บุปผาแห่งธรรม
สามปีแห่งการครองคู่ คือสามปีที่เธอสูญเสียเลือดเนื้อและหยาดน้ำตาไปถึงสามครั้ง
ในวันที่โหลวซิงอิ๋นต้องเผชิญกับความแตกสลายจากการสูญเสียลูกน้อยเป็นครั้งที่สาม เหยียนเฟยฝาน ผู้เป็นสามีกลับเลือกที่จะทิ้งเธอไว้กับความอ้างว้างในกลิ่นอายยาฆ่าเชื้อของโรงพยาบาล เขาเร่งรีบเดินจากไปเพื่อเฝ้าดูพี่สะใภ้ให้กำเนิดทายาทฝาแฝดอย่างชื่นมื่น ทอดทิ้งให้เธอจมอยู่กับความเงียบงันและร่องรอยแห่งความเจ็บปวดเพียงลำพัง
วินาทีที่ก้าวเท้าออกจากโรงพยาบาลด้วยร่างกายที่ซูบเซียวจนแทบจะปลิวไปตามลม ทว่าแววตาของเธอกลับแน่วแน่และเย็นเยียบกว่าครั้งไหน ๆ เธอตัดสินใจยุติพันธนาการที่ล่ามโซ่ชีวิตไว้ด้วยการยื่นหนังสือหย่าให้แก่ว่าที่อดีตสามี
“เราหย่ากันเถอะ ทุกอย่างก็เพื่อตัวคุณเอง”
“หย่า? คุณแน่ใจ? ถ้าอยากจะเรียกร้องความสนใจ ก็ไม่เห็นต้องเสแสร้งอ้างว่าทำเพื่อผมให้มันดูสูงส่งนักเลย!”
โหลวซิงอิ๋นไม่ได้โต้ตอบสิ่งใด เธอเพียงแต่ยกยิ้มบางเบาที่ดูแฝงไปด้วยความเวทนา ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะปรายหางตามองกลับมา
เธอทำเพื่อเขาจริง ๆ เพราะนับจากนี้ เธอไม่ต้องทนเป็นเบี้ยล่างให้เขาอีกต่อไป ในเมื่อตอนนี้ ได้พบกับร่มเงาใหม่
ต่อให้เหยียนเฟยฝานจะมีอำนาจล้นฟ้าในเมืองจิงเฉิง แต่สำหรับคนผู้นั้นแล้ว เหยียนเฟยฝานก็เป็นเพียงมดปลวกที่ไม่อาจเทียบเคียง
เมื่อพันธนาการขาดสะบั้น โหลวซิงอิ๋นก็ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากหญิงสาวผู้อ่อนแออีกต่อไป ทันทีที่ตัวตนที่แท้จริงของเธอค่อย ๆ ถูกลอกออกมาทีละชั้น สมาชิกตระกูลเหยียนที่เคยตราหน้าและดูถูกเธอก็ถึงกับเบิกตาค้างด้วยความตื่นตะลึง
นี่หรือ ยัยเด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้าที่ใครจะรังแกก็ได้คนนั้น?
ประธานบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ “ซิงอิ๋น หย่าสักทีเถอะครับ ผมรอรับขวัญแทบไม่ไหวแล้ว”
เจ้าพ่อตระกูลมหาเศรษฐีลึกลับ “หย่า! ถ้าไม่หย่าฉันจะบดขยี้ตระกูลเหยียนให้หายไปจากแผนที่โลกซะ!”
ทนายความระดับสากลผู้ไร้พ่าย “คดีหย่านี้ไม่มีคำว่าแพ้ ขอเพียงคุณชายตามองผมสักครั้ง ผมก็พร้อมจะถวายชีวิตให้”
เหยียนเฟยฝานเคยลำพองใจว่าโหลวซิงอิ๋นคือของตายที่จะไม่มีวันพรากจากเขาไปได้
จนกระทั่งวันที่เขาตระหนักว่าเธอกลายเป็นดวงดาวที่อยู่ไกลเกินเอื้อม ความมั่นใจและทิฐิที่เคยค้ำคอพลันพังทลายลงกลายเป็นเศษซากที่ไร้ชิ้นดี...