หลังเชื่อฟัง ครอบครัวก็พัง
ปีที่ 6 หลังจากถูกไล่ออกจากตระกูลเศรษฐีในฐานะลูกสาวตัวปลอม ฉันก็ต้องเอาตัวรอดด้วยการขายเลือด
เพิ่งจะได้เงินมาไม่กี่บาท กำลังจะติดต่อหมอเพื่อขอรับยา จู่ ๆ ก็ถูกบอดี้การ์ดเตะเข้าที่ข้อพับเข่าอย่างแรง
ขาทั้งสองทรุดลงคุกเข่า พร้อมกับได้ยินเสียงผู้หญิงมีฐานะคนหนึ่งกรีดร้องอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่
“แกมันอกตัญญู! ยังกล้าโผล่มาที่นี่อีกทำไม หรือยังคิดจะทำร้ายหลิงเหอของฉันอีก!”
ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าอย่างแรง ตอนนั้นเองฉันถึงได้รู้ว่า ผู้หญิงตรงหน้าคือแม่ที่กำลังหาทางหาเลือดให้ลูกสาวสุดที่รักอย่างจีหลิงเหอ
พี่ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นแม่แทบเสียสติ ก็สั่งให้บอดี้การ์ดลากฉันออกไปทันที
เขายืนก้มมองฉันที่อยู่เบื้องล่าง สายตาจับจ้องไปที่ธนบัตรในมือฉัน ก่อนจะหัวเราะเยาะ
“ดูท่าหลายปีมานี้ นิสัยแกก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลยสินะ เพื่อศักดิ์ศรีจอมปลอมที่ไร้ค่าพวกนั้น ถึงขั้นขายเลือดตัวเอง”
“อีกครึ่งเดือนหลิงเหอก็จะเรียนจบและไปเรียนต่อต่างประเทศ จะไม่ได้เป็นลูกรักเพียงคนเดียวของบ้านอีกแล้ว แกก็จะไม่มีโอกาสไปกลั่นแกล้งเธออีก”
“ถึงตอนนั้น ฉันจะอธิบายกับพ่อแม่แล้วรับแกกลับบ้าน แกก็ยังเป็นเจ้าหญิงของบ้านเหมือนเดิม”
“กลับบ้าน... เจ้าหญิงงั้นเหรอ...?” ฉันพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะส่ายหน้าแล้วหัวเราะออกมา
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่ฉันป่วยอยู่อาการทรุดเร็วเกินไป ฉันคงยื้อได้ไม่ถึงเดือน
ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่วันที่เขาเลือกเชื่อคำกล่าวหาของจีหลิงเหอ เด็กยากจนคนนั้น กล่าวหาว่าฉันเป็นลูกสาวตัวปลอม ฉันก็ไม่มีบ้านอีกต่อไปแล้ว