประโยชน์นี่ แล้วไปทำงานหาเงินเข้ากองกลางเยอะ ๆ หว่านอันถิงที่มองเหตุการณ์ทุกอย่างแล้วเธออยากจะเข้าไปขยุ้มคอของหญิงชราคนนี้เสียเหลือเกิน เธอมองว่าคนที่ไร้ประโยชน์และน่าจะรีบตายๆ ไปซะคือย่าถังมากกว่าถังลู่เหมย เพราะเหมือนว่าหญิงชราคนนี้จะมีจิตใจที่ไร้ความมนุษย์มากจนเกินไปแล้ว
Baca selengkapnya
บทที่ 8 ทำใจยอมรับ
บทที่ 8 ทำใจยอมรับแต่ทว่าหญิงสาวยังไม่ทันตั้งตัว ถังเยี่ยและเหนียงฟางสองสามีภรรยาวิ่งกลับมาถึงบ้านเสียก่อน เมื่อเห็นว่าลูกสาวฟื้นแล้วจึงได้ร้องเรียกออกมาอย่างดีใจ “อาเหมย!!”“ลูกเป็นอย่างไรบ้าง รู้ไหมแม่เป็นห่วงขนาดไหน” เหนียงฟางยกมือปาดน้ำตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะสอบถามลูกสาวอย่างอ่อนโยน เพราะตั้งแต่ที่ถังลู่เหมยไม่สบาย เธอแทบไม่ได้กินไม่ได้นอนเลย“ดีเหลือเกินที่ลูกฟื้นแล้ว” ถังเยี่ยพูดอีกคนด้วยความดีใจ ตอนที่ภรรยาวิ่งไปบอกว่าลูกสาวนอนไม่ได้สติ ข้าวปลาไม่กิน ใจของเขาหล่นลงมาอยู่ปลายเท้า เพราะกลัวว่าลูกสาวจะเป็นอะไรไป พอเห็นถังลู่เหมยฟื้นขึ้นมา คนเป็นพ่ออย่างเขาจึงน้ำตาซึมในขณะที่กำลังจะตอบทั้งสองคน หญิงสาวยกมือขึ้นกุมขมับอีกครั้ง เพราะเธอรู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง ก่อนจะมีภาพต่าง ๆ ฉายชัดเข้ามาไม่ต่างจากภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง เธอจึงมั่นใจแล้วว่าตนเองนั้นอยู่ในร่างของถังลู่เหมยหญิงบ้าแห่งบ้านถังแล้วในตอนนี้หว่านอันถิงพบว่าชะตาของเด็กสาวคนนี้ช่างอาภัพ เพราะรับรู้ทุกอย่างว่าใครกระทำอะไรบ้าง แต่เธอไม่สามารถโต้ตอบได้ก็เท่านั้น เธอทำใจยอมรับว่าตนเองมาอยู่ที่นี่ในร่างของถังลู่เหมยแล้วจริง ๆถังเยี่
Baca selengkapnya
บทที่ 9 หาเงินค่ายาให้น้องสาว
บทที่ 9 หาเงินค่ายาให้น้องสาวสองสามีภรรยาทำเพียงยืนมอง หลังจากพยายามห้ามปรามลูกสาวแล้ว แต่ถังลู่เหมยยังคงแกล้งบ้า พร้อมกับโต้ตอบย่าถังอย่างไม่ยอมหยุดถ้อยคำพวกนั้นทำให้หญิงชราดิ้นไม่ต่างจากปลาโดนน้ำร้อน พยายามเข้าไปทำร้ายหลานสาวแต่กลับโดนถังเยี่ยมายืนขวางไว้“อย่านะครับแม่” ถังเยี่ยพูดขึ้นมาเสียงแข็ง“นี่แกเข้าข้างลูกแกหรือเจ้ารอง” ย่าถังหันมาโวยวายใส่ลูกชายที่ขัดขวางนางไว้“แล้วแม่จะให้ผมยืนดูแม่ตีอาเหมยเหรอครับ ผมคงยอมให้แม่ทำอย่างนั้นไม่ได้” ถังเยี่ยย้อนกลับเข้าให้ เขาไม่คงไม่มีทางที่มองลูกสาวถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตาแน่ ๆ แม้ว่าคนที่จะทำร้ายจะเป็นแม่ของเขาก็ตาม “แกไม่เห็นหรืออย่างไร ว่านังเด็กนี่มันกำลังด่าฉัน” ย่าถังยังโวยวายไม่หยุด พร้อมกับชี้หน้าถังลู่เหมยที่แลบลิ้นใส่นาง“แม่จะถือสาอะไรกับอาเหมย แม่ก็รู้อาเหมยสติไม่สมประกอบ ผมคิดว่าแม่กลับบ้านไปเถอะครับ อยู่ไปก็มีแต่เรื่องแต่ราว ผมก็จะไปทำงานแล้วเหมือนกัน” ถังเยี่ยตอบกลับมาพร้อมกับถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายพอเจอคำพูดของลูกชาย ย่าถังจึงทำเพียงข่มอารมณ์และสะบัดหน้าเดินหนีกลับบ้านตนเองด้วยความโมโหพอเห็นว่าย่าถังมหาภัยจากไปแล้ว ถังลู
Baca selengkapnya
บทที่ 10 ค่าจ้างสิบหยวน
บทที่ 10 ค่าจ้างสิบหยวนถังอี้คุนพาหญิงสาวเดินมาถึงสุดซอยของตลาดมืด ซึ่งร้านจะอยู่ในซอกแคบๆ เนื่องจากร้านนี้ขายของต้องห้ามอย่างนาฬิกาและพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกหลายอย่าง“ถึงแล้วครับ” ชายหนุ่มหยุดอยู่ตรงหน้าร้านหนึ่ง ซึ่งมีคนเฝ้าด้านหน้าและชายคนนั้นมีร่างกายกำยำดูน่ากลัวไม่น้อย“เอ่อ...คุณจะกลับแล้วเหรอคะ” เหมยฮวาเอ่ยขึ้นมาอย่างรู้สึกหวาดกลัวไม่น้อยหากต้องเดินไปด้านในคนเดียว“ครับ ผมมีงานต้องไปทำต่อ ด้านในร้านไม่น่ากลัวหรอกครับ”ชายหนุ่มตอบกลับ และที่ว่าต้องไปทำงานนั่นคือเขาจะต้องไปหางานเพิ่ม เพื่อจะซื้อยาไปให้น้องสาวที่กำลังป่วย รวมถึงอาหารดี ๆ สักอย่างเพื่อไปบำรุงเธอด้วย“อ่อ..” พอเจอคำตอบแบบนี้ เหมยฮวามีสีหน้าหนักใจ แม้ว่าเธอจะมีธุรกิจอยู่ที่นี่ แต่ก็เพิ่งมาสานต่อกิจการของครอบครัว ยังไม่ได้มีคนรู้จักมากนัก ยิ่งสถานที่น่ากลัวแบบนี้เธอไม่เคยมา หากไม่เพราะต้องการหาของขวัญวันเกิดให้คุณพ่อ เธอคงไม่กล้ามาตลาดมืดแห่งนี้เพียงลำพังอย่างแน่นอนถังอี้คุนเหมือนจะเข้าใจหญิงสาว และเห็นว่าเธอมาเพียงลำพัง จึงตัดสินใจพูดขึ้นมาว่า “ถ้าคุณกลัว อย่างนั้นเดี๋ยวผมจะเข้าไปด้วย แต่คงไม่ได้อยู่นานนะ เพราะผมต้
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status